ส่งท้ายปีหมูที่เพิ่งผ่านพ้นไป ต้อนรับปีหนูที่วนกลับมาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนกับว่าปีใหม่เพิ่งผ่านไปไม่นาน ทั้งๆที่ตอนนี้ก็ล่วงเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักกันแล้ว อาจจะเนื่องมาจากความประทับใจ กับทริปปีใหม่ที่ได้สัมผัสมา กับสถานที่อันน่าประทับใจ “สังขละบุรี”
ทริปครั้งนี้ เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ เวลาประมาณ 9 โมงเช้า โดยใช้เส้นทาง พระราม 2 เข้าวงแหวนกาญจนาภิเษก ออกไปยังถนนบรมราชชนนี มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ขับรถกินลมชมวิวกันไปเรื่อยๆ แวะพักเที่ยงระหว่างทาง และไปถึงแพที่พัก ที่สังขละบุรี ก็เย็นโพล้เพล้ ใกล้ได้เวลาพระอาทิตย์ตกพอดี เราจึงรีบลงเรือเล็กเพื่อไปชมบรรยากาศเมืองบาดาลยามเย็น
โดยที่เราสามารถจะเลือกให้ลากออกห่างจากฝั่ง เพื่อสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนกลางแม่น้ำก็ได้ แต่แพของเรา แม้จะไม่ได้ลากออกไป แต่บรรยากาศก็คงไม่แพ้กัน แล้วคืนนั้นเราก็ลากที่นอน ออกมานอนดูดาว เคล้าแสงจันทร์ และรับลมเย็นๆ ริมระเบียงแพ
รุ่งเช้าวันถัดมา เราก็ได้โอกาสเดินข้ามสะพานมอญกันจริงๆเสียที เพื่อไปชมวิถีชีวิตของชาวมอญ ซึ่งยามเช้าตรู่นี้ ภาพที่น่าจะชินตา คือภาพที่ประชาชน รอใส่บาตรพระสงฆ์ซึ่งเดินบิณฑบาต บนสะพานมอญ เมื่อข้ามไปถึงฝั่งชาวมอญ ภาพความคึกคักของร้านขายกาแฟ และอาหารเช้าก็มีให้เห็นอยู่เจนตา โจ๊กร้อนๆ กับกาแฟร้อนหอมกรุ่น ทำให้ความหนาวเย็นของเช้านั้น อบอุ่นขึ้นทันที เมื่ออิ่มกับอาหารเช้าแล้ว เราก็ได้โบกรถของนักท่องเที่ยวที่มีจุดหมายเดียวกัน นั่นก็คือ วัดวังก์วิเวการาม ที่ได้ทำการสร้างขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนวัดเดิมที่จมน้ำไป ซึ่งภายในวิหาร ได้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว และเมื่อออกจากวัดวังก์วิเวการาม ด้านตรงข้าม คือเจดีย์พุทธคยา ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมสีเหลืองทองอร่ามงดงาม ทั้งยังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนนิ้วหัวแม่มือขวา เมื่อเดินชมภายใน ก็ยังเห็นภาพวาดบนฝาผนัง ด้านภายนอกเจดีย์ มีร้านขายของที่ระลึกจากพม่า เช่น ตะเกียบไม้ ผ้าถุง เสื้อ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อของฝากกันได้ตามใจชอบ หลังจากเดินชมสถานที่สำคัญสองแห่งนี้อย่างเต็มอิ่ม เราก็เดินทางกลับสู่ตลาดมอญ ซึ่งเป็นตลาดไม่ใหญ่นัก ของที่วางขาย ก็เช่นเดียวกับตลาดทั่วไป แต่สินค้าหลายชนิด ที่ทำให้เห็นได้ชัดว่า ตลาดแห่งนี้ คือตลาดมอญ อยากรู้ว่าสิ่งที่แตกต่างคืออะไร อยากสัมผัสบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร ต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองซักครั้ง แล้วหลายคน จะหลงเสน่ห์ของ สังขละบุรี อย่างแน่นอน