DoubleEnjoy.com :: บทความตามอารมณ์ >> ส่งท้ายปีหมูกับเดือนแห่งความรัก
หน้าแรก โปรแกรมทัวร์ แพ็คเกจทัวร์ โรงแรมและที่พัก ห้องภาพ เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา ติดต่อ-สอบถาม
 
Double Hot
 
 
Double Promotion
 
     
 
บทความตามอารมณ์
 
 
ความทรงจำกับภาพถ่าย
 
 
ทริปเด่นประจำเดือน
 
 
     
  ดับเบิ้ลเอ็นจอย (Double Enjoy)
 
  89/87 หมู่ 3 หมู่บ้านเพอร์เฟค พาร์ค
ถ.ประชาอุทิศ ต.บางแม่นาง
อ.บางใหญ่ นนทบุรี 11140
 
  Tel: (ผึ้ง)   08-6306-5573
      (ก้อย) 08-6306-5572
 
  Fax: 0-2191-6178 (อัตโนมัติ)  
  Email/MSN  
  DoubleEnjoy@hotmail.com  
ส่งท้ายปีหมูกับเดือนแห่งความรัก

ส่งท้ายปีหมูที่เพิ่งผ่านพ้นไป ต้อนรับปีหนูที่วนกลับมาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนกับว่าปีใหม่เพิ่งผ่านไปไม่นาน ทั้งๆที่ตอนนี้ก็ล่วงเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักกันแล้ว อาจจะเนื่องมาจากความประทับใจ กับทริปปีใหม่ที่ได้สัมผัสมา กับสถานที่อันน่าประทับใจ “สังขละบุรี”

ทริปครั้งนี้ เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพ เวลาประมาณ 9 โมงเช้า โดยใช้เส้นทาง พระราม 2 เข้าวงแหวนกาญจนาภิเษก ออกไปยังถนนบรมราชชนนี มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ขับรถกินลมชมวิวกันไปเรื่อยๆ แวะพักเที่ยงระหว่างทาง และไปถึงแพที่พัก ที่สังขละบุรี ก็เย็นโพล้เพล้ ใกล้ได้เวลาพระอาทิตย์ตกพอดี เราจึงรีบลงเรือเล็กเพื่อไปชมบรรยากาศเมืองบาดาลยามเย็น

ในวันนั้นยังคงเป็นช่วงน้ำขึ้น จึงได้เห็นแค่เพียงยอดวัดเก่า หรือวัดวังก์วิเวการาม แต่เดิมเคยเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเป็นที่เคารพของประชาชนมากมาย ได้จำพรรษาอยู่ บรรยากาศยามเย็นขณะพระอาทิตย์ตกเมื่อเราอยู่กลางแม่น้ำซองกาเลีย ก็เป็นอีกภาพความประทับใจ โดยมีสะพานมอญ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ อยู่ไกลๆ สะพานแห่งนี้ ใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมา ระหว่างหมู่บ้านชาวมอญและฝั่งอำเภอสังขละบุรี ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยมีความยาวถึง 850 เมตร ทั้งยังเป็นจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นลำห้วยสามสาย ที่มาบรรจบกัน คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี การชมบรรยากาศครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ก็กลับมาถึงแพที่พัก ซึ่งในบริเวณนั้นมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน แพจอดเรียงรายกันอยู่ในน้ำ

โดยที่เราสามารถจะเลือกให้ลากออกห่างจากฝั่ง เพื่อสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนกลางแม่น้ำก็ได้ แต่แพของเรา แม้จะไม่ได้ลากออกไป แต่บรรยากาศก็คงไม่แพ้กัน แล้วคืนนั้นเราก็ลากที่นอน ออกมานอนดูดาว เคล้าแสงจันทร์ และรับลมเย็นๆ ริมระเบียงแพ

รุ่งเช้าวันถัดมา เราก็ได้โอกาสเดินข้ามสะพานมอญกันจริงๆเสียที เพื่อไปชมวิถีชีวิตของชาวมอญ ซึ่งยามเช้าตรู่นี้ ภาพที่น่าจะชินตา คือภาพที่ประชาชน รอใส่บาตรพระสงฆ์ซึ่งเดินบิณฑบาต บนสะพานมอญ เมื่อข้ามไปถึงฝั่งชาวมอญ ภาพความคึกคักของร้านขายกาแฟ และอาหารเช้าก็มีให้เห็นอยู่เจนตา โจ๊กร้อนๆ กับกาแฟร้อนหอมกรุ่น ทำให้ความหนาวเย็นของเช้านั้น อบอุ่นขึ้นทันที เมื่ออิ่มกับอาหารเช้าแล้ว เราก็ได้โบกรถของนักท่องเที่ยวที่มีจุดหมายเดียวกัน นั่นก็คือ วัดวังก์วิเวการาม ที่ได้ทำการสร้างขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนวัดเดิมที่จมน้ำไป ซึ่งภายในวิหาร ได้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว และเมื่อออกจากวัดวังก์วิเวการาม ด้านตรงข้าม คือเจดีย์พุทธคยา ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมสีเหลืองทองอร่ามงดงาม ทั้งยังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนนิ้วหัวแม่มือขวา เมื่อเดินชมภายใน ก็ยังเห็นภาพวาดบนฝาผนัง ด้านภายนอกเจดีย์ มีร้านขายของที่ระลึกจากพม่า เช่น ตะเกียบไม้ ผ้าถุง เสื้อ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อของฝากกันได้ตามใจชอบ หลังจากเดินชมสถานที่สำคัญสองแห่งนี้อย่างเต็มอิ่ม เราก็เดินทางกลับสู่ตลาดมอญ ซึ่งเป็นตลาดไม่ใหญ่นัก ของที่วางขาย ก็เช่นเดียวกับตลาดทั่วไป แต่สินค้าหลายชนิด ที่ทำให้เห็นได้ชัดว่า ตลาดแห่งนี้ คือตลาดมอญ อยากรู้ว่าสิ่งที่แตกต่างคืออะไร อยากสัมผัสบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร ต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนด้วยตัวเองซักครั้ง แล้วหลายคน จะหลงเสน่ห์ของ สังขละบุรี อย่างแน่นอน



 
8 ก.พ. 2551
by Greenlight
 ความคิดเห็น 1
 
เราก็คิดที่จะไปเที่ยวที่สังขละบุรีค่ะ ไปกับครอบครัว แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปพักที่ไหน ที่ราคาไม่แพง แนะนำด้วยนะคะ

 
   โดย:   ฝน        เมื่อ:  12/11/2008 12:41:00

แสดงความคิดเห็น

* ชื่อ
 Email
* ข้อความ

  [+] Home [+] Programs Tour [+] Webboard [+] Gallery [+] About Us [+] Contact Us
Copyright © 2008 DoubleEnjoy.com All Rights Reserved.
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/5307   ใบทะเบียนพาณิชย์ เลขที่ 3770200298117