ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE597 : ทัวร์ยุโรป เนเธอร์แลนด์ เทศกาลดอกไม้เคอเคนฮอฟ 8 วัน 5 คืน (TG)

DE597 : ทัวร์ยุโรป เนเธอร์แลนด์ เทศกาลดอกไม้เคอเคนฮอฟ 8 วัน 5 คืน (TG)

HOLIDAY INN LILLE OUEST ENGLOS
HOLIDAY INN PORTE DE CLICHY
HUSA PRESIDENT PARK
MERCURE AMSTERDAM

8 วัน เทศกาลดอกไม้ เคอร์เคนฮอฟ
ฝรั่งเศส - เบลเยียม - เนเธอร์แลนด์
***โปรโมชั่นพิเศษ...สายการบินไทย (TG) ***
บินตรงสู่ปารีส – บินตรงออกจากบรัสเซลส์
(ไม่รวมค่าวีซ่าเชงเก้น แต่รวมทิปทุกอย่างแล้ว)

ปารีส – อามีแย็งส์ – อาราส – ลีลล์ – แอนท์เวิร์ป – รอตเทอร์ดาม 
อัมสเตอร์ดัม – สวนดอกไม้เคอร์เคนฮอฟ – เดอะเฮก – เกนท์ – บรูจส์ – บรัสเซลส์

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
21.00 น.คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน D (แถว D) ประตูทางเข้าที่ 1- 4 อาคารผู้โดยสาร สายการบินไทยสนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่ 2ปารีส 
00.05 น.ออกเดินทางสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG930 (ใช้เวลาบินประมาณ 11.50 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์และจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง ทั้งนี้สายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำ และอาหารเช้า บนเครื่องบิน
07.05 น.

เดินทางถึง สนามบินชาลส์เดอโกว์ (CDG) นครปารีส ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (LOUVRE MUSEUM) อดีตพระราชวังหลวงแห่งฝรั่งเศส เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้านหน้ามีปิระมิดแก้วช่วยกระจายแสงไปยังสนามที่รายล้อมอยู่รอบด้านกับห้องที่อยู่เบื้องล่าง และทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าของพิพิธภัณฑ์ เดิมที่นี่เป็นพระราชวังยุคศตวรรษที่ 13 และเป็นที่ประทับของกษัตริย์มาจนถึงในปี ค.ศ.1793 จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมสิ่งมีค่าหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะภาพเขียนผลงานชั้นยอดประมาณ 6,000 ภาพ นับได้ว่ามากที่สุดในโลก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่บริเวณ จตุรัสทรอคาเดโร ซึ่งเป็นจุดชม หอไอเฟล ที่สวยที่สุด สัญลักษณ์ของนครหลวงปารีส หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย อิสระให้ท่านเก็บภาพประทับใจกับหอไอเฟลตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารนอร์เทอร์ดาม (Notre Dame Cathedral) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอายุกว่า 800 ปี ตั้งอยู่บนเกาะอิลเดอลาซิเต้ ซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำแซนต์ สร้างขึ้นในราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11 ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ของฝรั่งเศส เป็นมหาวิหารเด่นกลางแม่น้ำแซนต์ภายในวิหารหลังใหญ่ประดับด้วยความสวยงามของกระจกสี บ่งบอกเรื่องราวของพระคริสต์การแสวงหาและการต่อสู้เพื่อการไถ่บาปให้แก่มวลมนุษย์ อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัย

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย 

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอมฟราโกนาร์ด (Musee du Fragonard) ซึ่งภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาของขั้นตอนการผลิตน้ำหอมตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ จนกระทั่งแบบยุคสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 20 โรงงานผลิตน้ำหอมฟราโกนาร์ด ปัจจุบันตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 จากนั้นอิสระให้ท่านเลือกซื้อน้ำหอมชื่อดังของฝรั่งเศสเป็นของฝากตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านสู่ย่าน ถนนแฟชั่นชั้นนำของปารีส ถนนชองป์ส เอลิเซ่ส์ (Champs Elysee) ย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม และปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ถนนสายนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก (The most beautiful avenue in the world) ท่านสามารถเดินตามเส้นทางถนนสายนี้ไปสู่ประตูชัยนโปเลียนซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก HOLIDAY INN PORTE DE CLICHY / MERCURE VELIZY  หรือเทียบเท่า
วันที่ 3อามีแย็งส์ - อาราส - ลีลล์ 
เช้า 

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอามีแย็งส์ (Amiens) (ระยะทาง 144 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ช.ม.) เมืองหลวงของแคว้นปีการ์ดี ดินแดนแห่งชนเผ่าฟร็องก์ ชนเผ่าที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศสโบราณนั่นเอง และยังเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยศิลปะต่างๆ รวมไปถึงมหาวิหารโกธิคที่งดงามมากแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารโนเทรอดามแห่งอามีแย็ง หรือที่เรียกกันว่า มหาวิหาร อามีแย็งส์ (Amiens Cathedral) มหาวิหารที่สร้างในสไตล์โกธิคแบบคลาสสิค ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ภายใน มหาวิหารได้รับการตกแต่งอย่างอลังการ ตื่นตาไปกับความกลมกลืนของผังอาคาร ความงามของรูปด้านภายในที่ทำเป็น ๓ ชั้น และความงามพิเศษของประติมากรรมบนผนังด้านหน้าอาคารและปีกทิศใต้ นอกจากนี้ยังมีหอระฆังที่ตกแต่งด้วยประติมากรรมหินแกะสลักอย่างงดงาม มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1981

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอาราส (Arras) (ระยะทาง 62 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส มีประชากรไม่ถึงแสนคน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านแวะชม จตุรัสฮีโร่ (Places des Heroes) จัตุรัสใจกลางเมืองเนื้อที่กว่า 17,000 ตารางเมตร ซึ่งในอดีตสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการตั้งตลาดค้าขายประจำเมือง จากนั้นแวะถ่ายรูปกับ หอระฆังแห่งอาราส (Le Beffroi d’ Arras)  หอระฆังสไตล์โกธิค สร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 15 อยู่บริเวณด้านหลังของศาลาเมืองหรือ City Hall ตัวหอระฆังมีความสูงทั้งสิ้นราว 75 เมตร ถูกขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานประจำชาติเบลเยี่ยม และยังได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมื่อปี ค.ศ.2005

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลีลล์ (Lille) (ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองที่อยู่ใกล้พรมแดนระหว่างประเทศเบลเยี่ยมและประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศฝรั่งเศส รองจากปารีส, ลียง, และมาร์กเซย์

นำท่านชม จตุรัสกรองด์ปลาซ (Grand Place of Lille) อีกหนึ่งย่านเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของเมืองนี้

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งลีลล์ (Palais des Beaux Arts) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศส และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งด้วย โดยสร้างขึ้นสมัยนโปเลียนที่ 1 ช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่อเก็บสะสมงานศิลปะอันล้ำค่าจากโบสถ์ต่างๆในฝรั่งเศสในช่วงกลียุคเพื่อป้องกันการเสียหายของงานศิลปะเหล่านั้น

จากนั้นนำท่านผ่านชมความงานภายนอกของ โบสถ์แซงต์มอริสแห่งลีลล์ (Eglise Saint Maurice) โบสถ์ร่วมสมัยกลางใจกลางเมืองลีลล์ที่ใช้เวลาก่อสร้างร่วม 500 ปี นับแต่ศตวรรษที่ 14 จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ.1914

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก HOLIDAY INN LILLE OUEST ENGLOS หรือเทียบเท่า
วันที่ 4แอนท์เวิร์ป - รอตเทอร์ดาม -  อัมสเตอร์ดัม 
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) (ระยะทาง 128 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.)

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์พระแม่ (Cathedral of Our Lady) เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นในแบบโกธิค ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1352-1521 เนื้อที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ที่ถือได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปยุคสมัยนั้น นอกจากนี้ หอระฆังของโบสถ์พระแม่แห่งแอนต์เวิร์ป ยังถูกบรรจุเป็น 1 ใน 56 หอระฆังที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO WORLD HERITAGE) โดยหอฆังของโบสถ์ในประเทศเบลเยี่ยมติดโผในลิสกว่า 33 แห่งเลยทีเดียว

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองรอตเทอร์ดาม (Rotterdam) (ระยะทาง 103 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ช.ม.)  เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมาส นับเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีความยาวของพื้นที่เทียบท่าเรือยาวถึง 40 กิโลเมตร รอตเทอร์ดามมีลักษณะต่างจากเมืองอื่นๆในเนเธอร์แลนด์คือเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมยุคใหม่ และในปี ค.ศ. 2007 ได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็น "เมืองแห่งสถาปัตยกรรม"

นำท่านเข้าชม บ้านลูกเต๋า ไคก์คูมูส (Kijk Kubus The Cubic Houses) กลุ่มอาคารเหลืองขาวทรงลูกเต๋า  39 หลัง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบสาขาประหยัดพลังงานโดยสถาปนิกนาม Piet Bloem 

แวะถ่ายรูปกับ สะพานขาว อีราสมูส (Erasmus Bridge) และสะพานแดง วิลเลมส์บรูก์ (Willems Bridge) สองในสามสะพานซึ่งเชื่อมเมืองสองฝั่งที่ถูกคั่นกลางด้วยแม่น้ำมาสเข้าด้วยกัน แวะถ่ายรูปกับ  ศาลาว่าการประจำเมืองรอตเทอร์ดาม (City Hall of Rotterdam) อาคารซึ่งรอดพ้นจากการโดนถล่มเมืองโดยกองทัพของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ได้เวลานำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) (ระยะทาง 79 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (Amstel) ซึ่งได้ชื่อว่ามีลำคลองลดเลี้ยวไปรอบเมืองถึง 165 คลองด้วยกัน เมืองนี้เริ่มก่อตั้งประมาณคริสตศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
ที่พัก MERCURE AMSTERDAM / or HAARLEM, VAN DER VALK หรือเทียบเท่า
วันที่ 5อัมสเตอร์ดัม - สวนดอกไม้เคอร์เคนฮอฟ - เดอะเฮก - บรัสเซลส์
เช้า 

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่าน ล่องเรือกระจก ชมชีวิตความเป็นอยู่ชาวดัตช์ ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มีเอกลักษณ์พิเศษจะเป็นอาคารทรงแคบ ที่มีตะขออยู่ชั้นบนสุดของตัวอาคารเอาไว้ขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน ระหว่างเส้นทางล่องเรือ ผ่านบ้านเรือนที่อยู่ ริมคลองที่มีอยู่มากถึง 2,500 หลัง

จากนั้นนำท่านเข้าชม โรงงานเจียระไนเพชรและอัญมณี อุตสาหกรรมจากวิทยากรผู้ชำนาญตลอดจนขั้นตอนการเจียระไนเพชรให้เป็นอัญมณีที่มีค่าสุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของ จัตุรัสแดม (Dam Square) เขตย่านใจกลางเมือง เป็นลานกว้างขนาดใหญ่ ที่มีสถานที่สำคัญๆ ตั้งอยู่มากมาย อย่างมุมหนึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ใหม่ ที่สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 14 และผ่านการบูรณะซ่อมแซม ปรับปรุงจนถึงสร้างใหม่หลายต่อหลายจนมีความสวยงามน่าชมเป็นอย่างยิ่ง

นำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพ เป็นรูปทรงกรวยสีขาวสูงประมาณ 70 ฟุต สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1956 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝั่งตรงข้ามกับอนุสาวรีย์ยังมีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามและสำคัญคือ พระราชวังหลวง (Koninklijk Plaeis) หรือ วังหลวง ที่ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1655 มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ว่าการอำเภอ สร้างโดยสถาปนิกที่ชื่อ ยาคอบ ฟาน กัมเปน ตรงหน้าจั่วของตึกแห่งนี้มีรูปปูนปั้นที่สวยงาม เป็นรูปเทพีแห่งทะเล และสัตว์ในเทพนิยายกรีก ต่อมาในปี ค.ศ. 1801 หลังจากที่เนเธอร์แลนด์ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นที่ประทับของพระเจ้าหลุยส์ โบนาปาร์ต น้องชายนโปเลียน โบนาปาร์ต จนถึงปี ค.ศ. 1810 เมื่อฝรั่งเศสหมดอำนาจลงก็ยังคงใช้เป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์เนเธอร์แลนด์ และในปี ค.ศ.1967 สมเด็จพระราชินีนาถจุเลียนาได้ทรงย้ายไปประทับอยู่ที่เมืองเฮกจึงมีการซ่อมแซมพระราชวังแห่งนี้ 

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ สวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ (Keukenhof) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญยิ่งของฮอลแลนด์ เดิมเป็นสวนสาธารณะมาก่อน ต่อมาสมาคมผู้ส่งเสริมการปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ใช้สวนแห่งนี้ส่งเสริมการปลูกไม้หัวพันธุ์ใหม่ๆ โดยแบ่งที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตไม้หัวเป็นผู้ปลูกและเข้าบำรุงรักษา ซึ่งก็ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นทุกปี ผู้ซื้อทิวลิปจากทั่วโลกจะมาชมและคัดเลือกทิวลิปที่ต้องการจากแปลงสาธิต ในสวนเคอเคนฮอฟแห่งนี้ นับเป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี รวมทั้งไม้หัวอื่นๆ เช่น ลิลลี่ แดฟโฟดิล หรือนาซิสซัส ไฮยาซินธ์ ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีทางเดินร่มรื่น บางตอนก็มีงานประติมากรรมประดับสวนอยู่เป็นระยะ มีสระน้ำและน้ำพุ มีศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมาย มีการจัดสวนตัวอย่าง การวางแผนจัดปลูกไม้ดอกไม้ใบ รวมทั้งคอฟฟี่ช็อปและร้านขายอาหาร เปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี อิสระให้ท่านเดินชมสวนดอกไม้ตามอัธยาศัย 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเดอะเฮก (The Hague) (ระยะทาง 32 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากกรุงอัมสเตอร์ดัมและรอตเทอร์ดาม ปัจจุบันกรุงเฮกเป็นที่ตั้งของรัฐบาลดัตช์  อาคารรัฐสภา ศาลฎีกา และ สภาแห่งรัฐ รวมไปถึงเป็นเมืองที่ประทับของพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและการพิมพ์ เป็นที่ตั้งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ ศาลโลก หรือ พระราชวังแห่งสันติภาพ (Peace Palace) ที่ประดิษฐานกฎหมายระหว่างประเทศ (Seat of International Law) เป็นที่ตั้งกองบัญชาการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร เนติบัณฑิตยสถานระหว่างประเทศแห่งกรุงเฮก และหอสมุดแห่งวังสันติที่ล้ำค่า นอกจากเป็นที่ตั้งสถาบันดังกล่าวแล้ว ที่วังสันติยังมักจัดเทศกาลพิเศษเกี่ยวกับนโยบายระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองบรัสเซลส์ (Brussel) (ระยะทาง 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ช.ม.)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
ที่พัก HUSA PRESIDENT PARK  หรือเทียบเท่า
วันที่ 6บรัสเซลส์ - เกนท์ - บรูจส์
เช้า 

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนท์ (Ghent) (ระยะทาง 56 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดในฟลานเดอร์สตะวันออก ในบริเวณเฟล็มมิชในเบลเยี่ยม  เดิมตัวเมืองเริ่มจากการตั้งถิ่นฐานที่ปากแม่น้ำเชลดท์และแม่น้ำลิส ในยุคกลาง เกนท์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในตอนเหนือของยุโรป 

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อาคารบ้านเรือนสีสันหลากหลาย ที่รายล้อมรอบจัตุรัสใจกลางเมือง นำท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง และกลุ่มอาคารบ้านเรือนที่สร้างเรียบริมคลอง บ่งบอกถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองเกนท์

นำท่านเข้าชม ความงามของมหาวิหารเซนต์ บราโว (St. Bravo Cathedral) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส ที่ 5 เป็นศิลปะแบบโกธิค ภายในมหาวิหารประดับประดาด้วยกระจกสีและแท่นบูชารวมไปถึงงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่มีค่าหลายชิ้น ทั้งผลงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาโรค และธรรมาสน์หรือแท่นสำหรับเทศนาสั่งสอนของนักบวช ศิลปะแบบร็อกโคโค่ งดงามมาก

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ สะพานเซนต์ มิเชล (St. Michael’s bridge) ตรงนี้จะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำ 2 สาย คือ แม่น้ำเชลดท์ และแม่น้ำลิส ที่ซึ่งชาวเกนท์ตั้งถิ่นฐานเมื่อกว่าพันปีก่อน อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (Bruges) (ระยะทาง 47 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) เมืองที่ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000 เมืองบรูจจ์เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่โด่งดังเมืองหนึ่งของประเทศเบลเยี่ยม เมืองนี้ถูกล้อมรอบด้วยคูเมืองถึงสองชั้น ซึ่งเป็นการป้องกันข้าศึกศัตรูในสมัยก่อน ปัจจุบันบ้านเรือน, อาคาร, และโบสถ์ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเดิมคือสถาปัตยกรรมเฟลมมิชและเรเนซองส์ที่ดูวิจิตรสวยงามดุจดั่งมนต์ขลังตึกรามบ้านช่องดูเป็นระเบียบ ถนนหนทางก็ดูสะอาดตา

นำท่านเดินชม จัตุรัสใจกลางเมือง (Burg Square) หอระฆังเก่าแก่ ที่มีประวัติอันยาวนาน และมีประติมากรรมที่งดงาม อิสระให้ท่านเก็บภาพเมืองที่มีสีสันและความสวยงามตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเข้าชม The Basilica of the Holy Blood ซึ่งเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบรูจส์ นำท่านเข้าชมความสวยงามและความเก่าแก่ของโบสถ์

ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงบรัสเซลส์ (ระยะทาง 96 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) จากนั้นนำท่านเข้าสู่ จตุรัสกรองด์ปลาซ (Grand Place of Brussels) ถือเป็นหัวใจสำคัญของเมืองบรัสเซลส์ (Brussels) ซึ่งชาวเบลเยี่ยมยกย่องให้ว่าเป็น จตุรัสที่งดงามที่สุดในโลก เป็นกลุ่มอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาโรก โกธิค นีโอ-โกธิค และเป็นสถานที่ซึ่งองค์กรยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1983

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ แมนเนคิน พิส (Manneken Pis) หรือ หนูน้อยยืนฉี่ คือ น้ำพุเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมตึกร้านขายช็อกโกแลต มีรูปปั้นทองแดงของเด็กผู้ชายกำลังยืนฉี่ พ่นเป็นสายน้ำพุออกมา หน้าตาสบายอกสบายใจ ตำนานมีอยู่ว่า เมื่อครั้งที่กรุงบรัสเซลส์ยังตกอยู่ในการทำสงคราม และถูกฝ่ายตรงข้ามแอบนำระเบิดมาวางไว้ที่กำแพงเมือง เพื่อการโจมตี แต่มีเด็กน้อยนามว่า จูเลียนสกี (Julianske) ไปพบสายชนวนระเบิดที่กำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดทำให้สามารถป้องกันเมืองบรัสเซลส์ทั้งเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงแกะสลักรูปปั้นไว้เพื่อเป็นตัวแทนในการยกย่องและระลึกถึงความกล้าหาญ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัยหรือจะเลือกซื้อชอคโกเลตอันเลื่องชื่อแห่งบรัสเซลส์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก HUSA PRESIDENT PARK หรือเทียบเท่า
วันที่ 7บรัสเซลส์
เช้า 

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารพระหฤทัยแห่งกรุงบรัสเซลส์ (Basilica of Sacred Heart, Brussels) มหาวิหารโรมันคาธอลิค ที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างจากมหาวิหารซาเครเกอร์แห่งมหานครปารีส เป็นหนึ่งในสิบโบสถ์โรมันคาธิคที่มีเนื้อที่โบสถ์ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถจุผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาได้ถึง 3,500 คน

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ อะตอมเมี่ยม (Atomium) หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงบรัสเซลส์ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยี่ยมชม เป็นสถาปัตยกรรมรูปทรงอะตอมสูง 102 เมตร ก่อสร้างในรูปทรงที่เป็นโมเลกุลเหล็กใสจากงานยูนิเวอร์แซล เอ็กซิบิชั่น ในปี ค.ศ.1958 

10.45 น. นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินบรัสเซลส์ (BRU) เพื่อเตรียมตัวกลับสู่ กรุงเทพฯ มีเวลาให้ท่านได้ทำคืนภาษีและเลือกซื้อสินค้าต่างๆมากมายจากร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.30 น.

ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG935 (บินตรง)

สายการบินบริการอาหารสองมื้อระหว่างเที่ยวบินกลับสู่ กรุงเทพฯ

วันที่ 8กรุงเทพมหานคร
05.35 น.เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

เงื่อนไขในการจอง

(ร้านค้าในยุโรปส่วนใหญ่จะปิดทำการในวันอาทิตย์, ขอสงวนสิทธิ์การย้ายเมืองที่เข้าพัก เช่น กรณีที่เมืองนั้นมีการจัดงาน TRADE FAIR ฯลฯ

ไปเข้าพักเมืองที่ใกล้เคียงแทน และ โปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม)

 
  1. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล,การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน รวมถึงกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง รวมทั้งในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง
  2. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  4. กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทาง โดยทางบริษัทฯ  จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง
  5. เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว
ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นโปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศและเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ
  1.  ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อจะต้องไม่เกินจำนวนวันและอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
    ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท 
    ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
    ** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** 
    -    เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
    -    เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] 
    **ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี ** 
            [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
  8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง(ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
  9. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศเชงเก้น
  10. ค่าทิปพนักงานขับรถตลอดรายการเดินทาง
  11. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิเช่นค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทางเป็นต้น
  3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  4. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย(โดยมาตรฐาน 3 ยูโร ต่อคน ต่อวัน: 6 x 3 = 18 ยูโร หรือประมาณ 600 บาท)
  5. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท ภายใน 36 ชั่วโมงหลังการจอง โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า ภายใน   3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
  3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
  4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่นรายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
  6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
ทางบริษัทขอเก็บค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 20 วันก่อนการเดินทางหากท่านไม่ผ่านการอนุมัติวีซ่าหรือยกเลิกการเดินทางโดยเหตุจำเป็น
ทางบริษัทขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  1. ทางสถานทูตมีการแจ้งเงื่อนไขการเตรียมเอกสารในการขอยื่นวีซ่า ดังนั้นควรเตรียมเอกสารตามที่สถานทูตแจ้งเงื่อนไขมา หากท่านเตรียมเอกสารไม่ครบหรือปลอมแปลงเอกสาร จนทำให้ไม่สามารถยื่นวีซ่าได้หรือถูกปฏิเสธการอนุมัติวีซ่า ทางบริษัทสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมด
  2. การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บ  หากท่านโดนปฏิเสธการขออนุมัติวีซ่า ทางสถานทูตไม่คืนอัตราค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่า และมีสิทธิ์ไม่แจ้งสาเหตุการปฏิเสธวีซ่า
  1. ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว  หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วย สาเหตุใด ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 –   5,000 บาท  แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
  2. หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บ  ค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง  และรอ Refund จากทางสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
  3. นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู้ที่จะนั่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบิน   กำหนด เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เครื่องบินมีปัญหา เช่น   สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้ (น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม) ไม่ใช่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและร่างกาย    และอำนาจในการให้ที่นั่ง Long leg ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่เช็คอินสายการบิน ตอนเวลาที่เช็คอินเท่านั้น
  1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง   คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท 
  3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
  4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง   ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (30 ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน 
  6. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ 
  7. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) / ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน 
  8. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ  ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด   
  9. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
 
  1. เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) ,ห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักต่างประเภทอาจจะไม่ติดกัน หรือ อยู่คนละชั้นกัน และบางโรงแรมอาจจะไม่มีห้องพักแบบ 3 ท่าน ซึ่งถ้าเข้าพัก 3 ท่าน อาจจะได้เป็น 1 เตียงใหญ่กับ 1 เตียงพับเสริม หรือ อาจมีความจำเป็นต้องแยกห้องพักเนื่องจากโรงแรมนั้นไม่สามารถจัดหาได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมในกรณีที่อาจมีการแยกห้องพัก
  2. โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่อาจจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ 
  3. กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็ม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  4. โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะเป็น Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัต และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆ และห้องแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกัน
 

*** ยื่นวีซ่าเดี่ยวแสดงตนที่ VFS Global (เทรนดี้ ชั้น 8) ***
ใช้เวลาทำการอนุมัติวีซ่านับจากวันยื่นประมาณ 15 วันทำการ
เอกสารกรุณาเตรียม 2 ชุด ยกเว้น เอกสารที่ออกจากทางราชการและทางธนาคารขอเป็นตัวจริง 1 ชุด และสำเนา 1 ชุด
ในวันยื่นวีซ่าหนังสือเดินทางต้องนำส่งเข้าสถานทูต และระหว่างรอผลการอนุมัติวีซ่า ไม่สามารถดึงหนังสือเดินทางออกมาได้

1.    หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ  และหนังสือเดินทางจะต้องไม่ชำรุด(หนังสือเดินทางเล่มเก่า ควรนำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย)  
2.    รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (พื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไม่เกิน 6 เดือนห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ รูปไม่เลอะหมึก)
3.    หลักฐานการเงิน กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง

3.1 กรณีผู้เดินทาง ออกค่าใช้จ่ายเอง สำเนาสมุดเงินฝาก ออมทรัพย์ ส่วนตัวของผู้เดินทาง ถ่ายสำเนา ย้อนหลัง 6 เดือน รบกวนลูกค้าทำรายการเดินบัญชี โดยการ ฝากหรือถอน ก่อน แล้วค่อยปรับยอดเงินในบัญชี อัพเดทไม่เกิน 15 วัน ก่อนวันยื่นวีซ่า  และบัญชีต้องมีครบทุกเดือน  ในกรณีที่มีไม่ครบ 6 เดือน ให้ขอเป็น STATEMENT พร้อมทำจดหมายชี้แจง        
3.2 กรณีเปลี่ยนบัญชีเป็นเล่มใหม่ ให้ท่านถ่ายสำเนาสมุดบัญชีมาทั้งสองเล่ม (ทั้งเล่มเก่า –เล่มใหม่)
3.3กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง 

 3.3.1. ต้องทำเป็นหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Sponsor Letter) ระบุชื่อเจ้าของบัญชี   (ผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต และบุคคลที่เจ้าของบัญชีออกค่าใช้จ่ายให้ (ผู้เดินทาง) ต้องสะกดชื่อ – สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต โดยจะต้องระบุความสัมพันธ์มาโดยชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ฉบับภาษาอังกฤษ 
3.3.2. สำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้
3.3.3. สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน หรือ Bank Statement ในข้อ 3.1
**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันและบัญชีฝากประจำ** 

 4.    หลักฐานการทำงาน  

-    เจ้าของกิจการ หนังสือรับรองการจดทะเบียน(DBD)ที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน อายุไม่เกิน 3 เดือน หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า(พค.0403)
-    กิจการไม่จดทะเบียน จดหมายชี้แจงการทำงาน พร้อมเอกสารประกอบ เช่น รูปถ่ายร้าน สัญญาเช่าที่ โฉนดที่ดิน เป็นต้น
-    เป็นพนักงาน    หนังสือรับรองการทำงาน จากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน 
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ต ใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)
-    นักเรียนหรือนักศึกษา ใช้หนังสือรับรองการเรียนที่ออกจากสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ 
(ขอเป็นภาษาอังกฤษมีอายุ 1 เดือน ชื่อ-สกุลต้องตรงตามหน้าพาสปอร์ตใช้คำว่า “TO WHOM IT MAY CONCERN” แทนชื่อสถานทูตที่ยื่น)

5.    เอกสารส่วนตัว

-    สำเนาทะเบียนบ้าน
-    บัตรประชาชน
-    สูติบัตร(กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี)
-    ทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า/มรณะบัตร(ถ้ามี)
-    ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน) 

6. กรณีเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมบิดา มารดา 

-    หากเด็กเดินทางไปกับบิดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากมารดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยมารดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับบิดา) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
-    หากเด็กเดินทางกับมารดา จะต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา จากอำเภอต้นสังกัด (โดยบิดาจะต้องคัดหนังสือยินยอมระบุให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดา) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
-     หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา ทั้งบิดาและมารดาจะต้องคัดหนังสือระบุยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร มีความสัมพันธ์เป็นอะไรกันกับเด็ก จากอำเภอต้นสังกัด พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดา
-    กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว
***กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า พร้อมเดินทางมาสัมภาษณ์กับบุตรที่สถานทูตด้วย ทั้งสองท่าน

7. ท่านไม่จำเป็นต้องเซ็น รับรองสำเนาถูกต้อง ให้ท่านเซ็นเฉพาะ แบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าเท่านั้น
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม


Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy