ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE620 : ทัวร์แกรนด์โมร็อกโก ทะเลทรายซาฮาร่า 11 วัน 8 คืน (QR)

DE620 : ทัวร์แกรนด์โมร็อกโก ทะเลทรายซาฮาร่า 11 วัน 8 คืน (QR)

Atlas Chaouen
Auberge Tombouctou Hotel
Barcelo Fes Medina Hotel
Golden Tulip Farah Rabat
Karam Palace Hotel Ouarzazate
Ryad Mogador Palace Agdal Hotel

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE620-00129 ธ.ค. 60-08 ม.ค. 61Qatar Airways (QR)79,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรกสนามบินสุวรรณภูมิ
22.00 น.

คณะพร้อมกัน ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประตูทางเข้าหมายเลข 8-9 เคาน์เตอร์เช็คอินแถว Q สายการบิน Qatar  Airways เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกทางด้านเอกสารการเดินทาง และสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง

วันที่สองสุวรรณภูมิ - กรุงโดฮา - เมืองคาซาบลังก้า - เมืองราบัต
01.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 837 (ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชั่วโมง 10 นาที)
04.45 น. เดินทางถึงสนามบิน กรุงโดฮา (ประเทศการ์ต้า) แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
07.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงคาซาบลังก้า โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 1395 (ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมง 20 นาที) (สายการบิน มีบริการอาหารเช้าบนเครื่อง)
12.40 น.

เดินทางถึง สนามบินนานาชาติเมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) Anfa International Airport ประเทศโมรอคโค (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง) (สายการบิน มีบริการอาหารว่างบนเครื่อง) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พบมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

บ่าย

รับประทานอาหารกลางวันเบาๆ  แซนวิช บนรถขณะเดินทางไปเมืองราบัต

นำท่านเดินทางสู่ เมืองราบัต

นำท่านชม เมืองราบัต เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงและทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม

ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน มีทหารยามยืนเฝ้าทุกประตู เปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือ สุเหร่าฮัสซัน ที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศรวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร

นำท่านชม หอคอยฮัสซัน Hassan Tower ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสุเหร่าฮัสซัน ซึ่งตั้งตระหง่านดูเด่นเป็นสง่าอย่างสวยงาม

จากนั้นนำชม ป้อมอูดายะ Oudaya’S Kasbah ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ ด้านในเป็นเมดิน่าบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้าสลับกับสี่ขาวดูสะอาดตา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม
พักที่ โรงแรม Golden Tulip Farah Rabat หรือเทียบเท่า
วันที่สามเมืองราบัต - เมืองแทนเจียร์ - เมืองเชฟชาอูน
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ เมืองแทนเจียร์ Tangier (ระยะทาง 250 กิโงเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ   3 ชั่วโมง)

เมืองแทนเจียร์ Tangier เป็นเมืองริมชายฝั่งและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมรอคโค และอยู่ทางตอนใต้ของ “ช่องแคบยิบรอลตาร์” ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของโมรอคโค นอกจากนี้แล้วเมืองแทนเจียร์ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่าเมืองอื่นๆ อีกทั้งรอบ ๆ ตัวเมืองยังมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม รวมทั้งหาดทรายและผู้คนที่แสนจะเป็นมิตร

สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองแทนเจียร์นั้น แน่นอนว่าสถานที่แห่งแรกที่จะแนะนำให้ไปเยือนคือ แกรนด์ ซัคโค Grand Socco หรือที่รู้จักกันว่า “บิ๊กสแควร์” จัตุรัสที่รายล้อมไปด้วยเขตเมืองเก่า หรือย่านเมดิน่า ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเมืองแทนเจียร์ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตลาดหลักของเมืองอีกด้วย ชม เพลส เดอ ฟรานซ์ Place de France เป็นจัตุรัสศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวนานาชาติ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตกแต่งสไตล์เก๋ ๆ สำหรับคอกาแฟให้เลือกซื้อรับประทานกันได้

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมความยิ่งใหญ่ของ ป้อมปราการเมืองแทนเจียร์ Tangier Kasbah ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของ เมืองแทนเจียร์ โดยป้อมปราการตั้งอยู่เหนือสุดของเมือง เป็นอีกวิวพอยท์สำคัญที่คุณจะสามารถมองเห็นช่องแคบยิบรอลตาร์ได้เป็นอย่างดี

นำท่านไปชม พระราชวังสุลต่าน ดาร์ เอล มาคเซ่น Dar el Makhzen เป็นที่ประทับของสุลต่านของโมร็อคโค ถูกสร้างขึ้นโดยมูเลย์ อีสมาอิล ในช่วงศตวรรษที่ 17 ที่มีความงดงามไปด้วยเพดานแกะสลักไม้และลานหิน

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเชฟชาอูน Chefchaouen (ระยะทาง 115 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)

พักที่ Atlas Chaouen หรือเทียบเท่า
วันที่สี่เมืองเชฟชาอูน - เมืองโรมันโวลูบิลิส - เมืองแมคเนส - เมืองเฟซ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน เดินเล่น ชิลล์ ชิลล์ ชมความสวยงามของ เมืองเชฟชาอูน Chefchaouen

เมืองเชฟชาอูน Chefchaouen ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใน หุบเขาริฟ Rif Mountain หรือ Er-Rif ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี ในอดีตก่อนที่โมรอคโคได้รับเสรีภาพการปกครองประเทศทั้งหมด ในปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และปัจจุบันนี้ประชากรมากกว่า 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาสเปนกันอย่างแพร่หลาย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบและแสวงหาในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคที่มีสีฟ้าและสีขาว ท่านไม่ความที่จะพลาดเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ สาเหตุที่เมืองเชฟชาอูนถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยอย่างเฉพาะอย่างยิ่งสีฟ้า นั่นก็เพราะว่า เชฟชาอูนเป็นเมืองที่มีบ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใส ยิ่งวันที่มีท้องฟ้าโปร่งแล้ว มองไปมองมาดูคล้ายกับท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆมาบดบังความงามเลย ในอดีตนั้นบ้านเรือนไม่ได้แต่งแต้มด้วยสีฟ้าอย่างปัจจุบัน เดิมบ้านที่สร้างอยู่ที่เชฟชาอูนจะเป็นสีขาวล้วน แต่ต่อมามีชาวยิวและชาวมุสลิมที่เป็นผู้อพยพมาจากสเปน ซึ่งเป็นประชากรดั้งเดิมของเมือง สมัยก่อนชาวมุสลิมมักจจะทาสีเขียวไว้ที่ประตูบ้านซึ่งเป็นสี่สำคัญทางศาสนาอิสลาม แต่แล้วภายหลังชาวยิวได้ริเริ่มที่จะทาสีช่วงล่างของบ้านให้เป็นสีฟ้าในช่วงยุค 1930 จากนั้นเป็นต้นมาทั้งชาวยิวและชาวมุสลิมในเมืองเชฟชาอูนก็ทางสีบ้านเป็นสีฟ้ามาตลอดจวบจนปัจจุบัน ซึ่งความนิยมในการทางประตูสีฟ้าก็กระจายอยู่ในหลาย ๆ เมืองในภูมิภาคนี้อย่างเช่น Sidi Bou Said เมืองทางตอนเหนือของประเทศตูนีเซีย เมืองเชฟชาอูนเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองเชฟชาอูนนั้นเป็นแบบโมรอคโค ดังนั้นซุ้มประตูโค้งจึงสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง นอกจากนั้นยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกแบบโมรอคโคให้เห็นได้ตามมุมต่าง ๆ เชฟชาอูนเป็นเมืองที่สงบและเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องความกลมกลืนและปรองดองกันระหว่างชาวยิวและชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้ว่าจะเป็นสองสีที่แตกต่างกัน สีเขียวและสีฟ้า แต่คนในหมู่บ้านก็มีความรักใคร่กันเป็นอย่างดี

ได้เวลาพอสมควรเดินทางสู่ เมืองโรมัน โวลูบิลิส Roman Volubilis (ระยะทาง 194 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

เมืองโรมัน โวลูบิลิส  อดีตเมืองโบราณแห่งจักวรรดิโรมันที่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11  ปัจจุบันเหลือแต่เพียงซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ก็ยังสามารถที่จะพอได้เห็นร่องรอยของความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต เมืองโรมัน โวลูบิลิส แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองแมคเนส Meknes (ระยะทาง 32 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45  นาที)

เมืองแมคเนส อดีตเมืองหลวงของโมรอคโค ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองราบัต เคยเป็นฐานทัพทางการทหารที่สำคัญตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ใช้เป็นเมืองหลวงในราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตเมืองหลวงแห่งอื่น ๆ ของโมรอคโคแล้ว แมคเนสเป็นเมืองหลวงที่มีระยะเวลาสั้นที่สุดเพียง 50 ปีเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเมืองแมคเนสแห่งนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบมัวร์-สเปนิช ที่งดงามมากมาย เช่นที่พบในสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมของสเปนตอนใต้ 

บ่าย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ชม กำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่า ที่มีความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู

ชม ประตูบับมันซู Bab Mansour Monumental Gate ที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูที่มีความสวยที่สุด เป็นเหมือนยอดมงกุฎ ตกแต่งด้วยโมเสด ไม้สลักสวย ๆ ผสมกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบยุโรป และกระเบื้องสีเขียวบนผนังสีแสด สีสันสวยงามสดใส และในเขตเมืองเก่าของแมคเนส ยังมีประตูที่สวยงามอีกหลายแห่งให้ท่านได้สัมผัส

ออกเดินทางสู่ เมืองเฟซ Fes (ระยะทาง 65 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ซึ่งยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองอิมพีเรียลทั้งสี่

นำท่านเที่ยวชม เมืองเฟซ Fes เมืองเหลวงเก่าใน ศตวรรษที่ 8 ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ โรงแรม  Barcelo Fes Medina Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าเมืองเฟซ
เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่าน ผ่านชม สุเหร่าโคเราวีน Kairaouine Mosque ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น)

จากนั้นนำท่านเดินชม ย่านเครื่องหนัง และแวะชม บ่อฟอกหนังและย้อมสีหนังแบบโบราณ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟซ ถูกอนุรักษ์โดยองค์การยูเนสโก้ ทั้งหมดนี้เป็นเสน่ห์ของการเดินเที่ยวชมเมืองที่ต้องเดินแหวกว่ายเข้าไปในกลุ่มคนชาวพื้นเมือง ช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น เมืองเฟซจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการเยื่อเป็นอย่างยิ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ โรงแรม Barcelo Fes Medina Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่หกเมืองเฟซ - อิเฟรน - มิเดลท์ - เออฟอร์ด - เมอร์ซูก้า
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิเฟรน Ifrane (ระยะทาง 65 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,650 เมตร ที่พักตากอากาศซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน เดินทางเส้นทางนี้ผ่านเทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมานานสองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้งเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ผ่าน Ziz Valley ก่อนข้าม Middle Atlast ผ่านเมือง Midelt

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทางที่ Midelt

นำท่านเดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งทะเลทราย ผ่านชม หุบเขาดาเดส Dades Gorge แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยจุดหมายอยู่ที่ เมืองเออฟอร์ด Erfoud ซึ่งเป็นโอเอซิส Oasis ศูนย์กลางทางการค้าขายของกองคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย Saudi Arabia และซูดาน Sudan

เดินทางสู่ เมืองเมอร์ซูก้าร์ โดย นำท่านนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD ไปท่อง ทะเลทรายซาฮาร่า Sahara เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ณ เมืองเมอร์ซูก้า Merzouga ลัดเลาะของทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่า

นำท่านเปลี่ยนเป็น รถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 เดินทางสู่ ทะเลทราย ซาฮาร่า Sahara Desert

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ โรงแรม Auberge Tombouctou Hotel หรือเทียบเท่
วันที่เจ็ดเมืองเมอร์ซูก้า - ทอด้าจอร์จ - เมืองทินเฮียร์ - เมืองวอซาเซท

นำท่าน ขี่อูฐ สู่เนินทรายอันกว้างใหญ่สุดสายตา เพื่อรอชม พระอาทิตย์ทอแสงยามเช้า แสงทองยามเช้าสาดสู่ทะเลทราย เป็นบรรยากาศยามเช้าที่คุณจะประทับใจมิรู้ลืม      

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ Todra George ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ใน โอเอซิส ลำน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขากับหน้าผาที่สูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้ผาสำหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย

นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาดาเดส Dades Gorge แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกรัดกร่อนจากแรงลมทำให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม

แวะชม โอเอซิส Tinegir ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกันท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางเดินทางต่อตามถนนคาชบาห์ที่มีป้อมหลายร้อยแห่งตั้งเรียงรายตามถนนดังกล่าวสู่  เมืองวอซาเซท Ouarzazate

เมืองวอซาเซท Ouarzazate เคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซท เป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย

(สำหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาสที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซทอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ใหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันตก สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจเมืองต่าง ๆ ได้ทุกวัน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พักที่ โรงแรม  Karam Palace Hotel Ouarzazate หรือเทียบเท่า
วันที่แปดเมืองวอซาเซท  -เมืองไอท์ เบนฮาดดู - เมืองมาราเกซ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู Ait Benhaddou ชมเมืองไอท์ เบนฮาดดู เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโค ภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู Kasbash of Ait Ben Hadou เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดัง อาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ Marakesh ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส

เมืองมาราเกซ Marakesh ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศตวรรษที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกซเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A City of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเตรียมตัวพบกับความอลังการของโชว์ในค่ำคืน

นำท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Djemaa Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝากของที่ระลึกพื้นเมืองต่าง ๆ ได้ที่ ตลาดเก่า Old Market ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน มีสินค้าพื้นเมืองวางจำหน่ายมากมาย ท่านจะได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองมาราเกซได้อย่างใกล้ชิด ในช่วงบรรยากาศยามเย็นนั้น จตุรัสกลางเมืองแห่งนี้คึกคักยิ่งนัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง 
พักที่ โรงแรม  Ryad Mogador Palace Agdal Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่เก้าเมืองมาราเกซ - เมืองคาซาบลังก้า
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม มัสยิดคูตาเบีย Koutoubia Mosque ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ จากหอบังที่มีคามสูง 226 ฟิต (70 เมตร) (ถ่ายรูปเฉพาะด้านนอก ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในได้)

จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย Bahia Palace เป็นพระราชวังของท่านมหาอำมาตย์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต

พระราชวังบาเฮีย Bahia Palace สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลาย ๆ อย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น Stucco มีการวาดลายบนไม้และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

นำท่านชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล Jardin Majorelle หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ Yves Saint Laurent Gardens ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาว ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นักออกแบบแฟชั่นดีไซน์แห่งปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้

สวนจาร์ดีน มาจอแรล Jardin Majorelle  ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอนานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคยตกเป็นของเศรษฐีแห่งมาราเกซ หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกซก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพื่อเป็นที่พักผ่อน

ชมสวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้าและสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสา แจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทรายที่จัดได้อย่างสวยงาม

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินกลับสู่ เมืองคาซาบลังก้า อีกครั้ง ให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโมรอคโค ที่มีชื่อว่า โมรอคโค มอลล์ The Morocco Mall สร้างบนพื้นที่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร มีทุกสิ่งอย่างสำหรับให้ชาวโมรอคโคและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ ภายในห้างสรรพสินค้าบริเวณตรงบันไดเลื่อน ท่านจะได้เห็นความสวยงามของสัตว์โลกใต้ท้องทะเลที่นำมาใส่ไว้ในตู้กระจกขนาดใหญ่มหึมา ด้วยความจุของน้ำทะเลประมาณ 1 ล้านลิตร ภายในประกอบไปด้วยสัตว์น้ำทะเลต่างๆ กว่า 30 สายพันธุ์ที่หายาก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย Mai Thai Restaurant
พักที่ โรงแรม Golden Tulip Farah Casablanca หรือเทียบเท่ 
วันที่สิบเมืองคาซาบลังก้า - กรุงอาบูดาบี้ - กรุงเทพมหานคร
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชมภายใน สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 Mosque of Hassan II มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ (ชมด้านในสุเหร่า ซึ่งรวมค่าเข้าชมแล้ว) สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง มีหอประกาศเชิญชวนเมื่อเข้าเวลาละหมาดที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 210 เมตรชมทิวทัศน์รอบ ๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร

16.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 1395  (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง)
วันที่สิบเอ็ดสนามบินสุวรรณภูมิ
04.00 น. เดินทางถึงสนามบิน กรุงโดอา ประเทศการ์ต้า (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน)
08.40 น.ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 832 (ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 10 นาที)
18.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ79,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ76,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ราคาท่านละ74,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ12,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าที่พักโรงแรมตามที่ระบุไว้ในรายการระดับ 3-5 ดาว จำนวน 8 คืน
  • ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ และค่าน้ำดื่มตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ รวมขี่อูฐในทะเลทรายซาฮาร่า
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศพร้อมคนขับผู้ชำนาญทาง ในการนำเที่ยวตามรายการที่ระบุไว้
  • เจ้าหน้าที่จากเมืองไทยและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาท ตามเงื่อนไข (หากอายุเกิน 75 ปี ทุนประกันลดลง 50%)
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศโมรอคโค, ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
  • ค่าขี่อูฐ ในทะเลทรายที่เมืองเมอร์ซูก้า (ท่านที่ไม่ได้ขี่อูฐ ไม่สามารถคืนเงินได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น) 
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง, คาซักรีด, ฯลฯ ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษระหว่างมื้ออาหารและในโรงแรม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือที่ระบุไว้ในโปรแกรม เช่น ค่าอาหารที่สั่งนอกเหนือจากรายการอาหารที่กำหนดให้ ฯลฯ
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น วันละ 3USD จำนวน 9 วัน  คิดเป็นเงิน  27USD
  • ค่าทิปคนคนขับรถ วันละ 2USD จำนวน 9 วัน คิดเป็นเงิน 18USD
  • ค่าทิป ไกด์ไทย ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในการบริการ (โดยธรรมเนียม วันละ 3USD จำนวน 10 วัน)
  • ค่าทิปคนคนจูงอูฐชมพระอาทิตย์ขึ้น คนละ 2USD 
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ค่าภาษีบริการ 3%

ทางบริษัทฯ ขอชำระ มัดจำ ท่านละ 20,000.- บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) พร้อมแฟกซ์หน้าพาสปอร์ตสำหรับการจอง
ส่วนที่เหลือชำระทั้งหมด ก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทาง

  • ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันทำงาน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำ
  • กรณียกเลิกก่อนการเดินทางภายใน 15 วันทำงาน บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องหัก 50% ของราคาทัวร์
  • กรณียกเลิกกะทันหันก่อนเดินทาง 7 วัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางหรือมีการเปลี่ยนแปลงรายการหรือเปลี่ยนแปลงราคา   ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน ฯลฯ ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจและการเมือง อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยวได้ตามรายการ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อ มีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 15 ท่าน 
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่สายการบินปรับเปลี่ยนราคาสายการบิน หรือกรณีที่คณะผู้เดินทางต่ำกว่ากำหนด
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนค่าวีซ่า, ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว
  • เมื่อท่านได้ตกลงจองทัวร์กับบริษัทฯ แล้ว ถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น

(กรุณาจัดเตรียมหลักฐาน โดยห้ามขีดทับหรือคร่อมบนสำเนาภาพ ให้ขีดหรือเซ็นต์บริเวณที่ว่างข้าง ๆ สำเนาภาพ หรือไม่ต้องเซ็นต์รับรองสำเนา)
หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างไม่น้อยกว่า 4 หน้า

  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • รูปถ่ายปัจจุบัน หน้าตรง ขนาด 3.5x4.5 ซม. จำนวน 2 รูป พื้นหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น หน้าใหญ่พอเหมาะเท่ากับรูปถ่ายในพาสปอร์ตของท่าน ห้ามใช้รูปถ่ายเล่น หรือ ห้ามใช้รูปถ่ายจากโพราลอยด์ และห้ามใส่เสื้อสีขาวถ่าย เนื่องจากสีจะกลืนกับพื้นหลังทำให้เห็นไม่ชัดเจน
  • จดหมายรับรองยอดเงินในบัญชีจากธนาคาร เป็นภาษาอังกฤษ ประทับตรารับรองจากธนาคาร หรือ Bank Certificate
  • หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ ระบุตำแหน่ง และเงินเดือน)
  • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ: ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ
  • กรณีที่เป็นพนักงานบริษัท: ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการจ้าง เงินเดือน
  • กรณีที่เป็นข้าราชการ: ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
  • กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
  • กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา: ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา ว่ากำลังศึกษาอยู่ระบุชั้นปีที่ศึกษา
  • กรณีค้าขาย, ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำอาชีพอิสระ ต้องพิมพ์จดหมายรับรองตนเอง
  • สำเนาบัตรประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณ 10-15 วัน

ทัวร์เสินหนงเจี้ย| ทัวร์เวียดนามใต้| ทัวร์เวียดนามเหนือ| ทัวร์เวียดนามกลาง| ทัวร์เซี่ยงไฮ้| ทัวร์ปักกิ่ง| ทัวร์จีน| ทัวร์ย่าติง-ตันปา| ทัวร์ฮาร์บิ้น| ทัวร์ทิเบต| ทัวร์ปากีสถาน| ทัวร์อินโดนีเซีย| ทัวร์ลาว| ทัวร์อินเดีย| ทัวร์รัสเซีย| ทัวร์กรีซ| ทัวร์ยุโรปตะวันออก| ทัวร์ยุโรปตะวันตก| ทัวร์ดูบอล| ทัวร์ยุโรปเหนือ| ทัวร์ยุโรปใต้| ทัวร์สแกนดิเนเวีย| ทัวร์แอฟริกาใต้| ทัวร์แคนาดา| ทัวร์อเมริกา| ทัวร์นิวซีแลนด์| ทัวร์ออสเตรเลีย| ทัวร์โครเอเชีย| ทัวร์ออสเตรีย| ทัวร์ฟินแลนด์| ทัวร์อิตาลี| ทัวร์ฝรั่งเศส| ทัวร์เยอรมัน| ทัวร์เชค| ทัวร์อังกฤษ| ทัวร์น่าน| ทัวร์แม่ฮ่องสอน| ทัวร์เลย| ทัวร์เพชรบูรณ์| ทัวร์ทะเลบัวแดง| ทัวร์ในประเทศ-เครื่องบิน

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Mobile : 092-269-6868, 098-828-5266
Hotline : 082-499-2007
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy