ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE633 : โปรแกรมทัวร์ยุโรป เนเธอร์แลนด์ สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ แกรนด์เบเนลักซ์ 8 วัน 5 คืน (AF/KL)

DE633 : โปรแกรมทัวร์ยุโรป เนเธอร์แลนด์ สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ แกรนด์เบเนลักซ์ 8 วัน 5 คืน (AF/KL)

DUTCH DESIGN HOTEL ARTEMIS
MERCURE PARIS VELIZY
NOVOTEL METZ HAUCONCOURT
RAMADA BRUSSELS WOLUWE

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE633-00109-16 เม.ย. 62Air France (AF)69,900จองด่วน
DE633-00213-20 เม.ย. 62Air France (AF)69,900จองด่วน
DE633-00327 เม.ย.-04 พ.ค. 62Air France (AF)69,900จองด่วน
DE633-00429 เม.ย.-06 พ.ค. 62Air France (AF)69,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพ - ปารีส (พักค้าง 2 คืน)
07.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่เคาน์เตอร์เชคอิน สายการบินแอร์ฟร้านซ์ แถว P 1-15 ประตูทางเข้าที่ 7-8 อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
10.20 น. ออกเดินทางสู่ มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย สายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF165 (ใช้เวลาบินประมาณ 12.20 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์และจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง ทั้งนี้สายการบินฯ บริการ อาหารกลางวัน และอาหารค่ำ บนเครื่องบิน
17.20 น. เดินทางถึง สนามบินชาลส์เดอโกว์ (CDG) นครปารีส นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเข้าสู่ โรงแรม
ที่พัก MERCURE PARIS VELIZY/ หรือ HOLIDAY INN  PORTE DE CLICHY **** หรือเทียบเท่า 
วันที่ 2ปารีส - พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ - จตุรัสทรอคาเดโร - มหาวิหารซาเครเกอร์ - พิพิธภัณฑ์น้ำหอมฟราโกนาร์ด - ถนนชองป์ส เอลิเซ่ส์
เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 

นำท่านชม มหาวิหารซาเครเกอร์ (Basilica of Sacre Coeur) มหาวิหารรองในคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของกรุงปารีส หรือที่เรียกกันว่า "มงมาทร์" สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของกรุงปารีส โดยถือเป็นอนุสาวรีย์ของทั้งสองด้าน คือการเมือง และวัฒนธรรม รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของโบสถ์มีความเป็นเอกลักษณ์มากในยุคนั้น โดยสถาปนิกเจ้าของโครงการ โปล อะบาดี ได้เรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบโรมัน-ไบแซนไทน์ (Romano-Byzantine) ซึ่งจัดว่าแปลกใหม่ เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านสถาปัตยกรรมแบบฟื้นฟูบาโรก (Neo-Baroque) ดั่งที่ปรากฏที่โรงอุปรากรปาแลการ์นีเยอย่างสิ้นเชิง การออกแบบโบสถ์ได้หยิบยกสัญลักษณ์ของลัทธิชาตินิยมในสมัยนั้นมาเป็นองค์ประกอบ อาทิเช่น ประตูทางเข้า อันประกอบไปด้วยช่องโค้ง (ซุ้มประตู) 3 ช่อง ด้านบนประดับรูปสำริดของนักบุญแห่งประเทศฝรั่งเศส คือ นักบุญโยนออฟอาร์ค และนักบุญพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส โดยมีระฆังหนักกว่า 19 ตัน หล่อในปีค.ศ.1895

นำท่าน แวะถ่ายรูปพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (LOUVRE MUSEUM) อดีตพระราชวังหลวงแห่งฝรั่งเศส เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้านหน้ามีปิระมิดแก้วช่วยกระจายแสงไปยังสนามที่รายล้อมอยู่รอบด้านกับห้องที่อยู่เบื้องล่าง และทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าของพิพิธภัณฑ์ เดิมที่นี่เป็นพระราชวังยุคศตวรรษที่ 13 และเป็นที่ประทับของกษัตริย์มาจนถึงในปี ค.ศ.1793 จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมสิ่งมีค่าหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะภาพเขียนผลงานชั้นยอดประมาณ 6,000 ภาพ นับได้ว่ามากที่สุดในโลก 

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่บริเวณ จตุรัสทรอคาเดโร (Trocadero Square) ซึ่งเป็นจุดชมหอไอเฟลที่สวยที่สุด สัญลักษณ์ของนครหลวงปารีส หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจกับหอไอเฟลตามอัธยาศัย

จากนั้น  นำท่านสู่ย่านถนนแฟชั่นชั้นนำของปารีส ถนนชองป์ส เอลิเซ่ส์ (Champs Elysee) ย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม และปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ถนนสายนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก (The most beautiful avenue in the world) ท่านสามารถเดินตามเส้นทางถนนสายนี้ไปสู่ประตูชัยนโปเลียนซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งแบบเต็มๆ ตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก MERCURE PARIS VELIZY/ หรือ HOLIDAY INN  PORTE DE CLICHY **** หรือเทียบเท่า 
วันที่ 3เมืองแร็งส์ - มหาวิหารแร็งส์ - มหาวิหารเซนต์เรมี่ - ประตูชัยประจำเมืองแร็งส์ - เมืองแม็ส - ปราสาทสะพาน - มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งแม็ส - เพลซ ดาร์ แม็ส - อาร์เซนอล เดอ แม็ส
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแร็งส์ (Reims) (ระยะทาง 163 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ช.ม.) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นช็องปาญ-อาร์แดน แคว้นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นถิ่นกำเนิดของแชมเปญ

นำท่านเข้าชม มหาวิหารแร็งส์ (Reims Cathedral) มหาวิหารนอร์ทเทอดามที่ถูกใช้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับการทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ฝรั่งเศส

มหาวิหารแร็งส์ ถูกตกแต่งด้วยประติมากรรมแบบโกธิค และได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1991 ภายในมีหน้าต่างประดับกระจกสีที่สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 20 ประดับหน้าต่างกุหลาบที่ได้รับการประดับด้วยกระจกสี มหาวิหารแห่งนี้ยังเป็นมหาวิหารที่ประกอบพิธีราชาภิเษกสวมมงกุฎการขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสตั้งแต่สมัยของพระเจ้า โคลวิสในปี ค.ศ. 496 และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นที่นี่ก็คือการที่โจนออฟอาร์คนำกำลังของฝรั่งเศส บุกเข้ายึดมหาวิหารคืนจากอังกฤษในช่วงสงครามร้อยปีเพื่อประกอบพิธีราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 ในปีค.ศ. 1429 

จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารเซนต์เรมี่ (Saint Remi Basilica) ซึ่งเป็นหนึ่งในคริสตจักรที่สร้างแด่ สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 9 ซึ่งเริ่มมีการก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ.1841 และถูกบรรจุเป็นหนึ่งในมรดกโลกแห่งเมืองแร็งส์เทียบเท่ามหาวิหารแร็งส์เมื่อปี ค.ศ. 1991

ได้เวลานำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยประจำเมืองแร็งส์ สิ่งก่อสร้างที่ถือได้ว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองแร็งส์ คนทั่วไปมักนิยมเรียกประตูแห่งนี้ว่า ประตูดาวอังคาร (Mars Gate) ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมืองแร็งส์ (City Hall) ที่มีความสวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่คงความสวยงามในเมืองนี้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองแม็ส (Metz) (ระยะทาง 191 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ช.ม.) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส

เมืองแม็ส  เป็นเมืองหลวงของจังหวัด  โมแซล (Moselle) แห่งแคว้นลอแรน (Lorraine) เมืองแม็ส ตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำโมแซล (Moselle River) มาบรรจบกับแม่น้ำแซย์ (Seille River) และในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเป็นนครหลวงโบราณของอาณาจักร  ออสเตรเซียของราชวงศ์กาโรแล็งเชียง โดยมีมรดกทางวัฒนธรรมเป็นโบราณสถานซึ่งเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของเมืองย้อนไปกว่า 3,000 ปี 

นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทสะพาน (Bridge Castle) ซึ่งเป็นปราสาทที่สร้างครอบสะพานข้ามแม่น้ำแซย์ และเป็นปราสาทสะพานแห่งสุดท้ายที่ค้นพบในฝรั่งเศส ให้ท่านได้เก็บภาพปราสาทหินโบราณที่สร้างเป็นสะพานทอดข้ามแม่น้ำ

จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งแม็ส (Cathedral Saint-Etienne) มหาวิหารเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ในสไตล์โกธิค

มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งแม็ส เป็นมหาวิหารที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมหาวิหารที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส โดยตัวอาคารมีความสูงประมาณ 41.41 เมตร มหาวิหารมีความโดดเด่นในเรื่องหน้าต่างกระจกสีที่สวยงามและใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เพลซ ดาร์ แม็ส (Place d' Armes) อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์และสถานที่สำคัญที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1754-1788 เป็นที่ตั้งของเหล่าอาคารสำคัญๆของเมือง อาทิเช่น ศาลาว่าการสไตล์นีโอคลาสสิค โรงแรม ตึกรัฐสภา และอื่นๆ

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ อาร์เซนอล เดอ แม็ส (Arsenal de Metz) อดีตอาคารทางการทหารที่ปัจจุบันถูกใช้เป็นฮอลล์ คอนเสิร์ต (Concert halls) สร้างขึ้นในปี 1859 แล้วเสร็จในปี1864 และเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1989 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในฮอลล์ คอนเสิร์ตที่สวยที่สุดในยุโรป จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับอาคารมิวสิคบอกซ์ (Music Box) อาคารร่วมสมัยที่ออกแบบตัวอาคารได้อย่างอ่อนช้อย เป็นอีกหนึ่งอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบได้สวยงามยิ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก NOVOTEL METZ HAUCONCOURT / หรือ NOVOTEL METZ CENTRE **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 4ลักเซมเบิร์ก - อารามนิวมุนสเตอร์ - เพลส เดอ อาร์ม - ศาลาว่าการเมืองลักเซมเบิร์ก - อาคารรัฐสภาแห่งลักเซมเบิร์ก - พระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดยุค - มหาวิหารนอร์ธเทอดามแห่งลักเซมเบิร์ก - เมืองบรัสเซลส์ - จตุรัสกรองด์ปลาซ - แมนเนคิน พิส
เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) (ระยะทาง 96 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ช.ม.)

ราชรัฐลักเซมเบิร์ก เป็นประเทศเล็กๆ ในทวีปยุโรป ที่มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังมากว่า 1,000 ปี โดยมีพื้นที่เพียงแค่ 2,586 ตารางกิโลเมตร และมีขนาดเล็กเป็นอันดับที่ 167 ของโลก ซึ่งมีเมืองหลวงชื่อเดียวกันกับประเทศ เป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เพราะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนทางด้านทิศตะวันออกติดกับเยอรมนี ทิศใต้ติดกับฝรั่งเศส และด้านทิศตะวันตกติดกับเบลเยี่ยม ประเทศลักเซมเบิร์ก เริ่มต้นจาก เคานท์ซิเอกฟิลด์แห่งลักเซมเบิร์ก เคานท์แห่งอาร์เดนเนส รวมถึงผู้ก่อตั้งราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก ได้สร้างปราสาทบริเวณเมืองหลวงของลักเซมเบิร์กในปัจจุบัน ซึ่งในสมัย 1,000 ปีย้อนหลัง นับว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวย จากภูเขาที่สลับซับซ้อนล้อมรอบเมืองอยู่หลายชั้นซึ่งรู้จักกันในนามของยิบรอลตาทางเหนือ

นำท่านเข้าชมความงามของ อารามนิวมุนสเตอร์ (Neumuster Abbey) ซึ่งเป็นอารามใหม่ที่สร้างครอบอารามเดิมหลังการบูรณะในปี 1606 อารามแห่งนี้เคยใช้เป็นที่คุมขังนักโทษในสมัยสงครามกองทัพนโปเลียน และในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซี ได้ใช้อารามแห่งนี้เป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมืองแห่งลักเซมเบิร์กอีกด้วย ปัจจุบันอารามแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมแห่งเมืองลักเซมเบิร์ก เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพอารามนิวมุนสเตอร์ที่ออกแบบสร้างกำแพงเมืองโบราณล้อมรอบ 

นำท่านชม เพลส เดอ อาร์ม (Place D’ Arms) หรือ จตุรัสใจกลางเมืองจัดเป็นย่านเมืองเก่าแห่งลักเซมเบิร์ก

เพลส เดอ อาร์ม หรือ ที่หลายคนเรียกว่า "เมืองแห่งแกรนด์ดยุค" ในขณะที่ย่านเก่าแก่ที่สุดที่เรียกว่า “Wenzel Walk” ซึ่งมีหมู่อาคารหลายแห่งในเขตเมืองเก่า ได้รับการอนุรักษ์อย่างดีเยี่ยม มีทั้งปราสาทและป้อมปืนสำคัญ มหาวิหารที่สร้างในศตวรรษที่ 17 และบ้านเรือนต่างๆ รวมถึงสถานที่สำคัญทางราชการ 

นำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมืองลักเซมเบิร์ก (City Hall) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของลักเซมเบิร์ก อยู่ใกล้ๆ พระราชวัง Guillaume II และจตุรัสกลางเมือง เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างแบบสไตล์นีโอคลาสิก ถือเป็นศูนย์รวมของรัฐบาล รวมทั้งใช้เป็นสำนักงานส่วนตัวของนายกเทศมนตรีเมืองลักเซมเบิร์ก และใช้รับรองแขกต่างชาติด้วย 

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ อาคารรัฐสภาแห่งลักเซมเบิร์ก (Parliament House) ตั้งอยู่ย่าน Kirchberge เป็นสถานที่สำคัญของลักเซมเบิร์ก ใช้ประชุมสภา ซึ่งลักเซมเบิร์กนั้นปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่นี่มีสำนักงานเลขาธิการของรัฐสภายุโร

ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับ พระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดยุค (Grand Dukes Palace) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของลักเซมเบิร์ก เป็นปราสาทของท่านเคานท์ซิเอกฟิลด์แห่งลักเซมเบิร์ก เคานท์แห่งอาร์ เดนเนส ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก สร้างปราสาทในศิลปะแบบเรเนซองส์เมื่อปี ค.ศ.1506 ในบริเวณเมืองหลวงของลักเซมเบิร์กในปัจจุบัน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในสมัยนั้น พระราชวังนี้เป็นที่ประทับของแกรนด์ดยุคอ็องรีที่ 1 แห่งลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นแกรนด์ดยุคองค์ปัจจุบัน

นำท่านเข้าชม มหาวิหารนอร์ธเทอดามแห่งลักเซมเบิร์ก (Notre Dame Cathedral) มหาวิหารหลวงประจำเมืองลักเซมเบิร์ก

นอร์ธเทอดามแห่งลักเซมเบิร์ก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับอาคารรัฐสภาและพระราชวัง Royal Palace of Duke & Duchess เดิมเป็นโบสถ์โกธิคขนาดเล็กที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะในยุคปลายโกธิค ก่อนเข้ายุคเรเนซองส์ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1613-1621 และได้รับการบูรณะหลายครั้งจึงได้รับอิทธิพลจากศิลปะในหลายยุคสมัยทั้งแบบโกธิคและเรเนซองส์ และได้มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นมหาวิหารหลวงในระหว่างปี 1935-1938 เรียกได้ว่าเป็นมหาวิหารแห่งเดียวในประเทศลักเซมเบิร์กเลยก็ว่าได้

อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความงดงามของมหาวิหารตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองบรัสเซลส์ (Brussels) (ระยะทาง 244 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ช.ม.) เมืองหลวงของเบลเยี่ยม และยังเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองนานาชาติแห่งสหภาพยุโรป อีกทั้งยังเป็นศูนย์บัญชาการกลางขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO อีกด้วย

นำท่านถ่ายรูปกับ อะตอมเมี่ยม (Atomium) ที่มีสถาปัตยกรรมรูปทรงอะตอมสูง 102 เมตร ก่อสร้างในรูปทรงที่เป็นโมเลกุลเหล็กใสจากงานยูนิเวอร์แซล เอ็กซิบิชั่น ในปี ค.ศ.1958

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ จตุรัสกรองด์ปลาซ (Grand Place of Brussels) ถือเป็นหัวใจสำคัญของเมืองบรัสเซลส์ (Brussels) ซึ่งชาวเบลเยี่ยมยกย่องให้ว่าเป็น จตุรัสที่งดงามที่สุดในโลก เป็นกลุ่มอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาโรก โกธิค นีโอ-โกธิค และเป็นสถานที่ซึ่งองค์กรยูเนสโก้ยกย่องให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1983

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ แมนเนคิน พิส (Manneken Pis) หรือหนูน้อยยืนฉี่ คือ น้ำพุเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมตึกร้านขายช็อกโกแลต มีรูปปั้นทองแดงของเด็กผู้ชายกำลังยืนฉี่ พ่นเป็นสายน้ำพุออกมา หน้าตาสบายอกสบายใจ

แมนเนคิน พิส ตำนานมีอยู่ว่า เมื่อครั้งที่กรุงบรัสเซลส์ยังตกอยู่ในการทำสงคราม และถูกฝ่ายตรงข้ามแอบนำระเบิดมาวางไว้ที่กำแพงเมือง เพื่อการโจมตี แต่มีเด็กน้อยนามว่า จูเลียนสกี (Julianske) ไปพบสายชนวนระเบิดที่กำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดทำให้สามารถป้องกันเมืองบรัสเซลส์ทั้งเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงแกะสลักรูปปั้นไว้เพื่อเป็นตัวแทนในการยกย่องและระลึกถึงความกล้าหาญ

อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัยหรือจะเลือกซื้อชอคโกเลตอันเลื่องชื่อแห่งบรัสเซลส์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก RAMADA BRUSSELS WOLUWE / หรือ HUSA PRESIDENT **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1) 
วันที่ 5บรัสเซลส์ - เมืองเกนท์ - มหาวิหารเซนต์ บราโว - สะพานเซนต์ มิเชล - เมืองบรูจส์ - จัตุรัสใจกลางเมือง - กรุงบรัสเซลส์
เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนท์ (Ghent) (ระยะทาง 56 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดในฟลานเดอร์สตะวันออก ในบริเวณเฟล็มมิชในเบลเยี่ยม  เดิมตัวเมืองเริ่มจากการตั้งถิ่นฐานที่ปากแม่น้ำเชลดท์และแม่น้ำลิส ในยุคกลาง เกนท์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในตอนเหนือของยุโรป 

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อาคารบ้านเรือนสีสันหลากหลาย ที่รายล้อมรอบจัตุรัสใจกลางเมือง นำท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง และกลุ่มอาคารบ้านเรือนที่สร้างเรียบริมคลอง บ่งบอกถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองเกนท์

นำท่านเข้าชมความงามของ มหาวิหารเซนต์ บราโว (St. Bravo Cathedral) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส ที่ 5 เป็นศิลปะแบบโกธิค ภายในมหาวิหารประดับประดาด้วยกระจกสีและแท่นบูชารวมไปถึงงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่มีค่าหลายชิ้น ทั้งผลงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาโรค และธรรมาสน์หรือแท่นสำหรับเทศนาสั่งสอนของนักบวช ศิลปะแบบร็อกโคโค่ งดงามมาก

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ สะพานเซนต์ มิเชล (St. Michael’s bridge) ตรงนี้จะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำเชลดท์ และแม่น้ำลิส ที่ซึ่งชาวเกนท์ตั้งถิ่นฐานเมื่อกว่าพันปีก่อน อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (Bruges) เมืองที่ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000

เมืองบรูจจ์ เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่โด่งดังเมืองหนึ่งของประเทศเบลเยี่ยม เมืองนี้ถูกล้อมรอบด้วยคูเมืองถึงสองชั้น ซึ่งเป็นการป้องกันข้าศึกศัตรูในสมัยก่อน ปัจจุบันบ้านเรือน, อาคาร, และโบสถ์ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเดิมคือสถาปัตยกรรมเฟลมมิชและเรเนซองส์ที่ดูวิจิตรสวยงามดุจดั่งมนต์ขลังตึกรามบ้านช่องดูเป็นระเบียบ ถนนหนทางก็ดูสะอาดตา

นำท่านเดินชม จัตุรัสใจกลางเมือง (Burg Square) หอระฆังเก่าแก่ ที่มีประวัติอันยาวนาน และมีประติมากรรมที่งดงาม อิสระให้ท่านเก็บภาพเมืองที่มีสีสันและความสวยงามตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเข้าชม The Basilica of the Holy Blood ซึ่งเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบรูจส์ นำท่านเข้าชมความสวยงามและความเก่าแก่ของโบสถ์

ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงบรัสเซลส์ (ระยะทาง 96 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัภัตตาคารจีน
ที่พัก RAMADA BRUSSELS WOLUWE / หรือ HUSA PRESIDENT **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2) 
วันที่ 6เมืองรอตเทอร์ดาม - บ้านลูกเต๋า ไคก์คูมูส - เมืองเดอะเฮก - ศาลโลก หรือ พระราชวังแห่งสันติภาพ - เมืองอัมสเตอร์ดัม - ล่องเรือกระจก - โรงงานเจียระไนเพชรและอัญมณี
เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตเทอร์ดาม (Rotterdam) (ระยะทาง 151 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม.) 

เมืองรอตเทอร์ดาม เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมาส นับเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีความยาวของพื้นที่เทียบท่าเรือยาวถึง 40 กิโลเมตร รอตเทอร์ดามมีลักษณะต่างจากเมืองอื่นๆในเนเธอร์แลนด์คือเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมยุคใหม่ และในปี ค.ศ. 2007 ได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็น "เมืองแห่งสถาปัตยกรรม"

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ บ้านลูกเต๋า ไคก์คูมูส (Kijk Kubus The Cubic Houses) กลุ่มอาคารเหลืองขาวทรงลูกเต๋า  39 หลัง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบสาขาประหยัดพลังงานโดยสถาปนิกนาม Piet Bloem  แวะถ่ายรูปกับ สะพานขาว อีราสมูส (Erasmus Bridge) และสะพานแดงวิลเลมส์บรูก์ (Willems Bridge) สองในสามสะพานซึ่งเชื่อมเมืองสองฝั่งที่ถูกคั่นกลางด้วยแม่น้ำมาสเข้าด้วยกัน จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ  ศาลาว่าการประจำเมืองรอตเทอร์ดาม (City Hall of Rotterdam) อาคารซึ่งรอดพ้นจากการโดนถล่มเมืองโดยกองทัพของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดอะเฮก (The Hague) (ระยะทาง 24 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)

เมืองเดอะเฮก เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากกรุงอัมสเตอร์ดัมและรอตเทอร์ดาม ปัจจุบันกรุงเฮกเป็นที่ตั้งของรัฐบาลดัตช์  อาคารรัฐสภา ศาลฎีกา และ สภาแห่งรัฐ รวมไปถึงเป็นเมืองที่ประทับของพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและการพิมพ์ เป็นที่ตั้งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ศาลโลก หรือ พระราชวังแห่งสันติภาพ (Peace Palace) ที่ประดิษฐานกฎหมายระหว่างประเทศ (Seat of International Law) เป็นที่ตั้งกองบัญชาการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร เนติบัณฑิตยสถานระหว่างประเทศแห่งกรุงเฮก และหอสมุดแห่งวังสันติที่ล้ำค่า นอกจากเป็นที่ตั้งสถาบันดังกล่าวแล้ว ที่วังสันติยังมักจัดเทศกาลพิเศษเกี่ยวกับนโยบายระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

ได้เวลานำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) (ระยะทาง 61 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (Amstel) ซึ่งได้ชื่อว่ามีลำคลองลดเลี้ยวไปรอบเมืองถึง 165 คลองด้วยกัน เมืองนี้เริ่มก่อตั้งประมาณคริสตศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์

นำท่าน ล่องเรือกระจก ชมชีวิตความเป็นอยู่ชาวดัชต์ ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีเอกลักษณ์พิเศษจะเป็นอาคารทรงแคบ ที่มีตะขออยู่ชั้นบนสุดของตัวอาคารเอาไว้ขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ระหว่างเส้นทางล่องเรือ ผ่านบ้านเรือนที่อยู่ ริมคลองที่มีอยู่มากถึง 2,500 หลัง

จากนั้นนำท่านเข้าชม โรงงานเจียระไนเพชรและอัญมณี อุตสาหกรรมจากวิทยากรผู้ชำนาญตลอดจนขั้นตอนการเจียระไนเพชรให้เป็นอัญมณีที่มีค่าสุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก CORENDON VILLAGE HOTEL  / หรือ RAMADA APOLLO **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 7อัมสเตอร์ดัม - สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ
เช้า  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ (Keukenhof) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  อิสระให้ท่านเดินชมสวนดอกไม้ตามอัธยาศัย

สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของฮอลแลนด์ เดิมเป็นสวนสาธารณะมาก่อน ต่อมาสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ใช้สวนแห่งนี้ส่งเสริมการปลูกไม้หัวพันธุ์ใหม่ ๆ โดยแบ่งที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตไม้หัวเป็นผู้ปลูกและเข้าบำรุงรักษา ซึ่งก็ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นทุกปี ผู้ซื้อทิวลิปจากทั่วโลกจะมาชมและคัดเลือกทิวลิปที่ต้องการจากแปลงสาธิต ในสวนเคอเคนฮอฟแห่งนี้ นับเป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี รวมทั้งไม้หัวอื่น ๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล หรือนาซิสซัส ไฮยาซินธ์ ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีทางเดินร่มรื่น บางตอนก็มีงานประติมากรรมประดับสวนอยู่เป็นระยะ มีสระน้ำและน้ำพุ มีศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมาย มีการจัดสวนตัวอย่าง การวางแผนจัดปลูกไม้ดอกไม้ใบ รวมทั้งคอฟฟี่ช็อปและร้านขายอาหาร เปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
14.00 น. นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินอัมสเตอร์ดัม (AMS) เพื่อเตรียมตัวกลับสู่กรุงเทพฯ มีเวลาให้ท่านได้ทำคืนภาษีและเลือกซื้อสินค้าต่างๆมากมายจากร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
17.50 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ KL875 (บินตรง) สายการบิน บริการอาหารค่ำและอาหารเช้า
วันที่ 8กรุงเทพมหานคร
09.50 น เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ69,900 บาท
เด็กอายุ 04-11 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ 2 ท่าน (มีเตียง) ราคาท่านละ67,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ65,900 บาท
ทารก (ไม่เกิน 2 ขวบ) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน16,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ13,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ69,900 บาท
เด็กอายุ 04-11 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ 2 ท่าน (มีเตียง) ราคาท่านละ67,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ65,900 บาท
ทารก (ไม่เกิน 2 ขวบ) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน16,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ13,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ69,900 บาท
เด็กอายุ 04-11 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ 2 ท่าน (มีเตียง) ราคาท่านละ67,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ65,900 บาท
ทารก (ไม่เกิน 2 ขวบ) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน16,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ13,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ69,900 บาท
เด็กอายุ 04-11 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน หรือ 2 ท่าน (มีเตียง) ราคาท่านละ67,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ65,900 บาท
ทารก (ไม่เกิน 2 ขวบ) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน16,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ13,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่านเปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลดท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก. (AF/KL), กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. 
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน AF/KL (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน,ค่าภาษีน้ำมัน,ค่าประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปพนักงานขับรถ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 7 วัน เท่ากับ 14 ยูโร)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 16 ยูโร)
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋า ซึ่งท่านต้องดูแลกระเป๋าของท่านเอง
  • ค่าวีซ่าเชงเก้น (ประมาณ 3,500 บาท)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 35,000 บาท/ท่าน ภายใน 2 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปออกเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้า)  (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 60 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน หักค่ามัดจำ 35,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)  (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 44-59 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน หักค่ามัดจำ 35,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น  (ถ้ามี) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 20-43 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์  (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 4-19วัน)
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100%

หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณีไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง(หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 20 ท่าน ราคาทัวร์ เพิ่มท่านละ 4,000 บาท)
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการโดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบินการนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืนในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมืองและจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมายหรือการหลบหนีเข้าเมือง
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบหากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาเล่มสีเลือดหมู
  • ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับและที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2560) **

การเตรียมเอกสาร กรุณาอ่านให้เข้าใจ และเตรียมให้ครบ
  1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรงปัจจุบัน พื้นฉากหลังรูปต้องมีสีขาวเท่านั้น รูปจะต้องเป็นภาพที่คมชัด ห้ามสวมแว่นสายตาห้ามมีเงา ห้ามถ่ายรูปและตกแต่งภาพจากคอมพิวเตอร์ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 3.5 x 4 ซ.ม จำนวน 2 รูป 
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
  5. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง.....หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
  6. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง.....ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
  7. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา)
  8. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    - เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
    - เด็ก เดินทางกับบิดามารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่ามารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา)
    - เด็ก เดินทางกับมารดาบิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)
  9. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษจดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)
    - กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
    - กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
    - กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้างเงินเดือน
    - กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน
    - กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
    - กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา
    10. หลักฐานการเงิน : (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้ทั้ง Bank guarantee และ สำเนาบัญชี เล่มเดียวกัน) EHC-LX- 8D-GRDSW2018
    - สเตทเมนท์ ( Bank Statement ) ของบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่จะยื่นวีซ่า มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน พร้อมประทับตราจากธนาคาร
    - บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบบัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย หากต้องการใช้บัญชีฝากประจำต้องเตรียมดังนี้ 
    - สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน
    *** ข้อ 1 และ ข้อ 2 ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เล่มเดียวกันเท่านั้น ****

หมายเหตุ

  • หากสมุดบัญชีแสดงยอดรวมที่มีการกระโดดข้ามเดือน (ยอดไม่ต่อเนื่อง) เช่นจากเดือน 1 ข้ามไปเป็นยอดของ เดือน 3 (เดือน 2 ไม่มี) ท่านต้องไปขอ Bank statement จากทางธนาคารแทนการถ่ายสำเนาสมุดบัญชี
    • บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบบัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย
      หากต้องการใช้บัญชีฝากประจำ ต้องเตรียมดังนี้
    • หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank guarantee) ของบัญชีฝากประจำ (Fixed account)
      ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
    • สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน

หมายเหตุ

  • หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
    • หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร(ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย)
    • กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
  • กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
    • จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    • หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2

(สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy