ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE385 : โปรแกรมทัวร์ตุรกี อิสตันบูล คัปปาโดเกีย สวนดอกทิวลิปอีเมอร์กันพาร์ค 8 วัน 5 คืน (TK)

DE385 : โปรแกรมทัวร์ตุรกี อิสตันบูล คัปปาโดเกีย สวนดอกทิวลิปอีเมอร์กันพาร์ค 8 วัน 5 คืน (TK)

ANKARA BERA HOTEL
BURCUKAYA HOTEL
CANAKKALE KOLIN HOTEL
KUSADASI CHARIMA HOTEL
PAMUKKALE NINOVA THERMAL HOTEL

 

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 ::กรุงเทพฯ
19.00 น.

คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 สายการบิน Turkish Airlines เคาน์เตอร์ Uประตู 9 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

21.45 น.เหิรฟ้าสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน TurkishAirlines เที่ยวบินที่ TK-65 ใช้เวลาเดินทางประมาณ  10 ชั่วโมง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
วันที่ 2อิสตันบูล - สุเหร่าสีน้ำเงิน - ฮิปโปโดรม - พระราชวังทอปกาปึ - สวนดอกทิวลิป - อีเมอร์กันพาร์ค - เมืองชานัคคาเล่
04.00 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติ อตาเติร์กกรุงอิสตันบูลหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้นนำทุก ท่านเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองอิสตันบูล
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

จากนั้นไม่ไกลนำทุกท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque หรือ Sultan Ahmet Mosque ถือเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมเป็นสุดยอดของ 2 จักรวรรดิ คือ ออตโตมันและไบเซนไทน์ เพราะได้รวบรวมเอาองค์ประกอบจากวิหารเซนต์โซเฟียผนวกกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลามดั้งเดิม ถือว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี สามารถจุคนได้เรือนแสน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี ระหว่าง ค.ศ.1609-1616 โดยตั้งชื่อตามสุลต่านผู้สร้างซึ่งก็คือ Sultan Ahmed นั้นเอง 

จากนั้นนำทุกท่านสู่ จัตุรัสสุลต่านอะห์เมต หรือ ฮิปโปโดรม สนามแข่งม้าของชาวโรมัน จุดศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวเมืองเก่า

จัตุรัสสุลต่านอะห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุสเซเวรุสเพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้นตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธีแต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3 ต้น คือเสาที่สร้างในอียิปต์เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูลเสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือเสาคอนสแตนตินที่ 7

กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

หลังจากนั้นนำทุกท่านชม พระราชวังทอปกาปึ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งถือเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985

พระราชวังทอปกาปึ สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 ในปี ค.ศ.1459 บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ลานกว้าง และมีอาคารขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ณ จุดที่สร้างพระราชวังแห่งนี้สามารถมองเห็นช่องแคบบอสฟอรัสโกลเดนฮอร์นและทะเลมาร์มาร่าได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่เจริญสูงสุดของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังแห่งนี้มีราชวงศ์และข้าราชบริพารอาศัยอยู่รวมกันมากถึงสี่พันกว่าคนนำท่านเข้าชมส่วนของท้องพระโรงที่เป็นที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์เครื่องเงินต่างๆ มากมาย

**พิเศษช่วงเดือน เมษายน เดือนเดียวเท่านั้น**

นำท่านเข้าชมภายใน สวนดอกทิวลิป อีเมอร์กัน พาร์ค สวนสาธารณะที่สวยที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดของตุรกีโดยที่ตลอดเดือน เมษายน เดือนเดียวเท่านั้น ของทุกปี สวนสาธารณะแห่งนี้จะใช้เป็น สถานที่จัดงาน เทศกาลดอกทิวลิป Tulip Festival 2019 โดยแท้จริงแล้ว ประเทศตุรกี เป็นต้นกำเนิดดอกทิวลิปของโลก คนส่วนใหญ่จะเขาใจผิดว่าเป็น ประเทศเนเธอร์แลนด์ให้ท่านได้อิสระกับการถ่ายภาพดอกทิวลิปหลากสีหลายสาย พันธุ์นับเป็นล้าน ๆ ดอก ได้ตามอัธยาศัย 

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองชานัคคาเล่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก CANAKKALE KOLIN HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 3เมืองชานัคคาเล่ - ม้าไม้จำลองเมืองทรอย - เมืองเปอร์กามัม - วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ - ร้านขนม TURKISH DELIGHT- เมืองคูซาดาซึ
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากนั้นนำทุกท่านออกเดินทางสู่นำท่านสู่ กรุงทรอย เพื่อชม ม้าไม้จำลองเมืองทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรุงทรอยแตก

สงครามม้าไม้ เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีกและเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอยหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจันแล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอยเหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงครามและได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจันก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้วก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมืองแล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาจากม้าโทรจันแล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมืองแล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกีที่เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญสิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ

จากนั้นนำท่านชม วิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ (The Temple of Artemis) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้

นำท่านแวะถ่ายรูป โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (St. John CASTLE) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป มัสยิดอิสอิส เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีและสำคัญที่สุดซึ่งสะท้อนถึงจุดสิ้นสุดของยุคจักรวรรดิ Seljuk ในช่วงปลายคริสต์ ค.ศ. 1400 นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นที่ประทับของมัสยิดเมยยาดในดามัสกัส มัสยิด Isa bey ก่อตั้งขึ้นบนเนินเขาตะวันตกของเขา Ayasuluk ที่มองเห็นพื้นที่และมี harem ขนาดใหญ่ที่มีสอง naves และประกอบด้วยลานขนาดใหญ่ 

จากนั้นนำท่านซื้อขอฝากตามอัธยาศัย ร้านขนม (TURKIST DElIGHT) ของฝากขึ้นชื่อของประเทศตุรกี 

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก KUSADASI CHARIMA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 4เมืองคูซาดาซึ - เมืองโบราณเอฟฟิซุส - บ้านพระแม่มารี - ปามุคคาเล่ - ปราสาทปุยฝ้าย - เมืองเฮียราโพลิส - เมืองปามุคคาเล่ 
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางชม โรงงานเครื่องหนัง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังขั้นหลากหลาย ให้ทุกท่านได้ทดลองการเป็นนายแบบและนางแบบเสื้อหนังต่างๆตามอัธยาศัย

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionia) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน

นำท่านเดินบน ถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่า ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้

นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH)ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ห้องสมุดโบราณ ที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบ เฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต

นำท่านสู่เยี่ยมชม บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่ มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน

จากนั้นนำท่านเข้า ชม โรงงานท่อพรม สิ่งท่อขึ้นชื่อของประเทศตุรกี เป็นพรมท่อมือ สามารถเลือกชมเลือก ซื้อได้ตามอัธยาศัย

กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.(189 กม.) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนที่ไหลลงสู่หน้าผา

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้นและผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมากท่านจะได้สัมผัส เมืองเฮียราโพลิส เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อนซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลงเหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไรเช่น โรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่วิหารอพอลโล สุสานโรมันโบราณ เป็นต้น 

จากนั้นนำท่านเข้า ชม โรงงานคอตตอน สามารถเลือกซื้อของฝากเช่น ผ้าพันคอ ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า เป็นต้น เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยคอตตอน100%

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก PAMUKKALE NINOVA THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 5เมืองปามุคคาเล่ - เมืองคอนย่า - สวนผีเสื้อหรือพิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า - คัปปาโดเกีย - ระบำหน้าท้อง
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก ระยะทาง 387 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำทุกท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (MEVLANA MUSEUM) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่ อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาท ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิม และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตร ของเมฟลาน่าด้วย

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (CAPPADOCIA) ระยะทาง 215 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างทางแวะถ่ายรูป CARAVANSARAI ที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณ เป็นสถานที่พักแรมของกองคาราวานตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

ค่ำ

บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมการแสดงพื้นเมือง “ระบำหน้าท้อง”หรือ Belly Dance เป็นการเต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 6000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และเมดิเตอร์เรเนียนนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องให้มีมาจนถึงปัจจุบัน และการเดินทางของชาวยิปซีทำให้ระบำหน้าท้องแพร่หลายมีการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงามจนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องตุรกีในปัจจุบัน (บริการเครื่องดื่มฟรีตลอดการแสดง)

ที่พักโรงแรมสไตล์ถ้ำ!! CAPPADOCIA BURCUKAYA HOTEL หรือเทียบเท่า (คัปปาโดเกีย)

**หมายเหตุ:กรณีห้องพักโรงแรมถ้ำเต็ม ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเป็นโรงแรมเทียบเท่าระดับเดียวกัน**
วันที่ 6คัปปาโดเกีย - นครใต้ดิน - เมืองเกอเรเม - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง - หุบเขาอุซิซาร์ - เมืองอังการ่า 
เช้า

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.30 น. เพื่อชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเจียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง **  (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ประมาณ 210-250 USD)

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านสู่ นครใต้ดิน (Underground City) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลก เมืองใต้ดินของตุรกีมีอยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งมีอุโมงค์เชื่อมต่อถึงกันเป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมันที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ เมืองใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ แต่ละชั้นมีความกว้างและสูงขนาดเท่าเรายืนได้ ทำเป็นห้อง ๆ มีทั้งห้องครัวห้องหมักไวน์ มีโบสถ์ ห้องโถงสำหรับใช้ประชุม มีบ่อน้ำและระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบาเพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ 

กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำทุกท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่ เมืองเกอเรเม (Goreme)ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ 

จากนั้นนำท่านชม หุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อาศัย และถ้ามองดี ๆ จะรู้ว่าอุซิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุซิซาร์ ก็มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

 จากนั้นนำท่านแวะชมโรงงานจิวเอวร์รี่และโรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึก

เดินทางสู่ เมืองอังการ่า เมืองหลวงของประเทศตุรกี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางให้ ท่านได้ชมวิวของ ทะเลสาบเกลือ (Salt Lake)

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอังการ่า หรือที่มีชื่อตามประวัติศาสตร์ว่า Angora เป็นเมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน และเป็นเมืองใหญ่อันดับ ๒  รองจากนครอิสตันบูล กรุงอังการาตั้งอยู่ในเขต Central Anatolia  ใจกลางประเทศตุรกีบนที่ราบสูงอนาโตเลีย โดยอยู่ห่างจากนครอิสตันบูลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร

กรุงอังการา เป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ส่วนราชการต่าง ๆ และสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ในตุรกี ความสำคัญของกรุงอังการา กรุงอังการามีประชากรจำนวน 4,965,542  คน ทำให้กรุงอังการาเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของตุรกี และอันดับ ๒ ในกลุ่มเมืองหลวงยุโรป ในขณะที่นครอิสตันบูลเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคมาร์มารานั้น กรุงอังการาก็เป็นศูนย์กลางทางการค้าและเครือข่ายคมนาคมในภูมิภาคอนาโตเลีย โดยเป็นจุดตัดของการคมนาคมทางบก (รถยนต์และรถไฟ) ที่เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ ของตุรกีเข้าด้วยกัน และเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ขนส่งมาจากภาคต่างๆ ทั่วตุรกีด้วย

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก ANKARA BERA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 7กรุงอิสตันบูล - ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส - ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต - สุเหร่าเซนต์โซเฟีย
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางต่อสู่ กรุงอิสตันบูล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม. (ระยะทาง 450 กม.)

กลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำทุกท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส จุดที่บรรจบกันของทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งทำให้ประเทศตุรกีได้รับสมญานามว่า ดินแดนแห่งสองทวีป ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมทะเลดำทะเลมาร์มาร่า เราจะได้เห็นป้อมปืนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบได้แก่ Rumeli Castle และ Anatolia Castle โดยจุดชมวิวที่สำคัญคือสะพาน แขวนบอสฟอรัส เชื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งข้ามฝั่งยุโรปและเอเชียได้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร และได้กลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวเป็นอันดับ 4 ของโลกในสมัยนั้น (ปัจจุบันตกไปอยู่อันดับที่ 21) ขณะที่ล่องเรือพร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่และบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐีที่สร้างได้สวยงามตระการตา 

นำท่านสู่ ตลาดสไปซ์มาร์เก็ต (Spice Market)หรือตลาดเครื่องเทศ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก เครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง ขนมของหวานขึ้นชื่อและถั่วหลากหลายชนิดให้เลือกสรร

จากนั้นนำทุกท่านชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (SAINT SOPHIA)หรือ โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์พระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาสร้าง 17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้งเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลามจวบจนถึงรัชสมัยของ  พระเจ้าจัสตินเนียนมีอำนาจเหนือตุรกีจึงได้สร้าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย ขึ้นใหม่ ใช้เวลาสร้างฐานโบสถ์ 20 ปี ตัวโบสถ์ 5 ปี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ 1435) พระองค์ต้องการให้เป็นสิ่งสวยงามที่สุดได้พยายามหา สิ่งของมีค่าต่างๆมาประดับไว้มากมาย สร้างเสร็จได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่าง มโหฬารต่อมาเกิดแผ่นดินไหวอย่างใหญ่ทำให้แตกร้าวต้องให้ช่างซ่อมจนเรียบร้อยในสภาพเดิมเมื่อสิ้นสมัยของจักรพรรดิจัสตินเนียน ถึงสมัย พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 2 มีอำนาจเหนือตุรกี และเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์หลังนี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบิน

วันที่ 8กรุงเทพฯ
01.25 น.เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพมหานคร โดย สายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK-68 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
15.00 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ 

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการบิน Turkish Airlines ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ 
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
  • ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง 
  • ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือระดับเทียบเท่า
  • ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ (บริการน้ำดื่มบนรถ 1 ขวดเล็ก/ท่าน/วัน และ ในร้านอาหาร 1 ขวดใหญ่ต่อ 4 ท่าน)
  • ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  • ค่าบริการนำทัวร์โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท วงเงินคุ้มครองอาหารเป็นพิษ (โดยแพทย์จะต้องระบุในใบรับรองแพทย์ว่า ”อาหารเป็นพิษเท่านั้น”)
    (หมายเหตุ:ค่าประกันอุบิติเหตุสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน และ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 75 ปีทางบริษัทประกันฯจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงครึ่งหนึ่งของสัญญาฯ)

    **ประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูนและเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tour ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน**
  • ค่าหนังสือหนังสือเดินทาง
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ค่าอาหารสั่งพิเศษ, ค่ามินิบาร์ในห้องพัก 
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ, ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ โดยเฉลี่ย 1 USD / ท่าน กรณีใช้บริการ BELL BOY ของแต่ละโรงแรม
    }เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวควรทิปแก่มัคคุเทศก์ท้องถิ่น+คนขับรถและหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการเราโดยประมาณ 54 USD หรือประมาณ 1,890 บาท ต่อทริป
    }ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 6 วัน เท่ากับ 18 USD)
    }พนักงานขับรถในท้องถิ่น ท่านละ 2 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 6 วัน เท่ากับ 12 USD)
    }ค่าทิปมัคคุเทศก์ไทย ท่านละ 3 USD / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 24 USD) แต่ทั้งนี้มัคคุเทศก์ไทยขึ้นอยู่กับความประทับใจของลูกค้า
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทาง
  • ยกเลิกหลังจากวางเงินมัดจำ บริษัทฯจะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถ คืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น) 
  • ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณี
  • กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทจะทำเรื่องยื่นเอกสารไปยังสายการบิน โรงแรม และในทุกๆการให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าสามารถคืนเงินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่ได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจของสายการบิน โรงแรมและในทุกๆบริการอื่นๆเป็นสำคัญ

    ***หมายเหตุ***
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 15 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 20 ท่าน  ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมด หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ
  • ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือมาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของพาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยว ตลอดรายการทัวร์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือต่ำกว่ามาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง ทางผู้จัดรายการ ขอพิจารณายกเลิกการเดินทาง หรือ เรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มเต็ม ตามความเหมาะสม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ 
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่น ๆ ที่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ
  • ราคานี้คิดตามราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ณ ปัจจุบัน หากมีการปรับราคาบัตรโดยสารสูงขึ้น ตามอัตราค่าน้ำมัน หรือ ค่าเงินแลกเปลี่ยน ทางบริษัท สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋ว ตามสถานการณ์ดังกล่าว
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • หากลูกค้าท่านใด ยื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ลูกค้าต้องชำระค่ามัดจำที่ 15,000 บาท และค่าวีซ่าตามที่สถานฑูตฯ เรียกเก็บ
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 15,000 บาท/ท่าน (หลังการจองภายใน 3 วัน) พร้อมส่งสำเนาหนังสือเดินทาง
  • งวดที่ 2 :ชำระยอดส่วนที่เหลือ ก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน 
  • หากไม่ชําระค่าใช้จ่ายภายในกําหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัต
ข้อแนะนำและแจ้งเพื่อทราบ
  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง (TRP) มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่านเปิดห้องพัก เป็น 2 (1 Twin + 1 Sgl) ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า กรณีที่ลูกค้าพักห้อง 3 ท่านและบางโรงแรมไม่มีห้อง 3 เตียงบริการ ทำให้ต้องเปิดบริการเป็นห้อง 1Twin + 1 Sglทางบริษัทขอเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหน้างาน
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ให้ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก.ต่อใบ / กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) 
    น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 ก.ก.1ใบ 
  • ราคานี้สำหรับผู้โดยสาร 25 ท่านขึ้นไป หากผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าวบริษัทฯ ขอเก็บค่าทัวร์เพิ่มท่านละ 2,500 บาท
  • ไม่มีราคาเด็กเนื่องจากเป็นราคาพิเศษแล้ว

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 21.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 098-828-5266 (เดียร์)
         092-269-6868 (มน)
         095-902-2526 (แนน)
         089-204-9121 (บิว)
         061-545-5852 (จีจี้)
         065-351-5258 (มด)
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy