ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE200 : โปรแกรมทัวร์ดูไบ อาบูดาบี้ เดอะปาล์มไอส์แลนด์ 4 วัน 3 คืน (EK)

DE200 : โปรแกรมทัวร์ดูไบ อาบูดาบี้ เดอะปาล์มไอส์แลนด์ 4 วัน 3 คืน (EK)

Ibis Dubai Deira City Centre

รายละเอียดการเดินทาง

วันที 1สนามบินสุวรรณภูมิ - ดูไบ
13.00 น. 

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 2 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมบริการติดป้ายชื่อพร้อมริบบิ้นให้กับกระเป๋าทุกท่าน

16.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK377 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
19.55 น.   

เดินทางถึง ดูไบ (Dubai) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วก็เดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองดูไบ รัฐที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หนึ่งในเมืองตะวันออกกลางที่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรน้ำมันดิบและแร่ทองคำ มีการถมทะเลเพื่อสร้างแผ่นดินใหม่เพิ่มเข้ามา ดูไบเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลกที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกด้านจนเป็นที่สนอกสนใจของนักธุรกิจจากทั่วโลกในการเข้ามาร่วมลงทุนทำธุรกิจ มีการพัฒนาดินแดนเดิมที่เคยเป็นทะเลทรายให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งธุรกิจการค้า ศูนย์กลางแห่งอสังหาริมทรัพย์ และมีการทำธุรกิจน้ำมันเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุด ควบคู่กับอัญมณี เพชรพลอย ทองคำ โลหะ หรือแม้กระทั่งผลไม้อย่างอินทผาลัม

เย็น  บริการอาหารกล่อง
ที่พัก Ibis Dubai Deira City Centre หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 2ดูไบ - ถ่ายภาพตึกเรือใบ  Burj Al Arab - Jumeirah Beach - Atlantis the Palm – ช้อปปิ้งJewelryshop - ตลาดเครื่องเทศ และตลาดทอง - นั่งรถ 4WD ตะลุยทะเลทราย - ดินเนอร์มื้อค่ำพร้อมชมโชว์พื้นเมืองเช้า 
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางสู่ หาดจูไมร่า (Jumeriah Beach)  พาทุกท่านถ่ายรูปบริเวณหาดจูไมร่า ชายหาดที่มีความสวยงามติดอันดับโลก และเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยมแห่งหนึ่งของชาวดูไบบริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย

หาดจูไมร่า สวยงามด้วยทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสราวกับกระจก และเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เป็นศูนย์รวมของย่านที่อยู่อาศัยของบรรดามหาเศรษฐีอาหรับทั้งหลาย ถ่ายภาพด้านนอกตึกเรือใบ เบิร์จ อัล อาหรับ (Burj Al Arab) โรงแรมสุดหรูระดับ 7 ดาว ครองระดับความสูงของอาคารถึง 321 เมตร และเมื่อมีทำเลอยู่ริมชายหาดก็ยิ่งโดดเด่นเห็นชัดตั้งแต่ในระยะไกล อาคารเบิร์จ อัล อาหรับ สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2537 และมาสร้างเสร็จจนเปิดให้บริการหลังจากนั้นอีก 5 ปีซึ่งก็ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เอกลักษณ์ที่จดจำได้ง่ายที่สุดสำหรับเบิร์จ อัล อาหรับก็คือการที่ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายกับ “เรือเดา” (Dhow) เรือเก่าแก่ที่ชาวอาหรับใช้กันมายาวนาน ไม่ใช่จะอลังการยิ่งใหญ่แค่ภายนอก เบิร์จ อัล อาหรับได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดในโลกอีกด้วย 

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เดอะปาล์ม ไอส์แลนด์ (The Palm Island) โครงการใหญ่ยักษ์ที่เกิดขึ้นจากการถมทะเลให้กลายเป็นแผ่นดินขึ้นมา แต่สร้างสรรค์ให้แนวการถมพื้นที่นั้นเป็นเกาะเทียมรูปต้นปาล์ม มีทั้งหมด 3 เกาะ ได้แก่ เดอะปาล์ม จูไมราห์ (The Palm Jumeirah) เดอะปาล์ม ไดราห์ (The Palm Deira) และ เดอะปาล์ม จีเบลอาลี (The Palm Jebel Ali) จากนั้นก็เนรมิตให้บนเกาะทั้งสามเป็นที่ตั้งของนานาสถานที่เพื่อให้เป็นทั้งตัวดึงดูดนักลงทุนทำธุรกิจและช่วยส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของเมือง สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นจึงประกอบไปด้วยโรงแรมหรู รีสอร์ท คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนท์ บรรดาร้านค้าร้านอาหารต่างๆ และยังมีอาคารสำนักงานของหน่วยงานเอกชนทั้งหลาย ทำให้เดอะปาล์ม ไอส์แลนด์เหมือนเป็นเมืองใหม่ที่ว่ากันว่าแทบจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกชิ้นหนึ่งได้เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการชมเดอะปาล์ม ไอส์แลนด์จากมุมสูงหรือจากภาพถ่ายกลางอากาศจะยิ่งเห็นชัดถึงความอลังการในการสร้างแผ่นดินใหม่ครั้งนี้ 

จากนั้นนำท่าน เดินทางสู่ ตลาดเครื่องเทศ (Gold & Spicy Souk) หากใครชอบกลิ่นหอมๆ ของเครื่องเทศจากทั่วโลกก็จะสุขใจเมื่อได้เดินเที่ยวในย่านนี้ เพราะกลิ่นหอมจากเครื่องเทศหลากหลายชนิดจะฟุ้งกระจายอยู่ทั่วตลาด และส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องหอม เช่น กานพลู กระวาน อบเชย มีเปลือกไม้สำหรับปรุงยา ถั่วและธัญพืชหลากชนิดรวมถึงเครื่องเทศท้องถิ่นอีกมากมาย แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ชอบเดินตลาดมากนักและมักจะหนักไปทางการชมงานศิลป์ขอแนะนำให้ไปเดินเล่นในย่านเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง

ตลาดทอง (Gold Souk) ตลาดค้าทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบกับอลังการแห่งความเหลืองอร่ามของทองคำที่มีอยู่มากมายสมกับความเป็นที่สุดในโลก ในตลาดแห่งนี้มีร้านค้าทองนับได้เป็นจำนวนร้อยร้าน มีทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณมากมายหลายแบบให้เลือกชมเลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว มากมายไปด้วยดีไซน์แปลกตาต่างไปจากที่เคยเห็นในบ้านเรา และนอกจากทองคำแล้วก็ยังมีเครื่องประดับชนิดอื่นๆ ทั้งอัญมณีน้ำงาม เพชรพลอย ไข่มุกแท้อีกมากมาย มีให้เลือกซื้อและชมกันอย่างจุใจ

นำทุกท่า นช้อปปิ้งสินค้า จิวเวลรี่ เครื่องประดับ น้ำหอม และเสื้อผ้าพื้นเมืองของชาวอาราเบีย ในดูไบ 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำทุกท่านกลับที่พักเตรียมความพร้อมในการเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย

***หมายเหตุ ท่านที่เมารถ กรุณาทานยาแก้เมาล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือควรแจ้งหัวหน้าทัวร์ให้ทราบก่อนไปทัวร์

*** นำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เดินทางไปทัวร์ ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner) ท่านจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับประสบการณ์อันแปลกใหม่ ท้าทายความกล้าสุดๆ และยังน่าจะถูกใจผู้ที่ชอบความผาดโผนชวนหวาดเสียว เพราะรถจะพาเราผ่านเข้าไปยังทะเลทรายที่มีทั้งเนินทรายและแอ่งทราย เมื่อรถเคลื่อนไปก็จะพบกับพื้นที่ทั้งสูงและต่ำ ลาดเอียงจนตัวเกร็ง รถ 1 คันจุผู้โดยสารได้ 6 คน เป็นอีกกิจกรรมที่สนุกตื่นเต้นและเร้าใจมากทีเดียว

เย็น

รับประทานอาหารค่ำ ณ แคมป์กระโจมแบบอาหรับ ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ตกดินที่แสนสวยงาม

สัมผัสชีวิตแบบชาวพื้นเมือง เบดูอิน อาทิ พักผ่อนในกระโจมสไตล์อาหรับแท้ๆ พร้อมด้วยกิจกรรมอีกมากมายให้ได้สนุกกัน เช่น สนุกสนานกับการขี่อูฐ ทดลอง Henna Tattoo ลงบนผิวกายด้วยศิลปะการเพนท์ตามแบบฉบับชาวอาหรับ หรือจะลองสูบบารากูกลิ่นผลไม้ (Shi Sha) สไตล์อาหรับก็ได้ ยังมีเครื่องแต่งกายพื้นเมืองอาหรับให้ได้ลองใส่เพื่อให้เข้าบรรยากาศอย่างที่สุด พร้อมกับอาหารมื้อเย็นเป็นบุฟเฟต์บาบีคิวกลางทะเลทรายที่จะได้ชมการแสดงระบำหน้าท้อง (Belly Dance) อีกหนึ่งในศิลปะการร่ายรำขึ้นชื่อในแถบอาหรับที่ทั้งสวยงามและสนุกสนาน 

ที่พัก Ibis Dubai Deira City Centre หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 3ดูไบ - อาบูดาบี - แกรนด์มอส - ช้อปปิ้งร้านเครื่องหนัง - ตึกเบิร์ต คาลิฟา - Dubai mall - ช้อปปิ้งร้านอินทผาลัม
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางสู่ อาบูดาบี (Abu Dhabi) เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยังเป็นเมืองที่รวยที่สุดในโลกจากการที่เป็นเจ้าของแหล่งน้ำมันดิบมากมาย ในขณะที่ประชากรในอาบูดาบีต่างก็มีสินทรัพย์ส่วนตัวกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อคน อาบูดาบีเป็นเมืองที่ยังเก็บความดั้งเดิมในรูปแบบของอาหรับไว้ได้มากที่สุด หากเข้ามาเที่ยวชมในอาบูดาบีอาจจะให้ความรู้สึกต่างไปจากดูไบที่กำลังพัฒนาจนโตวันโตคืนและทันสมัยอย่างที่สุด แต่อีกส่วนหนึ่งอาบูดาบีได้ถูกสร้างให้คงความเป็นธรรมชาติคู่กันกับอ่าวเปอร์เซีย ทำให้เมืองหลวงแห่งนี้ได้รับฉายาว่าเป็น “Garden of Gulf” จากการเป็นสวรรค์แห่งธรรมชาติ สวรรค์แห่งความเขียวขจีที่สามารถเอาชนะธรรมชาติแห่งทะเลทรายที่ร้อนระอุได้

นำท่านเข้าชม แกรนด์มัสยิด (Sheikh Zayed bin Sultan al Nahyan Grand Mosque) สุเหร่าที่งดงามที่สุดของ U.A.E. มีความใหญ่โตเป็นอันดับ 3 ของโลก

แกรนด์มัสยิด ความงดงามของแกรนด์มัสยิดนั้นปรากฏให้เห็นทั้งในกลางวันและกลางคืน บนลานกว้างเราจะมองเห็นมัสยิดยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่าน ตัวอาคารมัสยิดได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างประณีตด้วยวัสดุที่ถูกนำเข้ามาจากนานาประเทศ เราจะเห็นได้ชัดว่างดงามอย่างที่สุดก็เมื่อได้เข้าไปใกล้และได้มีโอกาสเข้าไปภายในมัสยิดที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยศิลปะมุสลิมแท้ๆ โดยเฉพาะโคมไฟในโถงใหญ่ยิ่งอลังการเพราะถือเป็นโคมไฟระย้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีราคาสูงถึง 30 ล้านดอลลาห์สหรัฐ แกรนด์มัสยิดเป็นศาสนสถานประจำอาบูดาบีที่ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 10 ปี นอกเหนือจากการเข้าชมความยิ่งใหญ่ของแกรนด์มัสยิดแล้ว ผู้ที่เข้ามาที่นี่มักมีจุดประสงค์ในการเข้าชม “พรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งเป็นพรมที่นำเข้าจากเยอรมนี พรมผืนนี้ไม่ธรรมดาและไม่เหมือนพรมที่ใดในโลก เพราะทำขึ้นจากทองคำและทองแดงเป็นผืนใหญ่ขนาด 5,627 ตารางเมตร 

***การเที่ยวชมมัสยิด ต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ห้ามสวมกางเกงขาสั้นหรือเสื้อกล้าม ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความยาวคลุมถึงระดับข้อมือและข้อเท้า ปกปิดไหล่และทรวงอกให้มิดชิด ผู้หญิงจะต้องมีผ้าคลุมผม และต้องถอดรองเท้าก่อนเข้ามัสยิด*** 

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย

นำท่านเลือกซื้อสินค้า เครื่องหนัง สไตล์ชาวอาราเบีย

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ดูไบ

นำท่านถ่ายรูปกับ ตึกเบิร์จ คาลิฟา (Burj Khalifa) หรือชื่อเดิมคือ “เบิร์จ ดูไบ” (Burj Dubai) อาคารที่รั้งตำแหน่งสูงที่สุดในโลกด้วยระดับความสูง 828 เมตร มี 162 ชั้น และเป็นสิ่งก่อสร้างแห่งโลกยุคปัจจุบันที่กำลังจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของดูไบ กับรูปลักษณ์ราวแท่งผลึกของตัวอาคารที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ ดึงดูดให้ทุกสายตาให้จับจ้องมายังอาคารหลังนี้เป็นจุดเดียว ส่วนด้านหน้าอาคารเบิร์จ คาลิฟาจะมีน้ำพุที่สูงที่สุดในโลกและยังใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงสุดอีกด้วย น้ำพุแห่งนี้ชื่อว่า น้ำพุดูไบ (Dubai Fountain)

จากนั้นนำท่านสู่ ดูไบ มอลล์ (Dubai Mall) หนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมเอาแบรนด์แฟชั่นมาไว้ในที่เดียวที่มากที่สุด ให้ท่านได้เดินชมและเลือกซื้อสินค้ามากมายจากทั่วทุกมุมโลก และนอกจากร้านค้ามากมายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ที่น่าดึงดูดมากแล้วนั้น ตู้ปลาขนาดใหญ่ ความกว้างนั้นมากกว่าคนสิบคนยืนเรียงกัน เหมือนยกอควอเรียมมาตั้งไว้กลางห้างสรรพสินค้าก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดชมพร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หลังจากนั้นนำท่านเลือกซื้ออินทผาลัม สินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อของดูไบ มีให้เลือกหลายแบบทั้ง อินทผาลัมสด อินทผาลัมแห้ง ทั้งแบบมีอัลมอนด์สอดไส้และเคลือบช็อคโกแลต

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พักIbis Dubai Deira City Centre หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 4ดูไบ - สุวรรณภูมิ
เช้า 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

11.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK370 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)อสโคว์ - กรุงเทพฯ
20.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า
  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
  • ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นท่านละ  3 usd /คน/วัน และคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 usd / คน / วัน 
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 4 วัน)
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
  • สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 10,000 บาท (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  • ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
  • หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
  • พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ํากว่า 6 เดือน นับจากวันที่เดินทางกลับเข้าสู่ประเทศ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตามควรนําไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  • รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (แบบหน้าใหญ่) ขนาด 4.5 ซม. x 3.5 ซม. จํานวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 21.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 098-828-5266 (เดียร์)
         092-269-6868 (มน)
         095-902-2526 (แนน)
         089-204-9121 (บิว)
         061-545-5852 (จีจี้)
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy