ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE850 : ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมนี ออสเตรีย เชค ฮังการี 8 วัน 5 คืน (EK)

DE850 : ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมนี ออสเตรีย เชค ฮังการี 8 วัน 5 คืน (EK)

Feringapark Hotel
HOTEL INTERNATIONAL PRAGUE
Kavalier
Park Inn by Radisson Budapest
Wyndham Grand Bad Reichenhall Axelmannstein

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE850-02028 ธ.ค. 61-04 ม.ค. 62Emirates (EK)49,900จองด่วน
DE850-02129 ธ.ค. 61-05 ม.ค. 62Emirates (EK)49,900เต็มแล้ว
DE850-02230 ธ.ค. 61-06 ม.ค. 62Emirates (EK)49,900จองด่วน
DE850-02323-30 ม.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-02407-14 ก.พ. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-02519-26 ก.พ. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-02602-09 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-02703-10 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-02807-14 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-02913-20 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03014-21 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03116-23 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03217-24 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03320-27 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03421-28 มี.ค. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03527 มี.ค.-03 เม.ย. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน
DE850-03628 มี.ค.-04 เม.ย. 62Emirates (EK)39,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1สนามบินสุวรรณภูมิ - ดูไบ
17.00 น.    พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
20.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
วันที่ 2ดูไบ - มิวนิค - ปราสาทนอยชวานสไตน์ - มาเรียนพลัทซ์ - อัลลิอันซ์ อารีน่า
00.50 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 
03.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 53 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
07.10 น.  

เดินทางถึง สนามบินมิวนิค ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกที่เมือง โฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) หมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของเมืองชวานเกา

นำคณะเข้าชม ปราสาทแลนด์มาร์กของเยอรมนี ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein) สิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามมากที่สุดอีกแห่งของโลก ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวทุกคนที่มามิวนิค และก็มีไม่น้อยที่ตั้งใจมามิวนิคเพื่อมาเยือนปราสาทแห่งนี้โดยเฉพาะ นอยชวานชไตน์ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาแอลป์ และก็ตั้งอยู่บนเชิงผาสูงกว่า 200 เมตร ที่สำคัญคือยังเป็นต้นแบบปราสาทเทพนิยายของวอลดีสนีย์ด้วย โดยความหมายของ “Neuschwanstein” แล้ว “neu” คือ “new” หมายถึง “ใหม่” “schwan” คือ “swan” หมายถึง “หงส์” ส่วน “stein” ก็คือ “stone” หมายถึง “หิน” รวมแล้วนี่คือปราสาทหงส์หลังใหม่ที่สวยงามมากจริงๆ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย

เดินทางไปยัง เมืองมิวนิค (Munich) เมืองเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาก เพราะถือเป็นศูนย์รวมความน่าสนใจ ความสวยงามของศิลปะ โบราณสถาน สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญครบถ้วนทุกด้าน

เที่ยวชมถ่ายภาพไฮไลท์เด่นของเมืองไม่ว่าจะเป็น อลิอันซ์ อารีน่า (Alilanz Arena) สนามฟุตบอลที่ได้รับฉายาว่าเป็น “เรือยาง” ด้วยรูปร่างลักษณะที่ดูจะคล้ายเรือยางจริงๆ สามารถจุผู้เข้าชมได้มากถึงประมาณ 70,000 ที่นั่ง และใช้เป็นสนามสำหรับการซ้อมและแข่งของทีมชาติเยอรมนี นอกจากจะเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกแล้วอลิอันซ์ อารีน่ายังมีสีสันจากการเปลี่ยนสีไปมาได้เพราะสร้างจากวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ในการสร้างยานอวกาศขององค์การนาซ่าอีกด้วย

ผ่านชม โอลิมปิกทาวเวอร์ (Olympic Tower) หอคอยสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ที่สูงถึง 291 เมตร โดดเด่นเหนือเมืองมิวนิค ด้านบนเป็นทั้งจุดชมวิวแบบ 360 องศา ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ มาเรียนพลัสซ์ (Marienplatz) จัตุรัสกลางใจเมืองในเขตเมืองเก่าที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักกับมิวนิค ปัจจุบันที่เห็นเป็นเหมือนพื้นที่สำหรับงานพิธีต่างๆ ที่สำคัญของเมือง ที่บริเวณจัตุรัสมาเรียนพลัสซ์นี้เองที่เราจะได้เห็น ศาลาว่าการใหม่ (New Town Hall) ที่ได้ใช้ทำการแทนศาลาว่าการเก่าตั้งแต่ปี 1874 เห็นได้ง่ายด้วยหอคอยแหลมสูงและการออกแบบและตกแต่งอย่างประณีตไม่แพ้ปราสาทหรือพระราชวังเลย แล้วก็ไม่พลาดที่จะไปชม ศาลาว่าการเก่า (Old Town Hall) ที่ก็ได้ตั้งอยู่ในบริเวณจัตุรัสมาเรียนพลัสซ์นี้เอง อาคารสีขาวสะอาดหลังนี้เป็นศาลาว่าการของเมืองมิวนิคมาตั้งแต่ปี 1310 แม้จะผ่านมากว่า 700 ปี แต่ก็ยังสวยและสง่าด้วยศิลปะสไตล์โกธิค

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก ณ โรงแรม Feringapark Hotel หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 3มิวนิค - ฮัลล์สตัทท์ - ซาลส์บูร์ก - สวนมิราเบล - บ้านเกิดโมสาร์ท
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

ออกเดินทางสู่ เมืองฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) ประเทศออสเตรีย เมืองมรดกโลกเก่าแก่อายุกว่า 4,000 ปี และก็มีความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นมากในช่วงประมาณเกือบพันปีที่ผ่านมา เมืองนี้สวยและมีเอกลักษณ์สำคัญอยู่ที่การเป็นเมืองติดทะเลสาบและรายล้อมด้วยภูเขาสูง มีความสวยงามของทัศนียภาพราวกับภาพวาดและก็เป็นที่สุดของการมีบรรยากาศที่โรแมนติก ฉายาที่บ่งบอกถึงความสวยงามล้ำค่าของฮัลล์สตัทท์ก็คือ “ไข่มุกแห่งออสเตรีย” และสุดท้ายก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์โดยองค์การยูเนสโก้ในปี 1997 นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมความสวยงามของเมืองฮัลล์สตัทท์ เดินเล่นถ่ายภาพ ชม โบสถ์ประจำเมือง ถ่ายรูปสวยๆ ที่ เซ็นทรัลสแควร์ (Central Square Marktplatz) จัตุรัสกลางเมืองที่โดดเด่นด้วยรูปปั้นโฮลี่ทรินิตี้ เป็นเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลต่างๆ ด้วย

ชม โบสถ์พาริช (Parish Church) โบสถ์สวยริมทะเลสาบแห่งนี้มีอายุกว่า 500 ปีแล้วแต่ก็เป็นไฮไลท์สวยๆ ของเมืองที่พลาดไม่ได้ 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

ออกเดินทางต่อสู่ ซาลส์บูร์ก เมืองใหญ่อันดับ 4 ของออสเตรียที่แสนจะโรแมนติก ทั้งยังเต็มไปด้วยความสวยงามและคลาสสิก ความอลังการทางประวัติศาสตร์ทำให้ซาลส์บูร์กได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1996 ซาลซ์บูร์กมีความสวยงามของแนว “แม่น้ำซาลซ์แซค” (Salzach River) สีเขียวมรกตไหลผ่านซึ่งถือเป็นแม่น้ำสายหลักของออสเตรียที่ไหลผ่านไปจนถึงเยอรมนี

เที่ยวชม สวนมิราเบล (Mirabell Garden) สวนสวยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ พระราชวังมิราเบล (Mirabell Palace) แม้จะเป็นสวนเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1690 แต่ก็ยังคงความสวยงามและเสน่ห์ของสวยสไตล์บารอกไว้ได้ไม่คลาย

แวะถ่ายภาพ บ้านเกิดโมสาร์ท นักประพันธ์ชื่อก้องโลก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บน ถนนเกไทรย์เดอกาสเซอ (Getreidegasse) ถนนย่านการค้าสำคัญของเมืองที่เคยพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ต่างก็หอบเอาสินค้าของตัวเองมาแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน ปัจจุบันย่านนี้ก็ยังพลุกพล่านไปด้วยผู้คนเช่นเดิม เพราะถนนเกไทรย์เดอกาสเซอเป็นถนนสายช้อปปิ้งชื่อดังที่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนยี่ห้ออะไรก็สามารถหาซื้อได้จากถนนสายนี้ เป็นอีกแหล่งข้อปปิ้งที่ขาช้อปพลาดไม่ได้

เย็นรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Wyndham Grand Bad Reichenhall Axelmannstein หรือระดับเดียวกัน 
วันที่ 4ซาลส์บูร์ก - เชสกี้ ครุมลอฟ - ปราก
เช้า 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางออกจาก เมืองซาลส์บูร์ก เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่ เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เมืองเล็กๆ ที่ถูกล้อมด้วยแม่น้ำวัลตาวาโดยมีอดีตเป็นที่ตั้งชุมชนเก่าแก่และตกทอดให้เห็นหลักฐานเป็นอาคารหลายร้อยหลังที่สร้างกันมาตั้งแต่ช่วงยุคกลาง เชสกี้ ครุมลอฟ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกด้านการวางผังเมืองจากยูเนสโก้ไปเมื่อปี 1992

ถ่ายรูปบริเวณ ปราสาทครุมลอฟ (Cesky Krumlov Castle) ที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 13 และก็เคยเป็นสมบัติของขุนนางใน 3 ตระกูล ปัจจุบันตกเป็นสมบัติของรัฐบาลสาธารณรัฐเช็กเป็นที่เรียบร้อย ด้านบนยอดหอคอยปราสาทเป็นจุดชมวิวที่สวยมากจุดหนึ่งเลย จะได้เห็นสภาพเมืองเชสกี้ ครุมลอฟได้ชัดเจนขึ้น ทั้งแม่น้ำวัลตาวาล้อมคดเคี้ยวเป็นรูปตัวเอส (S) ตัวเมืองมีอาคารและปราสาทปะปนสลับกันไปมา ละลานตาไปด้วยสีส้มอิฐของหลังคาทั่วเมืองนั้นงดงามอย่างที่สุด   

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่าย

แล้วก็ได้เวลาที่หลายๆ คนรอคอย อิสระช้อปปิ้ง ที่สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างจุใจไปกับร้านค้ามากมายตามซอกซอยมากมายตามเมือง ก่อนจะได้เวลาเดินทางไปยังจุดหมายถัดไปที่เมือง ปราก (Prague)

เย็นรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก ณ Hotel International Prague หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 5ปราก - ปราสาทปราก - มหาวิหารเซนต์วิตัส - วิหารเซนต์จอร์จ - เวียนนา
เช้า       

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พร้อมเที่ยวชมเมือง ปราก (Prague) เมืองแสนโรแมนติกท่ามกลางหมู่ปราสาทเก่าอายุเกินพันปีซึ่งโดดเด่นด้วยศิลปะโกธิกและมีอยู่เยอะมากจนทำให้ปรากได้ฉายาว่าเป็น “เมืองแห่งปราสาทร้อยยอด” ได้ชมร่องรอยของอารยธรรมในยุคที่อาณาจักรโบฮีเมียและอาณาจักรโมราเวียยังเรืองรอง

เที่ยวปรากต้องชม ปราสาทปราก (Prague Castle) เพื่อเป็นการทักทายสิ่งก่อสร้างที่เป็นหน้าเป็นตาของเมือง ปราสาทหลังนี้สร้างตั้งแต่ปี 885 ใหญ่และอลังการมาก ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ทำงานของประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเช็กและเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ภายในปราสาทปรากยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารเซนต์ไวตัส (St. Vitus Cathedral) มหาวิหารของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ถือได้ว่าใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของประเทศ จุดเด่นคือหอคอยหลักที่สูงถึง 96.5 เมตร และหอคอยคู่ที่ด้านหน้าก็สูงถึง 82 เมตร ส่วน สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) อีกหนึ่งจุดหมายของเรานั้นโดดเด่นเห็นชัดว่ามีรูปปั้นนักบุญเรียงตลอดความยาวของสะพาน และเป็นสิ่งก่อสร้างชิ้นสำคัญที่ชี้ให้คนยุคปัจจุบันเห็นได้ถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของจักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 4 และที่ใจกลางเมืองปรากเราจะได้เห็น หอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Town Hall Clock) ซึ่งคอยทำหน้าที่บอกเวลาให้กับชาวเมืองทุกวี่วัน หอนาฬิกาดาราศาสตร์ถูกสร้างขึ้นในปี 1410 นอกจากเข็มนาฬิกาที่คอยบอกเวลาแล้วตัวเรือนสีฟ้ายังมีรูปปั้นนักบุญ ตัวเรือนนาฬิกาแสดงการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แสดงเดือนปัจจุบัน เมื่อเวลาเดินมาครบชั่วโมงจะมี เสียงระฆังดังกังวานและรูปปั้น 12 สาวกของพระเยซูคริสต์ที่พากันเดินขบวนกันอยู่หลังช่องหน้าปัด   

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

เดินทางต่อไปยัง เวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย เมืองที่ทั้งน่าอยู่และน่าเที่ยวด้วยการเป็นดินแดนที่มากด้วยคุณภาพของสภาพบ้านเมืองและคุณภาพชีวิตประชากรในเมืองหลวงของประเทศ และสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราเวียนนาเลอค่าเสมือนราชินีแห่งยุโรปอย่างที่ใครๆ ว่ากันไว้จริงๆ สวยทุกมุมมอง

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก ณ Kavalier หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 6เวียนนา - พระราชวังเชินบรุนน์ - ปาร์นดอฟ เอ้าเล็ต - บูดาเปสต์
เช้า  

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เที่ยวชมเมืองเวียนนา ไม่พลาดไฮไลท์เด่นของเมือง เข้าชมภายใน พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace) ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก  พระราชวังสไตล์บาโรคแห่งนี้้มีจำนวนห้องมากถึง 1,441 ห้อง ใหญ่โต สง่างามและอลังการด้วยศิลปะสไตล์บารอก นอกจากตัวพระราชวังที่สวยงามมากแล้ว สวนขนาดใหญ่ก็น่าเดินเที่ยวไม่แพ้กันเลย ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก 

ออกเดินทางต่อไปยัง ปาร์นดอฟ (Parndof)

กลางวัน

**อิสระอาหารกลางวันเพื่อการช้อปปิ้ง แบบเต็มที่ ณ เอาท์เลทแมคอาเธอร์ เกลน ปาร์นดอฟ (McArthur Glen Outlet Parndof) เอาท์เลทที่เน้นแบรนด์เนมในราคาสุด

พิเศษ และก็มีแบรนด์เนมมากมายให้ช้อปกันทั้งวัน เช่น Gucci Burberry, Benetton, Calvin Klein, Crocs, Guess, Lacoste, Diesel และอีกมากมาย 

ออกเดินทางสู่เมือง บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี 

 
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก ณ Park Inn by Radisson Budapest หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 7บูดาเปสต์ - สะพานเชน - สะพานอลิซาเบธ - ปราสาทบูดา - ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
เช้า 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เที่ยวชม บูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการีและเมืองชื่อดังอีกแห่งของยุโรป ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและการเมืองของประเทศที่มีอายุมากว่าร้อยปีแล้ว

แวะชมและถ่ายรูปกับหนึ่งในสะพานที่สวยงามของเมืองบูดาเปสต์ สะพานเชน (Chain Bridge) สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างขึ้นเหนือแม่น้ำดานูบ และก็เป็นสะพานที่สวยงามน่าชมน่ามองไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน มีความยาวถึง 375 เมตร มีรูปสลักสิงโตแทนการเฝ้าอารักขาสะพานไว้ทั้งสองฝั่งของสะพาน จากสะพานที่เก่าที่สุดเราข้ามไปชมสะพานที่ใหม่ที่สุดของเมืองบูดาเปสต์กันที่ สะพานอลิซาเบธ (Elisabeth Bridge) เป็นสะพานแขวนขนาด 6 เลน มีความยาว 290 เมตร จุดเด่นคือที่ปลายสะพานด้านบูดาจะมีรูปปั้นบรอนซ์ของราชินีอลิซาเบธแห่งบาวาเรียตั้งอยู่

พิเศษ ล่องเรือชมแม่น้ำดานูบแบบส่วนตัว โดยจะล่องไปตามแม่น้ำสายใหญ่ ชมอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมริมสองฝั่งแม่น้ำ เราจะได้เห็นทั้งวิวสวยๆ โดยเฉพาะ สะพานเชนและ อาคารรัฐสภาแห่งฮังการี (Hungary Parliament) ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ทันทีที่เห็นบอกได้เลยว่านี่คืออาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา รูปแบบนั้นโดดเด่นเพราะออกแบบสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิก และมีจำนวนห้องมากถึง 700 ห้องเลยทีเดียว

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย

14.40 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 112 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
23.05 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันที่ 8ดูไบ - กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
03.05 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 384  (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.05 น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
  • ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  • ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
  • ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้น (3,500 บาท/ท่าน) ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมทุกกรณี
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน ( 12 ยูโร / ท่าน )
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 6 วัน)
  • สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาทพร้อมค่าวีซ่า (3,500 บาท/ท่าน) (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
  • ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 20 วัน
  • หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
  • ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว  หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วย
    สาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 
    5,000 บาท  แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง  
  • หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บ
    ค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง  และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
  • นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบิน
    กำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น  
    สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย 
    และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น
 
  • เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน แต่อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม 
  • โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ 
  • กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade air) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน
1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ํากว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่ม
เก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนําไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (แบบหน้าใหญ่) ขนาด 4.5 ซม. x 3.5 ซม.
จํานวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
3. เอกสาระสำคัญส่วนบุคคล 
  3.1 สำเนาทะเบียนบ้าน 
3.2 สําเนาบัตรประชาชน หรือ สําเนาบัตรข้าราชการ 
3.3 สําเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) 
3.4 สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)
4. กรณีเป็นพนักงานบริษัท
    ใบรับรองการทํางานจากบริษัทที่ท่านทํางานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตําแหน่ง อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน วันเดือนปีที่เริ่มทํางานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทํางานตามปกติหลังครบกําหนด
5. กรณีเป็นเจ้าของกิจการ 
ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯ ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ
6. หลักฐานทางการเงิน 
สําเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน (นับจากวันปัจจุบันในวันที่ยื่นวีซ่า) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ําเสมอ และมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี ฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เม่ือกลับสู่ภูมิลําเนา 
หรือ Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ฉบับจริง ภาษาอังกฤษ ออกโดยธนาคารเท่านั้น (ในกรณีที่ผู้อื่นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงความสัมพันธ์พร้อมยื่นเอกสารฉบับแปลภาษาอังกฤษ)
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**
7. กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดง ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทํางานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย 8. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา 
จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา ภาษาอังกฤษ (ตัวจริง) เท่าน้ัน 
9. กรณีที่เด็กอายุต่ํากว่า 20 ปี 
9.1 ไม่ได้เดินทางไปกับบิดา มารดา หรือ เพียงคนใดคนหนึ่ง
- จดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจาก อำเภอ / เขต ที่ท่านอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ)
- บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา
- สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา
- หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ)
- ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ
- เอกสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินทางกับผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ฉบับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ
9.2 เดินทางไปกับบิดา มารดา 
- บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา
- สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา
- หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ)
- ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ
** หมายเหตุ!!ในวันที่มายื่นขอวีซ่า บิดาและมารดา ต้องเดินทางมาเซ็นแบบฟอร์มการร้องขอวีซ่าให้กับบุตร **
10. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้น เป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชําระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคําร้องใหม่ก็ต้องชําระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่ม เรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอํานวยความสะดวกและประสานงาน ตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสาร ดังกล่าวเช่นกัน
12. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานฑูตเรื่องวีซ่าของท่านเนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูก บันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
13. การยื่นวีซ่านั้นผู้เดินทางต้องชําระยอดมัดจําพร้อมค่าวีซ่าก่อนเท่านั้นถึงสามารถดําเนินขั้นตอนการย่ืนวีซ่าได้

** ทางบริษัทไม่มีนโยบายการแปลเอกสารให้ ถ้าหากต้องการให้ทางเราแปลเอกสารจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใบละ 500 บาท **


Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy