ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE944 : ทัวร์ยุโรปเหนือ คาบสมุทรบอลติก (ลิทัวเนีย - ลัตเวีย - เอสโตเนีย) 8 วัน 5 คืน (TK)

DE944 : ทัวร์ยุโรปเหนือ คาบสมุทรบอลติก (ลิทัวเนีย - ลัตเวีย - เอสโตเนีย) 8 วัน 5 คืน (TK)

Radisson Blu Daugava Riga Hotel
Radisson Blu Hotel
Radisson Blu Hotel Olumpia

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพฯ
18.30 น.

คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอิน U (แถว U 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์ สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

21.45 น.

ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 65 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.25 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี

วันที่ 2อิสตันบูล - วิลนิอุส (ประเทศลิทัวเนีย พักค้าง 2 คืน)
04.00 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูลแวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวบิน TK1409 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินอิสตันบูล
08.10 น. 

ออกเดินทางจาก สนามบินอิสตันบูล (IST) สู่ สนามบินวิลนิอุส (VNO)โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส สายการบินมีบริการอาหารเช้าบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 3 ช.ม.)

11.00 น. เดินทางถึง สนามบินวิลนิอุส ประเทศลิทัวเนีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย

นำท่านเที่ยวชม เมืองวิลนิอุส (Vilnius) เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย เมืองใหญ่และสวยงามที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำวิลเนีย และแม่น้ำเนริ โดยวิลนิอุสมีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ มีโบสถ์และวิหารมากมาย จึงได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปในปี ค.ศ. 2009 นำท่านเข้าชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล (St. Peter and Paul Church) โบสถ์ในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิค ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในแบบลิทัวเนียบาร๊อค ของศตวรรษที่ 17 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี โดยตัวโบสถ์ดั้งเดิมเป็นโบสถ์ไม้ แต่ได้ถูกทำลายในช่วงสงคราม โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันคือโบสถ์ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ นำท่านชมภายในตัวโบสถ์ที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม

จากนั้นนำท่านเข้าชม โบสถ์รัสเซี่ยนออโธดอกซ์ (Russian Orthodox Church) สถานที่ซึ่งฝังร่างนักบุญทั้งสาม ST.Anthony, ST.John, ST.Eustathius ซึ่งเสียชีวิตลงในปีค.ศ.1347 และได้รับเกียรติให้ฝังร่างไว้ ณ โบสถ์แห่งนี้ นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ Cathedral Basilica โบสถ์สีขาวใจกลางเมือง สถานที่ซึ่งเป็นที่สักการะของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค และเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งเนื่องจากเป็นที่ฝังร่างของดยุควิเทาทัส (Duke Vytautas) ดยุคผู้ยิ่งใหญ่ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก ระดับ 4 ดาว Radisson Blu Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
วันที่ 3วิลนิอุส (ลิทัวเนีย) - ทราไก - ปราสาททราไก
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองทราไก (Trakai) ระยะทาง 30 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

นำท่านเข้าชม ปราสาททราไก (Trakai Castle) ปราสาทสวยบนเกาะในทะเลสาบเกรฟ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นปราสาทที่ท่านแกรนด์ดุ๊ก วีเทาทัส ประสงค์ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย ก่อนที่จะกลายเป็นคุกในช่วงศตวรรษที่ 17 อีกด้านหนึ่งเป็นโบสถ์และสำนักสงฆ์ในนิกายเบเนดิกทีน ถึงแม้ว่าตัวปราสาทจะตั้งอยู่บนเกาะ แต่การเดินทางมายังตัวปราสาทนั้นค่อนข้างง่าย เนื่องจากมีสะพานเชื่อมติดต่อกันระหว่างชายฝั่งกับปราสาท นอกจากท่านจะได้ชมความงดงามของตัวปราสาทแล้วท่านยังจะได้ชมความงดงามของทะเลสาบเกรฟที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดเช่นกัน อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงาม หรือจะเลือกจิบชา กาแฟริมทะเลสาบตามอัธยาศัย 

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงวิลนิอุส นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์ KGB (KGB Museum) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1992 โดยกระทรวงวัฒนธรรมแห่งลิทัวเนีย วัตถุประสงค์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือสถานที่เก็บรวบรวมและนำเสนอประวัติศาสตร์เกี่ยวกับองค์กรเคจีบี หรืออดีตหน่วยงานกลาง ดูแลการข่าว ความมั่นคง ตำรวจสันติบาล และ กิจการชายแดนของสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954-1991 โดยเคจีบีถูกยุบไปหลังปีดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่อดีตหัวหน้าเคจีบีได้ร่วมก่อกบฏต่อรัฐบาลซึ่งมีประธานาธิบดีกอร์บาชอฟดำรงตำแหน่งอยู่แต่ไม่สำเร็จ

จากนั้นนำท่านสู่ห้างสรรพสินค้าแอคโครโปลิส (Akropolis Shopping Center) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ประจำเมืองวิลนิอุส อิสระให้ท่านช้อปปิ้งซื้อของฝากหรือสินค้าแบรนด์เนม อาทิเช่น GEOX, GUESS, H&M, MANGO, PULLS&BEAR, ZARA และแบรนด์ท้องถิ่น อื่นๆมากมาย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก ระดับ 4 ดาว Radisson Blu Hotel **** หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
วันที่ 4วิลนิอุส - โชว์เล่ย์ (ลิทัวเนีย) - เนินไม้กางเขน - บอสก้า (ลัตเวีย) - พระราชวังรุนดาเล่ - ริก้า (พักค้าง 2 คืน)
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโชว์เล่ย์ (Siauliai) (ระยะทาง 220 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชม.)  เมืองที่เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของลิทัวเนีย โดยเมืองชัวเลย์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 ซึ่งในอดีตตัวเมืองถูกเผาทำลายมากถึง 7 ครั้ง แต่ในปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูดูแลจนกลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง และยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย

นำท่านชม เนินไม้กางเขน (Hill of Crosses) สถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ที่คริสต์ศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือ โดยสุสานแห่งนี้กำเนิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งในอดีตไม้กางเขนจะถูกนำมาวางที่สุสานแห่งนี้ เวลาที่มีการต่อสู้กับผู้บุกรุก หรือเวลาที่มีการเรียกร้องอิสรภาพให้กับชาวลิทัวเนีย ซึ่งในปัจจุบันภายในสุสานแห่งนี้มีไม้กางเกงเขนจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนอัน ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่แตกต่างกันออกไป ทำให้สุสานไม้กางเขนแห่งนี้มีลักษณะเหมือนกับเนินเขาไม้กางเขน 

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบอสก้า (Bauska) ระยะทาง 94 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง นำท่านเข้าชม พระราชวังรุนดาเล่ (Rundale Palace) หนึ่งในงานสถาปัตยกรรมสไตล์บาร๊อค ออกแบบโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย    ซึ่งเคยเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของท่านดยุค Ernst Johann Biron และ Russian Empress Anna Ioannovna ปัจจุบันได้เปิดให้บริการเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งภายในยังคงการตกแต่งแบบโบราณ รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่งคฤหาสถ์ไว้อย่างวิจิตรและประณีต นอกจากนี้ท่านจะยังได้ชมสวนสไตล์ฝรั่งเศส ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามอันเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ (ช่วงเวลาที่ดอกไม้บาน ขึ้นกับฤดูกาลในช่วงของเวลาเดินทาง)

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่กรุงริก้า เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก ระดับ 4 ดาว Radisson Blu Daugava Riga Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่ 5ริก้า - ซิกุลด้า - ปราสาทซิกุลด้า - ปราสาททูไรด้า
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมือง ซิกุลด้า (Sigulda) (ระยะทาง 55 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เมืองเล็กๆซึ่งมีประชากรไม่ถึงสองหมื่นคนและไม่ห่างไกลจากนครริก้า มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องความสดใสงดงามของต้นเชอรี่ยามผลิใบในฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันโปรดปรานของชาวลัตเวียในยามฤดูหิมะ

นำท่านเข้าชม ปราสาทซิกุลด้า (Sigulda Castle) คฤหาสน์สไตล์โกธิค สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1878 เพื่อใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล Kropotkin และถูกผลัดเปลี่ยนเจ้าของมาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งถูกใช้เป็นสถานที่ทำการของสภาปกครองแคว้นซิกุลด้าในปี ค.ศ.1993

ได้เวลา นำท่านเข้าชม ปราสาททูไรด้า (Turaida Castle) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1214 โดยอาร์คบิช็อปแห่งริก้า เป็นปราสาทก่ออิฐแบบโกธิค ซึ่งถูกสร้างต่อเติมและบูรณะมาหลายสมัยจนเป็นลักษณะของป้อมปราสาทที่สวยงาม แต่ในปี ค.ศ.1776 ปราสาทได้เสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ไฟไหม้ และไม่ได้รับการบูรณะจนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1970 ได้รับการซ่อมแซมและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ 

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองริก้า (Riga)

นําท่านชม ย่านเมืองเก่าแห่งเมืองริก้า (Riga) ชมร่องรอยกําแพงเมืองโบราณ และ โบสถ์เซนส์ปีเตอร์ ที่งดงาม จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์อิสรภาพ (Freedom Monument) ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองริก้า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1935 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเหล่าทหารกล้าผู้เสียสละชีพในสงครามเรียกร้องอิสรภาพของลัตเวียระหว่างปี ค.ศ. 1918 – 1940 โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการประกาศอิสรภาพ และเสรีภาพของลัตเวีย มีความสูงถึง 42 เมตรด้านบนประดับด้วยรูปปั้นของหญิงสาวถือดาว 3 ดวงเชื่อมติดกัน ซึ่งสื่อความหมายถึงการรวมกันของภูมิภาคทั้ง 3 ของประเทศลัตเวียนำท่านชม เขตเมืองเก่าของเมืองริก้า นำชม โบสถ์เซนต์จาคอบ (St. Jacob Church) เป็นโบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นที่สุดในย่านเมืองเก่า

นำท่านชม โดมสแควร์ (Dome Square) มีโบสถ์ประจำเมืองริก้า อยู่ริมจัตุรัส สร้างเมื่อปี 1211 ข้างในมี ออร์แกนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป โบสถ์แห่งนี้มาซ่อมแซมอีกครั้ง แล้วเสร็จตอนปี 1999 เพื่อให้ทันฉลองพร้อมกับรัสเซียที่ครบรอบก่อตั้งกรุงมอสโกมา 850 ปี นำท่านชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ที่มีลิฟท์บริการให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมวิวเมืองริก้าแบบพาโนรามา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง
ที่พัก ระดับ 4 ดาว Radisson Blu Daugava Riga Hotel **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่ 6พาร์นู (เอสโตเนีย) - ทานลินน์
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองพาร์นู (Parnu) (ระยะทาง 168 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม.) เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของเอสโตเนีย มีรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร และชายหาดหลายแห่ง ตั้งเป็นเมืองราวปี 1251 และได้ถูกโปแลนด์เข้ายึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1561 ต่อจากนั้นสวีเดนได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1629 และรัสเซียเข้ายึดครองระหว่าง ค.ศ. 1710-1918 เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของเอสโตเนีย ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน เมืองพาร์นูจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว

นำท่านชม บ้านไม้ (Wooden House) สไตล์อาร์ตนูโว และแบบแอสโทเนียนดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นต้นแบบบ้านเรือนที่นำไปสร้างในสไตน์บอลติค

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมือง (Parnu City Hall) จากนั้นนำท่านเดินเล่นภายในตัวเมืองพาร์นู บริเวณพาร์นูเมนสตรีท (Parnu Main Street) 

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองทาลลินน์ (Tallinn) (ระยะทาง 127 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ช.ม.) เมืองหลวงและเมืองท่าหลักของประเทศเอสโตเนีย ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลบอลติกทางด้านเหนือของประเทศ ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามในช่วงยุคกลางรวมทั้งบริเวณเชิงเขาในเมืองยังคงมีกำแพงเมืองโบราณหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเมืองยังเต็มไปด้วยสวนสาธารณะที่มีหญ้าเขียวขจี มีดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับเมืองเล็กๆแห่งนี้ให้ดูสดใส

นำท่านเข้าชม พระราชวังแคทเดอริค พระราชวังที่สร้างขึ้นโดยซาร์ปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซียในศตวรรษที่ 18 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของจักรพรรดิแคทเธอรีน ออกแบบโดยสถาปนิกอิตาเลียนชื่อ NICCOLO MICHETTI จากกรุงโรม ในปี 1930 พระราชวังแห่งนี้ได้กลางเป็นสำนักงานใหญ่แห่งรัฐของประเทศเอสโตเนีย เป็นพระราชวังที่ออกแบบในสไตล์แบบบาร็อค ล้อมรอบด้วยสวนอันงดงาม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตาคารจีน
ที่พัก ระดับ 4 ดาว Radisson Blu Hotel Olumpia **** หรือเทียบเท่า 
วันที่ 7ทาลลินน์ (เอสโตเนีย) - ช้อปปิ้ง - อิสตันบูล  
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 

นำท่านเที่ยวชม จัตุรัสเมืองเก่าของทาลลินน์ (Tallinn Old Town Square) ย่านศูนย์กลางของเมืองที่ได้รับการรับรอง จากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997 ใน อดีตเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ใช้เป็นที่เฉลิมฉลอง เทศกาลต่างๆ ของเมือง รวมทั้งเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษอีก นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์อเล็กซานเดอร์เนฟสกี้ โบสถ์ใหญ่และมียอดโดมกลมที่ใหญ่ที่สุดในทาลลินน์

นำท่านเข้าชม โบสถ์ ST.Mary Church หรือ Dome Church สร้างขึ้นโดยชาวเดนมาร์ก เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคภายใต้พื้นหน้าประตูโบสถ์บรรจุ โลงศพของ Orro Johann Thuve 

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านสู่ ย่านช้อปปิ้ง อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองหรือสินค้าแบรนด์เนมต่างๆที่ ย่านถนนวิรู (Viru Street)  ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับ
15.30 น. นำท่านสู่ สนามบินทานลินน์ เพื่อเชคอินและทำคืนภาษี (Tax Refund)
18.15 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK1422
21.35 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง หรือ เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีตามอัธยาศัย
วันที่ 8กรุงเทพมหานคร
01.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TK68 (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง)
15.00 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

เงื่อนไขในการจอง

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน TK  (กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ น้ำหนัก ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ, 
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท  (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าภาษีในทุกประเทศ  (ประเทศตามระบุในโปรแกรมทัวร์)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 2,700 – 3,500 บาท (ชำระในวันที่ยื่นวีซ่า)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ และ คนขับรถ ท่านละ 30 ยูโร คิดเป็นเงิน 1,150 บาท จะทำการเรียกเก็บในอินวอยซ์
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านต้องดูแลกระเป๋าด้วยตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการสูญหาย
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 30,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้า) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 60 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน หักค่ามัดจำ 35,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 44-59 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน หักค่ามัดจำ 35,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 20-43 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์ (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 4-19วัน)
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% 
    ***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก
    วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง(หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 20 ท่าน ราคาทัวร์ เพิ่มท่านละ 4,000 บาท)
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
  • ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 
  1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 เซนติเมตร ใบหน้าขนาด 3 ซม. จำนวน 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาวเท่านั้น (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา (รูปห้ามเกิน 6 เดือน...สถานฑูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้)
  3. สำเนาบัตรประชาชน 
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
  5. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
  6. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
  7. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา) 
  8. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ 
    - เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
    - เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา) 
    - เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)  
  9. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
    จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)
    - กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
    - กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
    - กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน 
    - กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน 
    - กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
    - กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา 
  10. หลักฐานการเงิน :  (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง)
    - หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Certificate) ของบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า 
    สำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน นับขึ้นไปจากเดือนที่จะยื่นวีซ่า มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน และยอดแสดงในบัญชีต้องไม่ก้าวข้ามเดือน (ปรับสมุดและสำเนา 15 วันก่อนยื่นวีซ่า)

    หมายเหตุ : หากสมุดบัญชีแสดงยอดรวมที่มีการกระโดดข้ามเดือน (ยอดไม่ต่อเนื่อง) เช่นจากเดือน 1 ข้ามไปเป็นยอดของ เดือน 3 (เดือน 2 ไม่มี) ท่านต้องไปขอ Bank statement จากทางธนาคารแทนการถ่ายสำเนาสมุดบัญชี
    ************* Bank certificate และสำเนาสมุด/Statement ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เล่มเดียวกันเท่านั้น **************

    - บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบบัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย
    หากต้องการใช้บัญชีฝากประจำ ต้องเตรียมดังนี้
    - หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank Certificate) ของบัญชีฝากประจำ (Fixed account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
    - สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน 

    หมายเหตุ หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
    - หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Certificate) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย) 
    - กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
    กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
    - จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    - หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2 
     
     (สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)


Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 21.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 098-828-5266 (เดียร์)
         092-269-6868 (มน)
         095-902-2526 (แนน)
         089-204-9121 (บิว)
         061-545-5852 (จีจี้)
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy