ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE619 : โปรแกรมทัวร์อิหร่าน เตหะราน อารยะธรรมเปอร์เซีย 7 วัน 5 คืน (TG)

DE619 : โปรแกรมทัวร์อิหร่าน เตหะราน อารยะธรรมเปอร์เซีย 7 วัน 5 คืน (TG)

Esteghlal Hotel
Kowsar Hotel
Novotel Airport Hotel
Zandieh Hotel

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE619-00128 ธ.ค. 60-03 ม.ค. 61Thai Airways (TG)67,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรกกรุงเทพมหานคร - เตหะราน
12.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสายขาออกระหว่างประเทศ ประตูทางเข้าหมายเลข 2-3 เคาน์เตอร์เช็คอิน D16-19 เคาน์เตอร์สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเอกสารการเดินทางและสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง

15.10 น.ออกเดินทางสู่ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดย การบินไทย เที่ยวบินที่ TG527 
19.35 น. เดินทางถึง Imam Khomeini International Airport (IKA) หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ โรงแรมที่พัก
พักที่ โรงแรม Novotel Airport Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่สองกรุงเตหะราน - เมืองคาชาน - เมืองอิศฟาฮาน
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาชาน Kashan (ระยะทาง 244 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

เมืองคาชาน Kashan มีชื่อเสียงด้านการทำเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ และการทอผ้า ทอพรม ต่อมาในยุคของราชวงศ์ ซาฟาวิด ปกครองเมืองคาชานก็ได้มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นในฐานะเมืองศูนย์กลางทางการค้า และเป็นที่เป็นประตูสู่เมืองต่าง ๆ ในพื้นที่ทะเลทรายทางด้านตะวันออก นำท่านชม สวนฟิน Fin Garden สวนสวยสไตล์เปอร์เซีย ความพิเศษของสวนอยู่ตรงความร่มรื่นของต้นไม้และสระน้ำ ผสมผสานกับกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบ ขณะที่บริเวณโดยรอบเป็นทะเลทรายที่มีตาน้ำโบราณ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำที่ไหลไปเลี้ยงทั่วเมือง สวนฟินนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ ในปี ค.ศ. 2007

นำท่านชม คฤหาสน์เศรษฐี Borujerdi Ancient House

คฤหาสน์เศรษฐี Borujerdi Ancient House สร้างมาตั้งแต่ยุคที่เมืองคาชานเคยรุ่งเรืองบนเส้นทางการค้าในอดีต สมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครองเปอร์เซีย เป็นยุคที่มีการค้ารุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุด และเมืองคาชานก็เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางทางการค้าแห่งยุคที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่ง มีพ่อค้าวาณิชย์ที่เป็นมหาเศรษฐีมากมาย คฤหาสน์เศรษฐีหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายหลังที่เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนในยุคปัจจุบันให้เราได้เห็นและย้อนรำลึกถึงในช่วงที่เมืองคาชานเจริญสุดขีด

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโบราณที่อยู่บนเทือกเขาซาร์โกรส ซึ่งใกล้กับบริเวณที่เรียกว่ายอดเขาคาคลาส มีความสูงถึง 3,899 เมตรหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า หมู่บ้านอะบียาเน่ห์ Abyaneh Village (ระยะทาง 83 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

หมู่บ้านโบราณที่อยู่บนเทือกเขาซาร์โกรส หมู่บ้านนี้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอิหร่านและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เนื่องจากยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ใช้ภาษาปาเธียน เป็นภาษาพูดในหมู่บ้าน ผู้หญิงจะใช้ผ้าคลุมศีรษะเป็นลวดลายดอกไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่สำคัญคือ บ้านทุกหลังจะถูกฉาบด้วยดินโคลนสีแดง (เหมือนอิฐเผาบ้านเรา) ผสมกับเศษของต้นมอลท์ (พืชที่ใช้หมักเบียร์) เหมือนกันไปหมดทุกหลัง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอิศฟาฮาน Isfahan (ระยะทาง 183 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ  3 ชั่วโมง)

เมืองอิศฟาฮาน Isfahan อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 17 - 18 มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิด ซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิศฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้า จนได้รับฉายาว่า Esfahan is half of the world ไม่ว่าใครจะต้องการสินค้าอะไรก็ตาม ก็ต้องไปหาซื้อกันที่เมืองอิศฟาฮาน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่าง ๆ รวมทั้งสยามซึ่งจะตรงกับยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่  Kowsar  Hotel หรือเทียบเท่า 
วันที่สาม      เมืองอิศฟาฮาน - วิหารแว้งค์ - พระราชวังเชเฮลโซตุน - วิหารแว้งค์ - จัตุรัสนัค เอ ฌะฮาน - สะพานคาจู
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเข้าชม วิหารแว้งค์ Vank Church ที่ตั้งอยู่ในชุมชนของชาวอาร์เมเนียน ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวอาร์เมเนียนที่นับถือศาสนาคริสต์ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1655 ในรูปแบบผสมผสานศิลปะของยุโรป และของเปอร์เซีย พร้อมกับชม พิพิธภัณฑ์ของโบสถ์ ซึ่งจะแสดงเกี่ยวกับหนังสือ เครื่องแต่งกาย ประวัติศาสตร์ความเป็นมา

นำท่านเข้าชม พระราชวังเชเฮล โซตุน Chehel Sotun Palace หรือ วัง 40 เสา

พระราชวังเชเฮล โซตุน ซึ่งความเป็นจริงแล้วมีเสาเพียง 20 เสาเท่านั้น แต่เมื่อมองผ่านเข้ามาทางสระน้ำหน้าพระราชวังจะเป็นเงาในน้ำอีก 20 ต้น พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1657 โดยสถาปนิก ชื่อ ชีคห์ บาไฮ รอบพระราชวังมีสวนเขียวชอุ่ม ดอกไม้ชูช่อสวยงามในฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะดอกกุหลาบที่ห้อยเป็นพวงระย้าส่งกลิ่นหอมน่าชื่นใจ พระราชวังแห่งนี้สร้างในสมัยชาฮ์ อับบาสที่ 2 แต่ได้มีการออกแบบมาตั้งแต่สมัยชาฮ์อับบาสที่ 1 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์และบรรดานางสนาม ต่อมาใช้เป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะหรือแขกเมือง ในพระราชวังแห่งนี้มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า มีความยาว 100 เมตร และกว้าง 16 เมตร

ชม การแกะสลักลวดลาย ประตู หน้าต่าง ภาพฝาผนังปูนปั้น

ชม ภาพวาดสีน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้ตำหนัก บอกเล่าเรื่องราวราชสำนักและประวัติศาสตร์การทำสงคราม

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านเยี่ยมชม จัตุรัสนัค เอ ฌะฮาน Naqsh-E-Jahan

จัตุรัสนัค เอ ฌะฮาน Naqsh-E-Jahan ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งนับว่าเป็น จัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่มีความกว้าง 165 เมตร และมีความยาวถึง 500 เมตร รวมเนื้อที่ประมาณ 80,000 กว่าตารางเมตร ใหญ่กว่าจัตุรัสแดงในกรุงมอสโคว์ถึง 2 เท่า ในอดีตเป็นสนามแข่งโปโล หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จัตุรัสอิหม่าม Imam Square อัญมณีแห่งโลกมุสลิมที่ผนวกรวมทั้งแนวความคิด ปรัชญา และสถาปัตยกรรมที่สวยงามเอาไว้ในที่เดียวกัน

นำท่านเข้าชม มัสยิดอิหม่าม Imam Mosque

มัสยิดอิหม่าม Imam Mosque ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1612 โดยมียอดโดมสูง 30 เมตร และมีเสามินาเรตที่มีความสูง 40 เมตรต่อด้วยการเข้าชม มัสยิดชีคห์ ลอทฟอลลาห์ Sheikh Lotfollah Mosque ซึ่งสร้างโดยชาห์ อับบาสที่ 1 เช่นเดียวกัน ซึ่งจะใช้เป็นมัสยิดส่วนพระองค์และราชวงศ์เท่านั้น โดยเฉพาะตัวโดม ซึ่งถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศ

จากนั้นนำท่านเข้าชมพระราชวังอาลี คาปู Ali Ghapou Palace

พระราชวังอาลี คาปู Ali Ghapou Palace ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 1 โยมีการสร้างเพิ่มเติมจนมีทั้งหมด 6 ชั้น ซึ่งได้ถูกตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมที่หลากหลายโดยช่างฝีมือชั้นยอด จิตรกรชั้นครูในสมัยนั้น พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับและรับรองแขกบ้านแขกเมือง พร้อมกันนนี้ชั้นบนสุดยังได้ตกแต่งเป็นห้องสำหรับฟังเพลงและเล่นดนตรี ส่งท้ายก่อนที่จะอำลาจัตุรัสแห่งนี้ด้วยการ อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือซื้อของฝากต่าง ๆ ณ ซึ่งมีสถาปนิกอาลี อัคบาร์ เป็นผู้ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้าง

นำท่านชมความสวยงามของ สะพานคาจู Khaju Bridge ซึ่งถูกสร้างขึ้นได้อย่างสวยงามตามแบบที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใดมาก่อน ถูกสร้างตาคำสั่งของกษัตริย์ชาห์ อับบาสที่ 2 ที่มีความกว้าง 12 เมตร และยาวถึง 132 เมตร เพื่อใช้สำหรับข้ามแม่น้ำซายันเดห์ และในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเขื่อนด้วย เวลาช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เป็นเวลาที่เหมาะยิ่งสำหรับการมาชมสะพานแห่งนี้ เพราะจะมีการเปิดไฟประดับประดาสวยงามมาก เป็นที่นิยมของคนในเมืองอิศฟาฮานที่จะมานั่งพักผ่อนกับครอบครัวถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
พักที่ Kowsar  Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่สี่     เมืองอิศฟาฮาน - เมืองพาซาร์การ์ด - เมืองชีราซ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านนั่งรถโค้ชมุ่งหน้าสู่ เมืองพาซาร์การ์ด Pasargard (ระยะทาง 357 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง)

เมืองพาซาร์การ์ด Pasargard ซึ่งเป็นนครหลวงแห่งแรกของชนชาติอิหร่านและของอาณาจักรอาเมเนียน เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจาก เมืองเพอร์ซิโพลิส ประมาณ 50 กิโลเมตร อาณาจักรแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดย พระเจ้าไซรัสมหาราช และบุตรชาย Cambyses นักท่องเที่ยวจะยังคงได้ชมร่องรอยของกระโจมทหารและอาคารต่าง ๆ เช่น ศาสนสถานแบบเมโสโปเตเมีย

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านชม สุสานของพระเจ้าไซรัส Cyrus Tomb

สุสานของพระเจ้าไซรัส Cyrus Tomb ซึ่งมีความสูงถึง 12 เมตร สร้างด้วยหินขนาดใหญ่วางซ้อนกันเป็นขั้นบันได ภายในสุสานแห่งนี้ประดับประดาอย่างสวยงาม ร่างของกษัตริย์บรรจุอยู่ในหีบศพทองคำ เคียงข้างกับทรัพย์สมบัติมากมาย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ยังได้เดินทางมาสักการะยังสุสานเพระเจ้าไซรัสหลายครั้งด้วยกัน

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองชีราซ Shiraz

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
พักที่ Zandieh Hotel  หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า     เมืองชีราซ - มัสยิดสีชมพู - พระราชวังโบราณเปอร์ซี - โปลิส - นัค - เช รอสตัม - สุสานกวีเอก ฮาเฟซ - ป้อมคาริมข่าน - ตลาดวาคิล บาซาร์
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมความสวยงามของ มัสยิดสีชมพู Nasir-O-Molk ภายในประดับประดาไปด้วยกระเบื้องโทนสีแดง สีชมพู สีเหลือง เป็นสีหลัก ซึ่งเป็นเพียงมัสยิดแห่งเดียวในอิหร่าน ไม่ว่าท่าจะมองมากจากมุมใดของมัสยิดก็ตามท่านจะได้เห็นสีของกระเบื้องที่ตกแต่งภายในเป็นสีชมพูสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดยามเช้าที่สาดแสงผ่านกระจกสีลงมากระทบพื้นดูสวยงามเกินคำบรรยายจริงๆ

นำท่านสู่ พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิส Persepolis

พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิส ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองชีราซ พระราชวังโบราณแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งที่สองนับตั้งแต่สถาปนาอาณาจักรเปอร์เซียขึ้นเมื่อปี 559 ก่อนคริสตศักราช เริ่มสร้างโดยกษัตริย์ดาริอุสมหาราชในปี 512 ก่อนคริสตศักราช หลังจากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอีก 5 รัชกาลต่อมา แต่ก็ยังไม่เคยสร้างเสร็จสมบูรณ์ จนกระทั่งมาถูกยึดครองและเผาทำลายเสียหายอย่างหนักโดยพวกกองทัพของอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งอาณาจักรกรีซในปี 300 ก่อนคริสตศักราช แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พระราชวังโบราณเปอร์ซีโปลิสแห่งนี้ก็ยังคงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์อันยิ่งใหญ่ตลอดกาล ทั้งความใหญ่โตโอฬารของตัวพระราชวังและความอลังการทางด้านสถาปัตยกรรม

จากนั้นนำท่านแวะชมสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระราชวังเปอร์ซีโปลิส อยู่ห่างออกไปเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น นั่นคือ นครหลังความตาย นัค-เช รอสตัม Naqsh-e-Rostam หรือ สุสานสี่กษัตริย์

นครหลังความตาย นัค-เช รอสตัม Naqsh-e-Rostam สถานที่แห่งนี้เป็นสุสานของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์อะคามินิดที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียและเคยประทับที่พระราชวังแห่งนี้มาก่อนที่จะสวรรคต แต่ด้วยความเชื่อตามหลักคำสอนของศาสนาโซโรแอสเตอร์ที่ว่า หลังจากจบสิ้นชีวิตจากความเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้แล้ว ชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อเพียงแต่ว่าจะต้องไปสู่อีกโลกหนึ่งหรือในอีกมิติหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องสร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นมาให้มีความยิ่งใหญ่อลังการ เช่นเดียวกับพระราชวังที่กษัตริย์เหล่านั้นเคยประทับมาก่อน โดยการสร้างสุสานนั้นก็ไม่ได้สร้างอย่างธรรมดาทั่วๆไป มีการสร้างโดยการขุดเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหิน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 20 เมตร และได้มีการแกะสลักหินส่วนหน้าให้มีความสวยงามอีกด้วย

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านเยี่ยมชม สุสานท่านกวีเอกฮาเฟซ Aramgah E Hafez นักปรัชญาของเปอร์เซีย แห่งเมืองชีราซ ในยุคศตวรรษที่ 12 บริเวณโดยรอบสุสานของท่านได้มีการตกแต่งสวนสวนสไตล์เปอร์เซีย ได้อย่างสวยงาม

จากนั้นนำท่านสู่ ป้อมคาริมข่าน Karim Khan Citadel หรือ Ark-E Karim Khan

ป้อมคาริมข่าน Karim Khan Citadel หรือ Ark-E Karim Khan สร้างโดยท่านคาริมข่าน แห่งราชวงศ์ชัน ในช่วงที่สถาปนาเมืองชีราซให้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซีย ปีค.ศ. 1750-1795 ผนังของป้อมมีความสูง 14 เมตร สร้างด้วยอิฐ นำมาเรียงต่อกันให้มีลวดลายที่สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์

นำท่านเดินสู่ ตลาดวิคิล บาซาร์ Vakil Bazaar ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่และใหญ่ที่สุดย่านใจกลางเมืองชีราซ ตลาดแห่งนี้สร้างได้อย่างสวยงาม และโครงสร้างของตัวอาคารจะก่อด้วยอิฐสีแดง นำมาประกอบเรียงกันเป็นทรงโดมติดต่อกันมีความยาวหลายร้อยเมตร ในตลาดแห่งนี้ประกอบไปด้วยสินค้ามากมายให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายหาของฝากของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของกินของใช้ หรือของที่ระลึกต่าง ๆ

เย็น

รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน เมืองชีราซ

20.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเตหะราน โดยสายการบิน  Iran Aseman Airlines เที่ยวบินที่ EP 3787
22.00 น. เดินทางถึงสนามบิน กรุงเตหะราน จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
พักที่ โรงแรม  Esteghlal  Hotel  หรือเทียบเท่า
วันที่หก     กรุงเตหะราน - กรุงเทพมหานคร
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับตำหนัก Sa’Ad Abad Palace ในสถานที่นี้ประกอบไปด้วยตำหนักถึง 7 แห่งด้วยกัน ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ 410 เฮกต้าร์ ที่ประกอบไปด้วยตำหนักต่าง ๆ ที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำหนักเขียวและตำหนักขาว ในอดีต ตำหนักขาว White Palace เป็นที่ประทับของกษัตริย์ชาร์ ปาห์ลาวี กษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนถูกโคไมนีปฏิวัติ และเป็นที่เก็บสะสมของมีค่ามากมาย อาทิเช่น พรมเปอร์เซียที่มีชื่อเสียง เครื่องประดับต่าง ๆ และเครื่องปั้นดินเผา

จากนั้นนำท่านเข้าชม ตำหนักเขียว Green Palace ซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป โดยใช้หินอ่อนสีเขียว และภายในประดับด้วย สถาปัตยกรรมกระจกที่งดงามตระการตาอย่างมาก

นำท่านเข้าชม พระราชวังโกเลสตาน Golestan Palace หรือ วังสวนกุหลาบ

พระราชวังโกเลสตาน Golestan Palace เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มาก ย้อนไปตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาฟาวิด เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 ยังมีร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่ คือ ป้อมสูง Citadel สำหรับส่องดูข้าศึก และสถานอาบน้ำแบบเติร์ก ส่วนตัวอาคารแบบตะวันตก ที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนั้นมีเพิ่มเติมเข้ามาเมื่อกษัตริย์ราชวงศ์รองสุดท้ายของเปอร์เซีย คือราชวงศ์คาจาร์ คือกษัตริย์นัสเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ ได้เสด็จเยือนยุโรปแล้วเห็นความเจริญ และความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแล้วประทับใจจึงนำศิลปะยุโรป ดังกล่าวเข้ามาผสมกับวิถีชีวิตของชาวอิหร่าน ดังเช่น ตำหนักแบบนีโอคลาสสิคของยุโรป โกเลสตานแห่งนี้ 

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรพลอย National Jewelry Museum

พิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรพลอย National Jewelry Museum สถานที่แห่งนี้ถูกดูแลรักษา และมีการบริหารงานอย่างเข้มงวดโดยธนาคารชาติของอิหร่าน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเงิน ทอง และเครื่องประดับอัญมณีเพลรพลอย ไข่มุก อันล้ำค่ามากมายเกินกว่าจะประมาณราคาได้ ซึ่งมีของที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งสิ้น ชม เพชรสีชมพูที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักถึง 182 กะรัต ชม ลูกโลกที่ประดับด้วยอัญมณีห้าหมื่นกว่าชิ้น ซึ่งมีน้ำหนัก 18,200 กะรัต และชม พระราชบัลลังก์ของกษัตริย์ที่เคยนั่งครองราชย์ ซึ่งประดับด้วยเพชรนิลจินดามากกว่า 26,000 ชิ้น

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน Imam Khomeini International Airport (IKA) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พื้นเมือง
20.45 น.ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดย การบินไทย เที่ยวบินที่ TG 528
วันที่เจ็ด     สนามบินสุวรรรภูมิ
06.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ67,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ62,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ราคาท่านละ59,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ10,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว สายการบินไทย (น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ไม่เกิน 30 กิโลกรัม/ท่าน) 
  • ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ, ค่าภาษีประเทศอิหร่าน
  • ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000.- บาท (ไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่), ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุในโปรแกรม, น้ำดื่มบริการบนรถ วันละ 1 ขวด
  • ค่าพาหนะ หรือ รถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรมระบุ
  • เจ้าหน้าที่ไกด์คนไทย อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง / ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, ค่าทิปคนขับรถ, ค่าทิปไกด์ไทย
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าแฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุ
  • ค่าทิปสำหรับพนักงานยกกระเป๋าตามโรงแรมต่าง ๆ ที่เข้าพัก
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (ในกรกรณีที่ท่านต้องการใบกำกับภาษี)

การชำระเงิน

  • งวดที่1: สำรองที่นั่งมัดจำท่านละ 20,000.- บาท ภายใน 3 วันหลังจากทำการจอง
  • งวดที่2: ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมด ภายใน 45 วันล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 40 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (สงกรานต์-ปีใหม่ 45 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน หักค่ามัดจำ 20,000+ค่าวีซ่า (ถ้ามี) (สงกรานต์-ปีใหม่ 40 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 20 วัน หักค่ามัดจำ 20,000+ค่าวีซ่า 3,000 + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี) (สงกรานต์-ปีใหม่ 35 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-19 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์ (สงกรานต์-ปีใหม่ 30 วัน)
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทางบริษัทฯ 
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน  การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจลาจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ในกรณีที่สูญหายสูญเสีย หรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ฯลฯ
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับหากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนดซึ่งทางบริษัทฯไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
    และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทางถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วผู้เดินทางต้องรอRefund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น(ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศเช่นเชียงใหม่ภูเก็ตหาดใหญ่ฯลฯโปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆยืนยันการเดินทางแน่นอนหากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานแล้วทัวร์นั้นยกเลิกบริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้วหมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่(Twin/Double) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง(Triple Room) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรมซึ่งมักมีความแตกต่างกันซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการหรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • กรุณางดนำของมีคมทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบินเช่นมีดพับกรรไกรตัดเล็บทุกขนาดตะไบเล็บเป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลวอาทิครีมโลชั่นน้ำหอมยาสีฟันเจลสเปรย์และเหล้าเป็นต้นจะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้นในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบินจะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุวันเดินทางเที่ยวบินจึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบินคือ 30กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีความกว้าง
    ( 9.75นิ้ว ) + ยาว( 21.5นิ้ว ) + สูง ( 18 นิ้ว )
  • ในบางรายการทัวร์ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศน้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบินบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไปไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง 
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) ซึ่งอยู่ในความความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

ทัวร์เสินหนงเจี้ย| ทัวร์เวียดนามใต้| ทัวร์เวียดนามเหนือ| ทัวร์เวียดนามกลาง| ทัวร์เซี่ยงไฮ้| ทัวร์ปักกิ่ง| ทัวร์จีน| ทัวร์ย่าติง-ตันปา| ทัวร์ฮาร์บิ้น| ทัวร์ทิเบต| ทัวร์ปากีสถาน| ทัวร์อินโดนีเซีย| ทัวร์ลาว| ทัวร์อินเดีย| ทัวร์รัสเซีย| ทัวร์กรีซ| ทัวร์ยุโรปตะวันออก| ทัวร์ยุโรปตะวันตก| ทัวร์ดูบอล| ทัวร์ยุโรปเหนือ| ทัวร์ยุโรปใต้| ทัวร์สแกนดิเนเวีย| ทัวร์แอฟริกาใต้| ทัวร์แคนาดา| ทัวร์อเมริกา| ทัวร์นิวซีแลนด์| ทัวร์ออสเตรเลีย| ทัวร์โครเอเชีย| ทัวร์ออสเตรีย| ทัวร์ฟินแลนด์| ทัวร์อิตาลี| ทัวร์ฝรั่งเศส| ทัวร์เยอรมัน| ทัวร์เชค| ทัวร์อังกฤษ| ทัวร์น่าน| ทัวร์แม่ฮ่องสอน| ทัวร์เลย| ทัวร์เพชรบูรณ์| ทัวร์ทะเลบัวแดง| ทัวร์ในประเทศ-เครื่องบิน

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Mobile : 092-269-6868, 098-828-5266
Hotline : 082-499-2007
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy