ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE764 : ทัวร์ปากีสถาน อิสลามาบัด คาราโครัมไฮเวย์ 10 วัน 8 คืน (TG)

DE764 : ทัวร์ปากีสถาน อิสลามาบัด คาราโครัมไฮเวย์ 10 วัน 8 คืน (TG)

Eagle Nest Resort
EMBASSY HOTEL
GC Hotel Rawalpindi
GILGIT EMBASSY HOTAL
HUNZA EMBASSY HOTEL
PTDC Hotel
PTDC Hotel Khalti lake
Shangri-La Resort Chilas

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE764-00513-21 ก.ค. 61Thai Airways (TG)63,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพฯ - อิสลามาบัด (ประเทศปาสถีถาน)
16.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น4 ประตู 4 เคาน์เตอร์การบินไทย หมายเลข  H1 – H18 และ J3 – J16 สายการบินไทย (TG) พบเจ้าหน้าที่บริษัท คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

(ใช้เวลาบิน 4.30 ชม. เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 2 ชม.) บินตรงสู่ เมืองอิสบามาบัด ประเทศปาสถีถาน

19.00น. ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG349 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
22.10 น.

เดินทางถึง สนามบิน Benazir Bhutto เมืองอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถาน... นำท่านผ่านกระบวนการ ตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระพร้อมแล้ว..ขอนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก..ไม่ไกลจากสนามบิน  

Welcome to Islamabad (Pakistan)

เมืองอิสลามาบัด (Islamabad) ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมาเมืองอิสลามาบัดได้กลายเป็นเมืองหลวงของปากีสถาน โดยได้มีการวางแผนก่อสร้างอย่างเป็นระเบียบและรอบคอบ แบ่งเป็นสัดส่วนด้วยถนนสายต่างๆ ที่สะอาดสะอ้านและร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ ภูเขา Margalla ซึ่งเป็นเชิงเขาหิมาลัยให้ความร่มรื่นกับเมืองเส้นทางเดินทางไกลหลายเส้นทางสิ้นสุดลงที่ Daman-e-Koh ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่งดงามของทั้งเมือง

ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางไปเที่ยวเส้นทางสายคาราโครัมไฮเวย์ – ปากีสถาน เดือนเมษายน : เป็นช่วงที่หิมะยังปกคลุมบนภูเขาสูงและในเขตชายแดนคุนจีราฟ ในขณะเดียวกันตามเมืองจะมีดอกเชอรี่บอสซ่อม และแอปปริคอตบอสซ่อมบานสะพรั่งทั่วเมือง ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นเสมือนแดนสวรรค์ที่ใครๆก็อยากไปเที่ยวชมเป็นอย่างมาก ในช่วงสงกรานต์ของคนไทยสามารถใช้วันหยุดช่วงนี้เที่ยวที่ปากีสถานได้เลย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะมาก 

เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม : เป็นช่วงที่ทางตอนเหนือของ ปากีสถาน มีอากาศค่อนข้างร้อน แต่จะเป็นช่วงที่ดอกไม้บานสะพรั่งมีผลไม้ออกผลมากมาย โดยเฉพาะ เชอรี่ และ แอปปริคอท ผู้ที่ไม่กลัวอากาศร้อนแต่ชอบที่จะไปดูดอกไม้และชิมผลไม้ที่มีมากมายราคาถูกแสนถูกสามารถเดินทางไปช่วงนี้ได้

ที่พักGC Hotel Rawalpindi หรือเทียบเท่า อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ 2อิสลามาบัด - ชีลาส
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม  

จากนั้น นำท่านออกเดินทางจาก เมืองอิสลามาบัดโดยรถไปยัง เมืองชีลาส Chilas โดยรถซึ่งจะจะนั่งรถระยะไกลสุดใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง บนเส้นทาง “คาราโครัม ไฮเวย์” วันนี้เป็นการเริ่มต้นเดินทางบนถนนที่สูงที่สุดในโลกคาราโครัมไฮเวย์ เส้นทางในฝันของนักเดินทางมืออาชีพ เป็นที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกสั้นๆว่า KKH เป็นถนนที่เชื่อมโลกสองโลกเข้าด้วยกันคือ โลกตะวันตกและโลกตะวันออกโดยผ่านเอเชียกลางดินแดนที่เป็นที่ชุมนุมของเทือกเขาสำคัญของโลกถึงสามเทือกเขาด้วยกันคือ เทือกเขาหิมาลายัน คาราโครัมและฮินดูกูซ KKH เริ่มสร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1960-1980 เพื่อเชื่อมสองปะเทศเข้าด้วยกันคือ ปากีสถานและจีน

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทาง
บ่าย

จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อสู่ เมืองชีลาส ผ่านทิวทัศน์ที่สุดแสนมหัศจรรย์ Junction point of 3 mountain ranges เป็นจุดตัดระหว่างสามภูเขา ได้แก่ ภูเขาคาราโครัม ภูเขาหิมาลัย และ ภูเขาฮินดูกูช โดยจุดนี้จะมีแม่น้ำสองแม่น้ำไหลมาบรรจบกันด้วยได้แแก่แม่น้ำกิลกิต (Gilgit river) และ indus river ใหลรวมกันเป็นแม่น้ำ indus ต่อไป สู่เมืองชีลาส

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก Shangri-La Resort Chilas หรือเทียบเท่า 
วันที่ 3กากูช (Gakuch) - กูปีส (Gupis) - หมู่บ้านพันเดอร์  (Phander Valley)
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม  พร้อมเช็คเอ้าท์

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ เมืองกากูซ Gakuch เรียกว่าเป็นเมืองหลวงของเขตหุบเขา Ghizar ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาฮินดูกูช ( Hindu Kush) ตลอดเส้นทางจะขนานไปกับแม่น้ำกีซาร์ (Ghizer) ที่คดเคี้ยวไปมาแต่ละโค้งของแม่น้ำ สวยงามไปด้วยวิวของยอดเขาสีเทาอมฟ้ามีสีขาวของหิมะอยู่บนยอด ขนาบไปด้วยแม่น้ำเขียวอมฟ้า สวยงาม

หุบเขากีซาร์ เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยโตรกผาลำธาร แม่น้ำกีซาร์ ที่มีน้ำสีเขียวใสแจ๋วไหลผ่าน บางช่วงแม่น้ำก็ขยายกว้างเป็นทะเลสาบ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งมาก จนได้รับสมญานามว่า The land of Lakes เป็นทะเลสาบสีเขียวเทอร์คอยซ์ ในหุบเขาเต็มไปด้วยพืชเมืองหนาวเช่น แอ๊ปเปิ้ล เชอรี่ แอ็ปปริคอต วอลนัท ระหว่างฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายน พืชพรรณเหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่ง ชมพู ขาว สวยงาม.....ระหว่างทางแวะจอดถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ตลอดเส้นทาง.

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

จากนั้น เดินทางสู่ ออกจากเมืองกูปีส เดินทางไป หมู่บ้านพันเดอร์  (Phandar Valley) ตั้งอยู่ทางตะวันออก ของ หมู่บ้านกูปีส(Gupis) ประมาณ 50 km โดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัส กับต้นผลไม้ต่างๆ เช่น แอปปริคอท , เชอร์รี่ , แอปเปิ้ล  Blossom ทั้งหุบเขา พร้อมกับวิวสายน้ำ พร้อมแนวเทือกเขาฮินดูกูช อันยิ่งใหญ่  ถึงทะเลสาบ Khalti อิสระถ่ายภาพตามมุมกล้องของท่านจนไม่อยากหยุดกดชัตเตอร์เลยทีเดียวเดินทางโดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับวิวสายน้ำ Ghizer  ตลอดเส้นจนถึงหมู่บ้านพันเดอร์  (Phandur Valley) 

ขอนำท่านเดินเล่นเที่ยวชมหมู่บ้านและชมพระอาทิตย์ตกดินในหุบเขาที่สวยที่สุด ณ ทะเลสาบ  Phandur  Lake ทะเลสาบกลางหุบเขาน้ำใสราบเรียบดุจกระจกสีมรกต...และชมวิถีชิวิตของชาวบ้านท้องถิ่นด้วยความมีไมตรีและรอยยิ้มจากทุกคนที่นั้นอิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย

ที่พัก PTDC Hotel Khalti lake หรือเทียบเท่า ที่หมู่บ้านกูปีส (Gupis) (เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในแถบนั้น) 
วันที่ 4หมู่บ้านพันเดอร์  (Phander Valley) - Phander Lake - หมู่บ้านกูปีส (Gupis) - หุบเขายาซิน (Yasin) - กากูช (Gakuch) - กิลกิต(Gilgit)
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

ออกจากหมู่บ้านพันเดอร์ สู่ กิลกิต ประมาณ5 ชม. ก่อนออกเดิน ขอพาคณะ..อำลาหมู่ บ้านพันเดอร์ (Phandur Valley) ชมวิวและถ่ายภาพ ทะเลสาบ Khalti Lake ในช่วงเช้า ชม ทะเลสาบ Khalti  หรือ ทะเลสาบพันเดอร์ (Phander Lake) เป็นทะเลสาบสีฟ้าเทอร์คอยซ์งดงาม ช่วงเช้าๆน้ำจะนิ่งใสเหมือนกระจก ทะเลสาบนี้เกิดจากหินถล่มลงมาก กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติ ปิดกั้นแม่น้ำกลายเป็นทะเลสาบแล้ว Khalti Lake ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตปลาเทร้าที่โด่งดัง  

จากนั้น มุ่งหน้าสู่ เมืองยาซิน (Yasin) ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่สวยงามของทิวทัศน์แถบนี้ หุบเขายาซินเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บน เทือกเขาฮินดูกูช (Hindu Kush) มีบ้านเรือนปลูกอยู่บนไหล่เขาริมทาง มองลงไปจะเห็นพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาสวยงาม แวะชมหมู่บ้านยาซิน ดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติ

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ( เมืองกากูช)
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองกิลกิต (Gilgit) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนี้เต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธ์ที่ตกสำรวจจากชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน และใช้เป็นเส้นทางการเผยแผ่ศาสนาพุทธจากอินเดียสู่ดินแดนต่างๆ ในเอเชีย ทำให้พบหลักฐานทางพุทธศาสนาในเมืองนี้เป็นจำนวนมาก

อิสระช้อปปิ้งในเมืองกิลกิตยามเย็น...ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ที่พัก

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก GILGIT EMBASSY HOTAL  หรือเทียบเท่า
วันที่ 5กิลกิต (Gilgit) - คาริมาบัด (Karimabad)  - ยอดเขาดุยเกอร์  (Duiker )  - ฮุนซ่า (Hunza Valley) 
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม  

นำท่านชม พระพุทธรูป (Kargah Buddah) เป็นศิลปะแบบทิเบตในราวศตวรรษที่ 7-8 เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักบนหน้าผา องค์พระพุทธรูปแกะสลักในกรอบล้อมรอบบนหน้าผาสูง เบื้องหน้าเป็นลำธาร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก เป็น ถูกค้นพบพร้อมกับเจดีย์ 3 องค์ซึ่งสูง 400 เมตรในช่วงปี ค.ศ.1938-1939 เคยมีตำนานของคนในท้องถิ่นเกี่ยวกับพระพุทธรูปนี้ได้กล่าวถึง ชายผู้หนึ่งได้ปราบผีสาวที่เรียกกันว่า Yakhshini ซึ่งอาศัยอยู่ใน Kargah ลงได้ 

จากนั้นนำท่านเดินชมเมืองกิลกิต ผ่านย่านร้านค้าตลาดไปรษณีย์ สุเหร่ารวมทั้งสนามแข่งโปโล ที่เป็นกีฬาที่นิยมมากในทางเหนือของปากีสถาน ปิดท้ายวันด้วยการชม ตลาดเมืองกิลกิต ซึ่งตลาดแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางของเส้นทางการค้า ขนส่งบนเส้นทางคาราโครัมย์ไฮเวย์ ท่านจะพบกับสินค้าพื้นเมืองอาทิหมวก ผ้าพันคอ แบบที่ชาวปากีสถานชอบใส่กัน และให้ท่านมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึก

สะพานแขวนกิลกิต (Gilgit Suspension Bridge) ซึ่งเป็นสะพานแขวนในสมัยโบราณ เคยสะพานแขวนที่รถสามารถวิ่งผ่านได้ สร้างโดยกองทัพอังกฤษ ในช่วง ค.ศ. ที่ 19 ปัจจุบันเลิกใช้งานแล้ว และกำลังมีการก่อสร้างสะพานคอนกรีตแห่งใหม่..สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ที่พักในเมืองกิลกิต

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

ออกจากเมืองกิลกิต สู่ หุบเขาฮุนซ่า ประมาณ 2 ชม. มุ่งหน้าสู่ เมืองคาริมาบัด (Karimabad) เมืองหลวงของฮุนซ่า ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขต ฮุนซ่า (Hunza Valley) บนเส้นทาง KKH ขึ้นไปทางเหนือไปยังเมืองคาริมาบัด เมืองหลวงของอาณาจักรฮุนซ่า (Hunza) ที่ได้รับการบันทึกว่า ผู้คนที่นี่อายุยืนยาวที่สุดในโลก เมืองฮุนซ่าสูงจากระดับน้ำทะเล 2,438 เมตร มีเมืองหลักคือเมืองบัลติท (Baltit) หรือที่รู้จักกันในชื่อเมืองคาริมาบัด (Karim Abad)ในอดีตฮุนซ่าเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลากว่า 900 ปี ชาวฮุนซ่าส่วนใหญ่นับถือมุสลิมนิกายอิสไมลี่ชีอ (Ismaili Shia) แต่ก็สามารถเข้าใจภาษาอูรดู (Urdu)และภาษาอังกฤษ สำหรับภาษา Brushuski เป็นภาษาท้องถิ่นเฉพาะ พูดกันเฉพาะในเขตพื้นที่ฮุนซ่าก่อนถึงฮุนซ่า

แวะ จุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) เพื่อชมบรรยากาศยอดเขาและความงดงามของยอดเขาราคาโปชิอย่างใกล้ชิด จนรู้สึกเหมือนจะสัมผัสได้ ยอดเขาแห่งนี้ถูกจัดความสูงอยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก ซึ่งสูงถึง 7,790 เมตร

นำท่านออกเดินทาง....ต่อทางไปยังหุบเขาฮุนซ่าและชมทัศนียภาพของเส้นทางหลวง คาราโครัม (Karakoram Highway) ผ่านหุบเขาผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ของฮุนซ่าและนาการ์ อันเป็นเมืองโบราณที่ช่อนตัวอยุ่ในหุบเขา ห่างจากมลพิษทั้งปวง ไม่น่าแปลกเลยที่คนในฮุนซ่า มีอายุเฉลี่ยยาวนานมากเป็นอันดับต้นของโลกถึง 85 ปี คนแก่หลายๆคนมีอายุถึง 120 ปี เพราะเมืองจะถูกโอบล้อมโดยยอดเขาสูงมากมายที่มีความสูงมากกว่า 7000 เมตร เที่ยวชมเมืองที่มีสีสันสดใสจากดอกไม้ที่แข่งกันอวดสีสันที่สวยงามกับแม่น้ำฮุนซ่าทอดตัวโค้งยาวงดงามราวภาพวาดขึ้น 

เดินทางถึง หุบเขาฮุนซา (Hunza Valley) จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ คือ ทิวทัศน์ที่สวยงามของนาขั้นบันได ซึ่งโอบล้อมด้วยหุบเขาสูงยอดแหลมปกคลุมไปด้วยหิมะ ด้านล่างเป็นแม่น้ำใสไหลเย็น กลุ่มบ้านเรือนปลูกลดหลั่นตามไหล่สันเขา ดอกไม้ป่าขึ้นกระจายแซมทั่วบริเวณในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สภาพแวดล้อมที่งดงามเช่นนี้เองที่ทำให้เมืองฮุนซ่าได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนที่มีประชากรอายุยืนยาวที่สุดในโลก เนื่องจากมีโอโซนในปริมาณสูงที่เป็นผลมาจากความมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาหิมาลัย ทำให้อากาศบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก อีกทั้งโอโซนยังมีผลต่อพืชและผักที่ปลูกในบริเวณนี้ มีเชื้อโรคต่ำ และวิถีแห่งธรรมชาติดั้งเดิมของชาวฮุนซ่าทำให้ประชากรมีสุขภาพดี

เมืองฮุนซ่า (Hunza) สูงจากระดับนํ้าทะเล 2,438 เมตร และมีพื้นที่ประมาณ 7,900 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลักคือเมืองบัลติท (Baltit) หรือที่รู้จักกันในชื่อเมืองคาริมาบัด (Karimabad) ในอดีตฮุนซ่าเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลากว่า 900 ปี ชาวฮุนซ่าส่วนใหญ่นับถือมุสลิมนิกายอิสไมลี่ชีอะ (Ismaili Shia) ใช้ภาษาดั้งเดิมคือภาษา Brushuski แต่ก็สามารถเข้าใจภาษาอูรดู (Urdu)และภาษาอังกฤษ สำหรับภาษา Brushuski เป็นภาษาท้องถิ่นเฉพาะ พูดกันเฉพาะในเขตพื้นที่ฮุนซ่า

นำท่านเที่ยวชม เมืองคาริมาบัด Karimabad  เมืองสำคัญของหุบเขาฮุนซ่าเยือน ป้อมปราการบอลติต (Baltit Fort) ที่มีความเก่าแก่ถึง 750 ปี

เมืองคาริมาบัด ซึ่งสร้างโดยเจ้าหญิงแห่งเมืองบอลติสตาน (Baltistan) ภายหลังการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเมืองทุม (Thum) ป้อมปราการบอลติตแห่งนี้ เป็นอดีตพระราชวังหลวงที่มีสถาปัตยกรรมรูปแบบผสมผสานแบบท้องถิ่นผสมแคชเมียร์และทิเบต ต่อมาพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกต่อเติม ขยายส่วนต่างๆมากมาย เช่น ระเบียง หน้าต่าง กำแพงชั้นนอก พระราชวังและป้อมปราการโบราณบอลติตได้ถูกทิ้งร้างในช่วงหนึ่งที่มีการย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองคาริมาบัด (Karimabad) ผ่านการบูรณะมาหลายครั้ง เป็นป้อมที่สร้างอยู่บนทำเลที่สวยงาม จนกระทั่งมีรูปแบบดั่งเช่นปัจจุบันปัจจุบันป้อมปราการบอลติต ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งดำเนินการโดย Baltit Heritage Trust นอกจากนั้น ยังอยู่ในรายชื่อเตรียมพิจารณาให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในอนาคตอีกด้วย

ชมป้อม “อัลติฟอร์ท” (Altit Fort)  เป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเมือง Gilgit-Baliststan มีอายุถึง 900 ปี ตั้งอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำฮุนซ่า มีหอคอยสูงสูดบนป้อมเรียกว่า Shikari tower มองลงมาเห็นหมู่บ้าน Karimabad เรียงรายตามเนินเขาเป็นภาพที่สวยงามมาก ท่านสามารถมองเห็นวิวของหุบเขาฮุนซ่าในมุม360 องศา และสามารถชมยอดเขาสำคัญได้แก่ Ultar Sar, Rakaposhi, Bojahagur Duanasir II,Ghenta Peak, Hunza Peak, Passu Peak, Diran Peak และ Bublimotin (Ladyfinger Peak) 

จากนั้น พาไปเยี่ยมชมย่านการค้าของเมือง Karimabad ชมวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองที่อยู่อย่างพอเพียง อิสระเดินเล่นชมร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกที่ตั้งตลอดแนวบนถนนสายหลักของเมืองและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมายนำท่านเข้าสู๋ที่พัก

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
ที่พัก Eagle Nest Resort หรือเทียบเท่า

เป็นรีสอร์ทที่อยู่สูงที่สุดในเมืองคาริมาบัดสามารถมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างสวยงามรวมถึงยอดเขาต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ โดยเฉพาะ เลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งมาจากรูปทรงที่เหมือนนิ้วของหญิงสาว
วันที่ 6คาริมาบัด (Karimabad) - ทะเลสาบอัตตาบัด (Attabad lake) - อุทยานแห่งชาติ ช่องเขากุนจีราบพาส (Khunjerab Pass and National Park) - สะพานแขวน - พาสสุกราเซีย - ทะเลสาบบอริท - ฮุนซ่า
5.00 น.

นำท่านเดินขึ้นไปยัง ดุยเกอร์ (Duiker) เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง พร้อมให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศแสงพระอาทิตย์กระทบยอดเขาหิมะ ชมทัศนียภาพโดยรอบโดย ณจุดนี้ท่านจะได้เห็นยอดเขาที่มีรูปร่างโดดเด่นแปลกตาที่เรียกว่า เลดี้ ฟิงเกอร์ (Lady Finger) รูปทรงของยอดเขาไม่ต่างไปจากนิ้วมือของหญิงสาวที่เพรียวงามได้สัดส่วน รวมทั้งได้เห็นยอดเขาระดับโลกถึง 5 เขาด้วยกัน ทั้ง Rakaposhi (7,788 M), Diran (7,265 M), Golden Peak (7,028 M), Uter Peak (7,388 M) และ Mulogianting Peak

06.00 น. 

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

ออกจากเมืองคามาบัดสู่ อุทยานแห่งชาติ ช่องเขากุนจีราบประมาณ4ชม.  นำท่านเดินทางไป ช่องเขาคุนจีราบ (Khunjerab Pass )ใส่เสื้อกันหนาวหนาๆวันนี้เราจะขึ้นไปที่ คุนจิราบพาสความสูง 4,800เมตร 

ระหว่างทางแวะชม ทะเลสาบอัตตาบัด ( Attabad Lake ) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ที่ตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้าน เกิดเนื่องจากแผ่นดินถล่มเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2553 และทำให้เกิดเขื่อนและทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่าทะเลสาบ Attabad ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน Attabad เสียชีวิตทันที 20 คน และจำนวนที่เหลือกว่า 6 พันคนที่อยู่ต้นแม่น้ำต้องอพยพหนีน้ำในทะเสสาบที่สูงขึ้นเรื่อยๆและถูกตัดขาดจากแผ่นดิน 

แวะถ่ายภาพ ทะเลสาบอัตตาบัด (Attabad Lake  ชื่นชมวิวทิวทัศน์ความงดงามของทะเลสายสีฟ้าเทอคอยต์ เห็นความงดงามของภูเขาสูง…

จากนั้น ออกเดินทางต่อ นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซอสท์ (Sost) สู่ ช่องเขาคุนจีราบ และ อุทยานแห่งชาติ (Khunjerab Pass and National Park )

อุทยานแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในช่วงเขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีน ที่นี่คือด่านพรมแดนที่สูงที่สุดในโลก ชายแดนก่อนจะเข้าอุทยานแห่งชาติ ซึ่ง มีความสูง 4,730 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงที่สุดบนถนนหลวงลอยฟ้าคาราโครัม ซึ่งจีนและปากีสถานตกลงที่จะสร้างเส้นทางนี้ในปี ค.ศ. 1964 โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่ หลังจากจีนได้สร้างในส่วนของตนตั้งแต่เมืองคัชการ์ (ประเทศจีน) ถึงเมืองกุลมิทประเทศปากีสถานเสร็จในปีค.ศ.1979 ปากีสถานก็สร้างต่อตั้งแต่เมืองกุลมิทตอนใต้ลงไปจรดเมืองราวัลพินดี และแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปีค.ศ.1982 พร้อมกับเปิดให้เป็นเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยว ส่วนพรมแดนช่องเขากุนจีราบ เปิดให้มีการเดินทางข้ามแดนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1986 เป็นต้น…มาจุดบรรจบแห่งอารยะธรรมโบราณบนเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ด่านช่องเขาคุนจีราบ (Khunjerab Pass) ที่นี่คือด่านพรมแดนที่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขา คาราโคลัมซึ่งเดินทางตามแนวเส้นทางสายไหมโบราณที่เชื่อมเอเชียกลางสุดยุโรป ….

ทำเรื่องผ่านด่านที่ เมืองซอสท์ sost วันนี้ เราจะผ่านเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติ คุนจีราบ ที่มีกวางมาร์โคโปโลพรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติกุนจีราบ ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูได้ยาก เช่น แกะมาร์โคโปโลเป็นต้น

ตลอดเส้นทางเป็นเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนบรรยากาศราวสวิสเซอร์แลนด์ สามารถพบเห็นสัตว์หายาก เช่นตัว Ibex หรือแพะเขาYak ก็มีที่อาศัยอยู่ตามไหล่เขาสูงจนถึงจุดสุดท้ายที่ด่านชายแดนระหว่าง ปากีสถาน และ จีน ก่อนที่จะออกไปยังประเทศจีนบนเส้นทางสายให้ที่ซิเกี่ยงสร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวท่านเองว่าได้มายืนอยู่ ณ เส้นทางประวัติศาสตร์โลกลงมาเล่นหิมะกันจนหนำใจบนบรรยากาศเย็นฉ่ำถ่ายรูปกับยอดเขารายล้อม
 (หมายเหตุ: การขึ้น Khunjerab Pass and National Park ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยเช่นกัน)​

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย

นำท่านชม สะพานแขวนโกจาว ( Gojal Suspension Bridge )สะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำของคนท้องถิ่นชม ทะเลสาบบอริท (Borit Lake) ทะเลสาบน้ำจืดสีเขียวใส ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างสงบท่ามกลางหุบเขาสวย 

แวะถ่ายรูป พาสสุกราเซีย (Passu Glacier) (นำท่านเดินขึ้นไปชมยอดพาสสุกราเซียอย่างไกล้ชิดประมาณ 10 นาที) หรือเรียกชื่ออีกอย่างว่าธารน้ำแข็งสีขาว ชมเส้นทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

พาสสุ ตั้งอยู่บนความสูง 2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ 2 แห่งคือ ธารน้ำแข็งสีดำบาทูร่า (Black Batura Glacier) และ ธารน้ำแข็งสี ขาวพาสสุ (White Passu Glacier)และยอดเขาฟันเลื่อยที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม

เดินทางกลับสู่ หุบเขาฮุนซ่า ผ่าน หมู่บ้านกุลมิท (Gulmit Village) นำท่านเดินชม หมู่บ้านเล็กๆ แล้วท่านจะประทับใจกับเสน่ห์ของพวกเค้า ณ ที่นื้ …เดินทางกลับสู่ หุบเขาฮุนซ่า

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม 
ที่พักHUNZA EMBASSY HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 7หุบเขาฮุนซ่า - กราเซียฮอปเปอร์ (Hopper Glacier)  - หุบเขาฮุนซ่า
07.00 น.

บริการ อาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเปลี่ยนรถเป็นรถจี๊บมุ่งหน้าไป ฮอปเปอร์ วัลเล่ย์ (Hopper Valley) เพื่อไปชม กราเซียฮอปเปอร์ (Hopper Glacier)  (ใช้เวลาประมาณ 1.30 ช.ม.) ซึ่งนับเป็นจุดเข้าชมกราเซียที่ใกล้มากท่านจะได้เห็นกราเซียที่สั่งสมกาลเวลามายาวนานจนแทบเปลี่ยนจากน้ำแข็งกลายเป็นหิน ซึ่งเห็นได้จากความเก่าแก่สีออกเทาของกราเซียแห่งนี้ และระหว่างทางไปหุบเขาฮอปเปอร์  นอกจากวิวทิวทัศน์และธรรมชาติที่งดงามแล้วที่ปลายทางท่านจะได้พบกับความงามของ ธารน้ำแข็งฮอปเปอร์ (Hopper Glacier) ซึ่งมีความยาวประมาณ 38 กิโลเมตร โดยรอบเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคาราโครัม สัมผัสธารน้ำแข็งฮอปเปอร์ ที่มาจากยอดเขา Diran และ Rakapochi ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจกันอย่างจุใจ 

** วันนี้แนะนำว่านำปากกา ขนม ไปแจกเด็ก ถ่ายรูปกับเด็กๆ แล้วจะรู้ว่าเด็กๆที่นี่นั้นน่ารักขนาดไหน เดินทางกลับเมืองฮุนซ่า..

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ฮอปเปอร์ วัลเล่ย์)
บ่าย

จากนั้น นำท่านเดินทางกลับสู่หุบเขาฮุนซา 

เดินชม หมู่บ้านกาเนช (Ganesh Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งตั้งถิ่นฐานในยุคสายไหมโบราณในหมู่บ้านฮุนซ่า ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาฮุนซ่า ที่ระดับความสูง 2,440 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในอดีตเรียกหมู่บ้านนี้ว่า หมู่บ้านนักรบ เพราะกษัตริย์ และนักต่อสู้หลายท่านเกิดที่หมู่บ้านแห่งนี้ ถนนที่ตัดผ่านในหมู่บ้านเป็นรูปตัวเอส "S" มีหินโบราณศักดิ์สิทธิ์อยู่ใกล้หมู่บ้านด้วย ลักษณะสถาปัตยกรรมของบ้านแบบเก่าทำเฉพาะในหมู่บ้านนี้ สร้างอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ระเบียงบ้าน สวน จนได้รับรางวัลยูเนสโก้ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

อิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง....จนถึงเวลานัดหมายนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก 

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม  
ที่พัก EMBASSY HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 8หุบเขาฮุนซ่า (Hunza) - จุดที่เชื่อมต่อระหว่างเทือกเขาสำคัญของโลก 3 เทือกเขา (junction Point) - ชีราส (Chilas) - บิสซาม (Besham)
06.00 น.

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 

ออกหุบเขาฮุนซ่า สู่ ซีราส (ประมาณ 4ชม.)  บนเส้นทางคาราโครัม ไฮเวย์เรียบไปตาม แม่น้ำสินธุ ชมความงามตามเส้นทางที่มีน้ำตกสายเล็กๆอันเกิดจากหิมะและกราเซียละลาย ระหว่างทางแวะชมจุดที่เชื่อมต่อระหว่างเทือกเขาสำคัญของโลก 3 เทือกเขา (junction point) บริเวณเทือกเขาคาราโครัมเป็นเขตติดต่อกันสามประเทศได้แก่ ปากีสถาน จีนและของเทือกเขาหิมาลัย  ประกอบด้วย เทือกเขาหิมาลัย คาราโครัม และ ฮินดุกุช อินเดีย และ เทือกเขาฮินดูกูช เป็นจุดที่แม่น้ำฮุนซ่ามารวมกับแม่น้ำสินธุ และเทือกเขาคาราโครัมฮินดูกูษ และ หิมาลัยมาบรรจบกัน… เราจะแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองชีลาส

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมืองชีราส)
บ่าย

ออกเดินทางสู่ ชีราส (Chilas)-เมืองเบชาม (Besham) (ประมาณ 7 ชม.) เมืองเบชาม โดยใช้เส้นทางสายคาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway – KKH) ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติที่ปรากฏบนเส้นทางสายนี้ ชมวิวระหว่างสองข้างทาง....จนถึงโรงแรมที่พักในตอนเย็น

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม
พักที่  PTDC Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่ 9บีสซาม (Besham) - ตักศิลา (Taxila) - อิสลามาบัด - มัสยิดไฟชอล - อิสระช้อปปิ้ง - กรุงเทพฯ                                                              
05.00 น.

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

เมืองตักศิลา (Taxila) ยูเนสโกได้ให้ความสำคัญกับเมืองตักศิลาและได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์

เมืองตักศิลา เป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัย อเล็กซานเดอร์ มหาราช หลังจากพระเจ้าอเลกซานเดอร์สวรรคต พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงวางรากฐานพุทธศาสนาในเมืองตักศิลาต่อในพุทธศตวรรษที่ 10-11 พวกฮั่นขาวได้ทำลายวัดพุทธศาสนาในเมืองตักศิลาเป็นเมืองโบราณที่อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมและประติมากรรมเก่าแก่และอดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ของแคว้นคันธาระเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว เป็นศูนย์กลางแห่งความรู้และปรัชญา เดิมมีชื่อว่า ตักชาศิลา (Takshasila) ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตต่อมาเมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชรุกรานอินเดียเมื่อ 326 ปีก่อนคริสตกาล ทรงมาหยุดพักที่เมืองนี้ และได้เปลี่ยนชื่อเป็นตักศิลา(Taxila)ในอดีตเมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองตัดหิน (City of Cut Stone) เพราะหินที่ใช้สร้างโบราณสถานต่างๆนำมาจากที่นี่นั่นเอง ปัจจุบันก็ยังเห็นชาวบ้านแกะสลักหินอยู่ทั่วไป เช่น ทำครกหิน ป้ายหิน เป็นต้น

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทาง 
บ่าย

เดินทางต่อไป....ถึงเมืองนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) ซึ่งรวบรวมสิ่งของล้ำค่าไว้มากมายกว่า 7,000 ชิ้น ทั้งเครื่องประดับที่ทำจากเงิน ทอง และทองเหลืองสมัยเก่า รวมทั้งเพชรพลอย เหรียญเก่าแก่ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเหรียญกรีกในยุคสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และพระพุทธรูปสมัยคันธาระ ชิ้นที่งดงามที่สุด คือ พระพักตร์ของพระพุทธเจ้ายามเมื่อทรงตรัสรู้ งดงามและสงบนิ่ง เป็นผลงานมาสเตอร์พีชที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือของศิลปินในยุคนั้น

ถึง เมืองหลวงอิสลามาบัด (Islamabad) ปลายเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์เป็นเมืองหลวงของประเทศปากีสถาน มีพื้นที่ 906 ตารางกิโลเมตร ประชากรราว 2 ล้านคน (พ.ศ. 2557) กรุงอิสลามาบัด ถูกสร้างขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1960 เพื่อใช้เป็นเมืองหลวงของประเทศแทนนครการาจี

นำท่านแวะชมและถ่ายภาพที่ มัสยิดไฟซาล (Faisal Mosque) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี

มัสยิดไฟซาล ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทรายซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งเป็นมัสยิดขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเอเชีย และเป็นมัสยิดที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดในปากีสถาน ตั้งอยู่ที่เมืองอิสลามาบัด มัสยิดไฟซาลสร้างเป็นทรงคล้ายกระโจม 8 เหลี่ยมกลาง ทะเลทราย มัสยิดนี้ได้ชื่อตามพระนามของ กษัตริย์ไฟซาล บิน อับดุล เอซิส แห่ง ราชวงศ์ของซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากได้บริจาคค่าก่อสร้างเป็นเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐมัสยิดสามารถจุคนได้ 74,000 คน ในขณะที่มีพื้นที่ครอบคลุมหลักประมาณ 5,000 ตารางเมตร มีสี่หออะซานที่สวยงาม และพื้นสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดในโลก

ก่อนอำลาปากีสถาน นำท่านช้อปปิ้งของฝากที่ Centaurus Department Store ที่ใหญ่ที่สุดของปากีสถานอิสระ ช้อปปิ้ง จนถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

20.00 น. ท่านเดินทางสู่ สนามบิน (อิสระอาหารค่ำภายในสนามบินอิสลามาบัดเพื่อความสะดวกในการเช็คอิน)
23.20 น. ออกเดินทางจาก อิสลามาบัด โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ TG350 (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม. 30 นาที) รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง
วันที่ 10กรุงเทพฯ
06.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ63,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ13,500 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินไทย เส้นทาง กรุงเทพฯ – อิสลามาบัด - กรุงเทพฯ (กระเป๋าเดินทางน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด) 
  • ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ 
  • ค่าที่พักโรงแรมตามที่ระบุ ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่) 
  • ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ 
  • ค่าเครื่องดื่ม (น้ำเปล่า) ภายในภัตตาคาร ระหว่างมื้ออาหาร และบนรถโค้ช 
  • ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง 
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม 
  • ค่าวีซ่าปากีสถาน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย (แบบเข้า-ออก ครั้งเดียว) 
  • ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน 
  • ค่าประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางส่วนบุคคล จำนวนเงินประกันภัย 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล จำนวนเงินประกันภัย 500,000 บาท, ค่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
  • จากต่างประเทศ จำนวนเงินประกันภัย 1,00,000 บาท
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น 4 USD / คน / วัน 
  • ค่าทิปคนขับรถ 3 USD / คน / วัน 
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน 
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) และเอกสารวีซ่าของคนต่างด้าว 
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากรายการ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ 
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% 
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น) 
  • ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 30 วัน  คืนค่ามัดจำ 100% 
  • ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 20-29 วัน หักมัดจำ 20,000 บาท/ท่าน หรือเรียกเก็บตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง 
  • ยกเลิกก่อนออกเดินทาง 1-19 วัน เก็บค่าบริการ 100%
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้ 
  • รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ 
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน 
  • รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม 
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย 
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 10 ท่าน 
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ

บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อ

  • ความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติต่างๆ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
  • การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
  • ยกเว้นความรับผิดชอบ การเปลี่ยนแปลงจากสายการบินทุกกรณี เช่น การยกเลิกบิน การเปลี่ยนเวลาการบิน เครื่องดีเลย์ กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ เป็นต้น
  • บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
  • รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้สำรองที่นั่งบนเครื่องและโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่ เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  • ราคานี้ติดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบิน ตามสถานการณ์ดังกล่าว
  • กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
  • มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

เอกสารการยื่นวีซ่าวีซ่าปากีสถาน (ใช้เวลายื่นวีซ่าประมาณ 1 สัปดาห์ )
กรุณาส่งเอกสารทำวีซ่าก่อนเดินทาง 21 วัน สำหรับวีซ่าปากีสถาน ลูกค้าทุกท่านต้องเดินทางมาแสดงตัวและจะนัดหมายวันที่ทำวีซ่าให้ทราบอีกครั้งคะ 

  • พาสปอร์ตตัวจริง มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้าสำหรับติดวีซ่า พร้อมสำเนา
  • รูปถ่ายเป็นรูปสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 ใบ พื้นหลังเป็นสีขาว
  • จดหมายรับรองการทำงานของบริษัท (ภาษาอังกฤษ) ระบุตำแหน่ง เงินเดือนและวัน เดือน ปี ที่เริ่มเข้าทำงาน
  • สำเนาหนังสือรับรองของบริษัท (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท) และหลักฐานการเงินของบริษัท
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล / สำเนาใบสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะ (ถ้ามี)
  • หลักฐานการเงินใช้ Statement ย้อนหลัง 6 เดือนส่วนตัวหรือหนังสือรับรองจากธนาคารหรือบัญชีออมทรัพย์ส่วนตัว ใช้เวลาพิจารณาวีซ่า 3 วันทำการ

โปรดทำความเข้าใจ : *โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมะสม  **

  • เวลาที่ปรากฏในโปรแกรมกับการปฏิบัติจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขอให้ท่านรับทราบคำแนะนำการเปลี่ยนแปลงการนัด หมายเวลาในการทำกิจกรรมอีกครั้งจากหัวหน้าทัวร์ 
  • บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงรายการ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะทาง เศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองภายใน อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยว ได้ตามรายการ

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868, 098-828-5266
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy