ได้รับรู้ข่าวสารจากผู้คนรอบกาย รวมถึงตัวเองว่าตอนนี้ มนุษย์เราเป็นโรคปวด โรคเมื่อยไม่เลือกวัย เพศและฐานะ ตั้งแต่อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ข้อมือ หลัง เข่า สะโพก ทั้งนี้อันเกิดมาจากสุขนิสัย ลักษณะนิสัยและการใช้ชีวิตประจำวันของเราเอง
หลาย ๆ คนทราบว่าการนั่งหน้าจอเป็นเวลานาน ทำให้สายตาแย่และมีอาการปวดหลังตามมา แต่...ก็มันเป็นงานนี่นา ไม่ทำก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้วล่ะ เรารู้ถึงต้นตอของการเกิดได้เป็นอย่างดี แต่เราเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพยายามหาเหตุให้อาการมันบรรเทา ทุเลาลง อย่างตัวเอง พยายามทานน้ำเยอะ ๆ จะได้ลุกไปห้องน้ำบ่อย ๆ เป็นการดีต่อสุขภาพและบังคับตัวเองให้ลุกออกจากเก้าอี้และจอคอมพิวเตอร์ซะบ้าง
เคยคิดจะย้อนกลับไปเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนดูซัก 5 นาทีไม๊?
เคยคิดจะย้อนกลับไปทำอะไรแบบที่เคยทำเมื่อ 10 ปีก่อนบ้างหรือเปล่า?
ไม่ได้บอกให้เรายึดติดกับสังขารอันไม่เที่ยงของเรากันหรอกนะ แต่ระวังระไวนิดนึง เผื่อมีอะไรขึ้นจะได้แก้ไขกันได้ตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหา อวัยวะนะไม่ใช่ถุงเท้า ที่จะได้หาซื้อเปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ
เคยคิดไม๊ว่า ถ้าวันนึงเราต้องตาบอด มองไม่เห็น เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบากขนาดไหน? เราจะสร้างภาระให้คนที่เรารักและรักเราได้อีกเท่าไหร่?
ถ้าวันนึงเราพิการ หรือเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะตลอดเวลา อาชีพการงานของเราจะก้าวหน้าไปได้หรือเปล่า?
เริ่มต้นง่าย ๆ ปรับเปลี่ยนนิสัยที่เสี่ยงทั้งหลายให้หมด และ “ออกกำลังกาย” อย่าบอกว่าไม่มีเวลา เพราะยังเอาเวลาที่มีไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เดินช้อปปิ้งได้ทุกวันเลย
โรคอ้วน เครียด ภูมิแพ้ ปวดเมื่อย มะเร็ง และเบาหวาน มักจะชอบมาศัยกับคนประเภทไม่ออกกำลังกาย ด้วยประการฉะนี้ ถามตัวเองกันหน่อยดีไม๊
“สบายดีหรือเปล่า?”