ทัวร์ยุโรป แกรนด์โปแลนด์ 2561/2018 เที่ยวยุโรป

ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE643 : โปรแกรมทัวร์ยุโรป แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน 7 คืน (AY)

DE643 : โปรแกรมทัวร์ยุโรป แกรนด์โปแลนด์ 10 วัน 7 คืน (AY)

DOUBLE TREE BY HILTON WARSAW HOTEL
HOTEL RZESZOW
MERCURE GDANSK STARE MIASTO
NOVOTEL KRAKOW CITY WEST HOTEL
NOVOTEL POZNAN CENTRUM HOTEL

กดังส์ - มัลบอร์ก - โทรุน - พอซนัน - วรอตสวัฟ - คราคูฟ - เหมืองเกลือวิลลิกซ์กา  
ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ - เซสซอว์ - ลับบลิน - วอร์ซอว์ - พระราชวังลาเซียนกี้ - พระราชวังหลวง

(รวมทิปหัวหน้าทัวร์และคนขับรถแล้ว / ไม่รวมค่าวีซ่า)

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE643-00115-24 ก.ย. 61Finnair (AY)73,900เต็มแล้ว
DE643-00213-22 ต.ค. 61Finnair (AY)73,900เต็มแล้ว
DE643-00320-29 ต.ค. 61Finnair (AY)73,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก กรุงเทพมหานคร 
20.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน S (แถว S 15-19) ประตูทางเข้าที่ 8 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์ สายการบินฟินน์ แอร์ (AY)สนามบินสุวรรณภูมิ
23.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยเที่ยวบิน AY144 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.10 ชั่วโมง) สายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่เฮลซิงกิ
วันที่สอง เฮลซิงกิ -  กดังส์ - มัลบอร์ก (มรดกโลก)
05.20 น. เดินทางถึง สนามบินเฮลซิงกิ (HEL) แวะเปลี่ยนเครื่อง เที่ยวบิน AY1171 อิสระให้ท่านได้ช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
09.25 น. ออกเดินทางจาก สนามบินเฮลซิงกิ (HEL) สู่ สนามบินกดังส์ (GDN) บริการอาหารเช้าระหว่างเที่ยวบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชม.)
10.25 น. เดินทางถึง สนามบิน เมืองกดังส์ (GDN) ประเทศโปแลนด์ นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่ใจกลาง เมืองกดังส์ (Gdansk) เมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศโปแลนด์ และเป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญของประเทศ ตั้งอยู่ริมอ่าวกดังส์ ซึ่งอยู่ติดกับทะเลบอลติคทางตอนเหนือของภาคพื้นทวีปยุโรป เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างยุคกลางและสมัยใหม่ เนื่องจากมีการบูรณะเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บนรากฐานของสิ่งก่อสร้างเดิมที่ยังคงเหลืออยู่

นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์แม่รี่ (St.Mary Church) โบสถ์โรมันคาธิอลิคสไตล์บริกโกธิค ซึ่งพื้นฐานการก่อสร้างขึ้นจากอิฐแดงเมื่อช่วงปี ค.ศ.1379 ซึ่งตัวโบสถ์เองมีความจุถึง 190,000 คิวบิคเมตร และเป็นหนึ่งในสามโบสถ์อิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดเทียบเท่าโบสถ์ Frauenkirche แห่งนครมิวนิค และขนาดใหญ่เป็นรองเพียง มหาวิหารซานเปโตรนิโอ แห่งเมืองโบโบญญ่า (285,000 คิวบิคเมตร)

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายนำท่านเดินทางสู่ เมืองมัลบอร์ก (Malbork) (ระยะทาง 67 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เพื่อเข้าชม ปราสาทมัลบอร์ก (Malbork Castle)

ปราสาทมัลบอร์ก ปราสาทยุคกลางสไตล์โกธิค ที่สร้างขึ้นจากอิฐเช่นเดียวกันกับโบสถ์เซนต์แมรี่แห่งเมืองกดังส์ นับเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นด้วยอิฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหากนับจากอาณาเขตพื้นที่ตัวปราสาท ก่อสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยบัญชาของกลุ่มอัศวินแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจุดประสงค์เป็นป้อมปราการในการสงคราม ต่อมาถูกทำลายเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่ทางการโปแลนด์จะมีคำสั่งบูรณะให้กลับมามีสภาพดีดังเดิม ปราสาทมัลบอร์กเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานแห่งชาติของประเทศโปแลนด์ และเป็นหนึ่งในมรดกโลกยุคกลางที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์กรยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ.1997

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองกดังส์ (Gdansk) (ระยะทาง 67 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก MERCURE GDANSK STARE MIASTO หรือเทียบเท่า 
วันที่สาม โทรุน (เมืองมรดกโลก) - พอซนัน
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโทรุน (Toruń) (ระยะทาง 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) อดีตเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของอาณาจักรปรัสเซียยุคขยายอาณาเขตในช่วงกลวงศตวรรษที่ 13 จนถึงศตวรรษที่ 15 เพราะตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำวิสลา (Vistula River) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใหญ่และยาวที่สุด ในโปแลนด์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เมืองนี้มีการผสมผสานระว่างความสวยงามของทัศนียภาพทางธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมในยุคกลาง

นำท่านแวะชม ย่านเมืองเก่า (Old Town) ย่านที่มีความสวยงามที่ผสมผสาน ระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บ้านเรือนสมัยยุคกลางและทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำวิสลา จนได้รับการยกย่องจากองค์กร UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านประวัติศาสตร์ในปีค.ศ. 1997 และถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดของประเทศโปแลนด์จากนิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC POLSKA ในปีค.ศ. 2007

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านชมและถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมือง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 และเที่ยวชมย่าน Old Town Market 1 ใน 30 สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดในโลกนิตยสาร NATIONAL GEOGRAPHIC POLSKA ในปีเดียวกัน

นำท่านถ่ายรูปคู่กับ Cathedral St. John the Baptist and John the Evangelist สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศโปแลนด์ อีกทั้งยังเป็นโบสถ์ที่สำคัญ ของเมืองโทรุน เพราะเชื่อกันว่าระฆังที่นี่นั้นดังกังวานเสมือนดั่งเสียงระฆังจากเทพเจ้ามานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เลยทีเดียว

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปคู่กับ บ้านของนิโคลัส โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus’ house) นักดาราศาสตร์ ชื่อก้องโลกผู้สร้างโมเดลจักรวาลซึ่งให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้จนถึงปัจจุบัน

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพอซนัน (Poznan) (ระยะทาง 161 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)

เมืองพอซนัน เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-17 แต่เสื่อมโทรมลงเนื่องจากสงครามเกรตนอร์เทิร์น (ค.ศ. 1700-1721) และได้ตกเป็นของปรัสเซียในปี ค.ศ. 1793 เป็นส่วนหนึ่งของรัฐแกรนด์ดัชชีออฟวอร์ซอในช่วง ค.ศ. 1807-1815 จากนั้นเปลี่ยนเป็นของปรัสเซียและกลับมาเป็นของโปแลนด์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1918 ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอร์ตา เมืองพอซนันถือว่าเป็นศูนย์กลางสำคัญทางด้านการค้า อุตสาหกรรม การศึกษา และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของโปแลนด์ เป็นอันดับ 2 ต่อจากเมืองหลวงอย่างวอร์ซอร์ นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นหนึ่งในเมืองที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบท้องถิ่น 
ที่พัก  NOVOTEL POZNAN CENTRUM HOTEL หรือเทียบเท่า 
วันที่สี่จตุรัสใจกลางเมืองพอซนัน (เก่า) - วรอตสวัฟ - คราคูฟ (พักค้าง 2 คืน)
เช้ารับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินเล่นชม เมืองพอซนัน โดยเริ่มจาก จัตุรัสใจกลางเมืองเก่า (Old Town Square) จตุรัสเมืองเก่าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

จัตุรัสใจกลางเมืองเก่า เป็นจุดศูนย์รวมของเหล่าสถานที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ของเมืองพอซนัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาคารหลากสีสันจากศตวรรษที่ 16 ปราสาท ป้อมปราการ และ ศาลากลางจังหวัด  ซึ่งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางของเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในแบบโกธิค และถูกใช้งานมาจนถึงปี 1939 ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ แกรนด์เธียเตอร์ (GRAND THEATRE) โรงละครโอเปร่าที่ได้รับการออกแบบสไตล์นีโอคลาสสิคโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ชื่อ MAX LITTMANN ถูกเปิดใช้งานครั้งแรกในปี 1910

นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทอิมพีเรียล (IMPERIAL CASTLE) อีกหนึ่งปราสาทที่มีชื่อเสียงของเมืองพอซนาน โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1905 ในสไตล์นีโอโรมาเนสก์ ปัจจุบันปราสาทถูกใช้เป็นห้องฉายภาพยนตร์  หอศิลป์

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองวรอตสวัฟ (Wroclaw) (ระยะทาง 168 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง)

วรอตสวัฟ เมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world)

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย นำท่านแวะถ่ายรูปกับ มหาวิทยาลัยวรอตสวัฟ (University of Wroclaw) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมือง วรอตสวัฟ ซึ่งเคยผลิตบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง  10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันรองรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยกว่า 40,000 คน ในสมัยศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, ที่คุมขังเชลยสงครามปรัสเซีย

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ และโบสถ์ประจำเมือง อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปและเดินเล่นตามอัธยาศัย

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคราคูฟ (Krakow) (ระยะทาง 270 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง) ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของโปแลนด์เมื่อ 1,000 ปีก่อนและเป็นเมืองหลวงของโปแลนด์นานถึง 600 ปี ก่อนย้ายไปที่กรุงวอร์ซอว์ในปี ค.ศ. 1596 และในปี ค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศโปแลนด์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก  NOVOTEL KRAKOW CITY WEST HOTEL หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
วันที่ห้า ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ - เหมืองเกลือ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ (Auschwitz Birkenau) (ระยะทาง 68 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ ค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี ที่กลุ่มนาซีเยอรมันใช้เป็นที่ทำการในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ายแห่งนี้จัดเป็น 1 ใน 5 มรดกโลกในประเทศโปแลนด์ที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนไว้ พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันแห่งนี้สะท้อนความน่าสยดสยองและความทารุณโหดร้ายของสงคราม ซึ่งเริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี ค.ศ. 1939 ความต้องการหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จึงได้ดัดแปลงตามแบบของนาซีและเริ่มต้นใช้ปีค.ศ.1940 เป็นต้นมา ภายในพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของจริงของชาวยิวที่นาซีได้ยึดไว้, ห้องอาบน้ำ, ห้องที่นาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ชาวยิว ค่ายกักกันเอาสช์วิตช์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น “โรงงานสังหารมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของนาซี” หลังจากที่มีการประกาศความเป็นอิสรภาพให้กับค่ายแห่งนี้ มีเหยื่อที่รอดชีวิตจากความโหดร้ายของนาซีเพียง 60,000 กว่าคนจากชาวยิวนับล้านที่ถูกสังเวยชีวิตที่นี่

นำท่านเดินทางสู่ เหมืองเกลือวิลลิกซ์กา (ระยะทาง 81 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง)

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่นภายในเหมืองเกลือ

***หากห้องอาหารภายในเหมืองเกลือไม่สามารถรองรับคณะได้ บริษัทจะจัดร้านอาหารท้องถิ่นให้แทน ***

บ่าย นำท่านเข้าชมความมหัศจรรย์และความยิ่งใหญ่ของ เหมืองเกลือ (Wieliczka Royal Salt mine) ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เหมืองเกลือแห่งนี้เป็นมรดกโลกมาตั้งแต่ปีค.ศ.1978 ปัจจุบันหยุดดำเนินการทำเหมืองไปแล้ว และได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศโปแลนด์ โดยเหมืองแห่งนี้ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 13 นำท่านพิสูจน์ความอัศจรรย์ของเหมืองเกลือใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีเกลือโดยธรรมชาติมานานกว่า 20 ล้านปี เหมืองเกลือแห่งนี้มีการขุดลึกลงไปถึง 327 เมตร แบ่งออกเป็นชั้นใต้ดินต่างๆ ถึง 9 ชั้น ท่านจะทึ่งกับอีกหนึ่งความอัศจรรย์ภายในเหมืองเกลือที่มี ห้องโถงต่างๆ และ โบสถ์เซนต์กิงก้า (Chappel of St. Kinga) ซึ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีการประดับตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ที่ทำจากเกลือสองข้างสลักรูปนูนต่ำบนหินแร่เกลือ ตามแบบผลงานของศิลปินดัง ลีโอนาโด ดาวินชี นำท่านเดินทางลึกลงไปที่ชั้น 3 ในใจกลางของเหมืองที่มีทะเลสาบอยู่ภายในเหมืองแห่งนี้ นอกจากนี้ภายในเหมืองยังมีแกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด เมื่อชมความงามของเหมืองเกลือใต้พิภพจนทั่วแล้ว นำท่านกลับขึ้นด้านบนด้วยลิฟท์โดยสาร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก  NOVOTEL KRAKOW CITY WEST HOTEL หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
วันที่หก คราคูฟ - เซสซอว์ 
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเที่ยวชม เมืองคราคูฟ

เมืองคราคูฟ ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมากที่สุดเมืองหนึ่งเห็นได้จากอาคารบ้านเรือนที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมัยทั้ง โรมาเนสก์, โกธิค, เรอเนอซองส์, บาโรค และ ร็อคโคโค เริ่มจาก ตลาดนัดรีเน็ค โกลนี่ (Market Square) ซึ่งเป็นจตุรัสกลางเมืองอันเป็นดั่งหัวใจของการเที่ยวชมเมือง โดยจัตุรัสแห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยบรรยากาศของบ้านเมืองในยุคกลางมากที่สุด ตามถนนหนทางจะเรียงรายไปด้วยร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ, ผับ, ร้านอาหารต่างๆ และอาคารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในยุโรป ซูเคียนนีส (Sukiennice) ที่ซึ่งสามารถหาซื้อทุกอย่างได้ดังใจปรารถนา จตุรัสนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์แมรี (St. Mary Church) โบสถ์ชื่อดังของคราคูฟ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดดเด่นด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ภายในโบสถ์มีแท่นบูชาสูง 13 เมตร ถือเป็นแท่นบูชาที่ใหญ่ที่สุดในโลก รังสรรค์ขึ้นโดยศิลปินชาวนูเรมเบิร์ก ลวดลายแกะสลักเป็นตำนานในพระคัมภีร์ไบเบิล         

จากนั้นนำท่านเข้าชม ปราสาทวาเวล (Wawel Royal castle) สถาปัตยกรรมศิลปะแบบเรเนซองส์ที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรปซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังหลวง ที่ประทับของกษัตริย์โปแลนด์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 จนกระทั่งเมืองหลวงย้ายไปอยู่ที่วอร์ซอว์ นำท่านเข้าชมมหาวิหารวาเวล (Wawel Cathedral) มหาวิหารที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ทุกพระองค์   อีกทั้งยังเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์ ขุนนาง ผู้นำทางศาสนา ตลอดจนวีรบุรุษที่มีชื่อเสียง

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซสซอว์ (Rzeszow) (ระยะทาง 161 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชั่วโมง)

เมืองเซสซอว์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศโปแลนด์ และเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทัพเพื่อขยายอาณาจักรของตนในยุคกลาง อาทิเช่น อาณาจักรฮั่น และไบเซนไทน์ เป็นต้น ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาของประเทศโปแลนด์ นำท่านเดินเที่ยวชมย่านจตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบสถาปัตยกรรมสไตล์บารอคและเรเนซองก์

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมือง (City Hall) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 แบบสถาปัตยกรรมโกธิคและเรเนซองก์ปัจจุบันศาลาว่าการแห่งนี้ เป็นสัญลักษณ์และอนุสรณ์สถานที่มีชื่อเสียงอย่างมากของชาวเมืองเซสซอว์ และนักท่องเที่ยว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบท้องถิ่น
ที่พัก  HOTEL RZESZOW หรือเทียบเท่า 
วันที่เจ็ด ลับบลิน - ปราสาทลับบลิน - วอร์ซอว์ 
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลับบลิน (Lublin) (ระยะทาง 168 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)  เมืองที่ก่อตั้งสมัยศตวรรษที่ 6 และมีขนาดใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของประเทศโปแลนด์ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัวจนทำให้ได้รับเลือกเป็น 1 ในตัวเลือกให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปในปี 2016 นำท่านชมย่านเมืองเก่า (Lublin Old Town) เพื่อชมความคลาสสิคและงดงามของอาคารบ้านเรือนในย่านจตุรัสเมืองเก่าที่สร้างมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ Krakow Gate สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เพื่อเป็นประตูเข้าเมือง แต่ปัจจุบันนี้กำแพงเมืองนั้นได้ถูกทำลายลงไปแล้ว เหลือเพียงแต่ประตูที่ยังคงตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของย่านเมืองเก่า จากนั้นนำทุกท่านเข้าชมปราสาทลับบลิน (Lublin Castle) สร้างด้วยหินในศตวรรษที่ 12 โดย High Duke Casimir II เป็นปราสาทแบบสถาปัตยกรรมโกธิคและตกแต่งให้สวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมแบบเรเนซองก์ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในปราสาทยุคกลางที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งนึงของประเทศโปแลนด์

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวอร์ซอว์ (Warsaw) (ระยะทาง 168 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองที่มีอายุกว่า 700 ปี

กรุงวอร์ซอว์ เรียกได้ว่าเป็นเมืองใหม่แห่งหน้าประวัติศาสตร์ชาติโปแลนด์และประวัติศาสตร์โลก เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับ ฮิตเลอร์, การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และ เป็นเมืองที่ถูกทำลายมากที่สุด เรียกได้ว่ากว่า 96% ของเมืองหลวงแห่งนี้ โดนกองกำลังทหารนาซีเผาทำลายล้างจนแทบไม่เหลือความเป็นเมืองหลวง แต่หลังสงครามเสร็จสิ้นชาวโปลิชได้ช่วยกันบูรณะซ่อมแซมก่อสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจบวกกับความเสียสละของประชาชนทำให้วอร์ซอว์ในวันนี้กลับมาเป็นเมืองเก่าในประวัติศาสตร์ที่สวยงามดังเดิม

จากนั้นให้อิสระแก่ทุกท่านในการเลือกซื้อสินค้า ณ ห้างสรรพสินค้า ZALOTE TARASY ซึ่งเป็น 1 ในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองวอร์ซอว์ จุใจกับร้านค้ากว่า 200 ร้านค้า รวมถึงแฟชั่นแบรนด์เนมมากมาย อาทิเช่น Zara, Topshop, Mango, H&M เพื่อให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก  DOUBLE TREE BY HILTON WARSAW HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่แปด วอร์ซอว์ 
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเข้าชม พระราชวังลาเซียนสกี้ (Lazienki palace) อีกหนึ่งพระราชวังซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความงามเทียบเคียงได้กับพระราชวังแวร์ซายส์แห่งฝรั่งเศส พระราชวังนี้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 และยังเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ของประเทศไทย เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซอว์ในปี ค.ศ. 1897

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเที่ยวชม ย่านเมืองเก่าวอร์ซอว์ (Warsaw Old Town) ย่านประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเก่าวอร์ซอร์เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ในปี ค.ศ.1980 ครอบคลุมถึงศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของวอร์ซอว์ (Historic Centre of Warsaw) อันประกอบด้วย โบสถ์พระราชวัง ตลาดและอาคารบ้านเรือนโดยรอบ

นำท่านเดินชมความงามและแวะถ่ายรูปกับสถานที่สำคัญภายในเขตเมืองเก่า หลังจากนั้นนำท่านสู่ ย่านตลาดเก่า (Old Town Market Place) ย่านท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีความเก่าแก่ที่สุดของเมืองเก่าวอร์ซอว์ โดยอาคารส่วนใหญ่ล้วนแล้ว แต่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ซึ่งประกอบไปด้วย ศาลาว่าการ (City Hall) ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้าอื่นๆ สิ่งก่อสร้างที่เป็นสถาปัตยกรรมจากยุคกลาง อาทิเช่น กำแพงเมืองเก่า (city walls) ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน

นำท่านแวะถ่ายรูปกับ วิหารเซนต์จอห์น (St. John's Cathedral) วิหารคาทอลิกที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าวอร์ซอว์ เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงวอร์ซอว์ โดยวิหารถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ในศิลปะสไตล์เมโซเวียนโกธิค 

จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (Royal Castle) ที่ถูกสร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบโกธิคครั้งที่ประเทศโปแลนด์ย้ายเมืองหลวงจากคราคูฟมาที่วอร์ซอว์ในปีค.ศ. 1596 ภายในพระราชวังตกแต่งได้อย่างหรูหรา อลังการและสวยงามไม่แพ้พระราชวังหลวงแห่งใดในโลก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก  DOUBLE TREE BY HILTON WARSAW HOTEL หรือเทียบเท่า 
วันที่เก้า วอร์ซอว์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่าน แวะถ่ายรูปกับ พระราชวังวิลานอฟ (Wilanow palace) หนึ่งในพระราชวังหลวงแห่งกรุงวอร์ซอว์ ที่ถูกบันทึกเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญที่สุดของประเทศโปแลนด์ แรกเริ่มถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์จอห์นที่ 3 โซบีสกี แห่งโปแลนด์ (King John III Sobieski) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ด้วยสไตล์แบบบาโรก จากนั้นเพียงไม่นาน ถูกขายทอดต่อหลายช่วง ผลัดเปลี่ยนมือความเป็นกรรมสิทธิ์ในช่วงระยะเวลา 250 ปี จนกระทั่งถูกบูรณะอีกครั้งหลังถูกทำลายลงจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติตั้งแต่ ค.ศ.1962 เป็นต้นมา

11.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินวอร์ซอว์ (WAW) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย พร้อมทำคืนภาษี (Tax Refund) และเลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมายจากร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.05 น. ออกเดินทางจากวอร์ซอว์ กลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ AY1144 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.40 ชั่วโมง) สายการบินมีบริการอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม และพักผ่อนบนเครื่องบิน
15.45 น. เดินทางถึง กรุงเฮลซิงกิ แวะเปลี่ยนเครื่อง โดยสามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ตามอัธยาศัย
17.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร (บินตรง) โดยสายการบินฟินน์แอร์ เที่ยวบินที่ AY141 สายการบินฯ มีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบินสู่กรุงเทพฯ (ใช้เวลาบินประมาณ 9.40 ชั่วโมง)
วันที่สิบ กรุงเทพมหานคร 
07.25 น เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ73,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ71,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ69,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ11,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ73,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ71,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ69,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ11,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ73,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ71,900 บาท
เด็กอายุ 04-06 ปี พักรวมกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง ราคาท่านละ69,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ11,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • สำหรับห้องพักแบบ 3 เตียง มีบริการเฉพาะบางโรงแรมเท่านั้น กรณีเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้ท่านเปิดห้องพัก เป็น 2 ห้องจะสะดวกกับท่านมากกว่า
  • กรณีเดินทางเป็นตั๋วกรุ๊ป หากออกตั๋วแล้ว ไม่สามารถขอคืนเงินได้ และไม่สามารถเปลี่ยนวันเดินทางได้
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลดท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กก., กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก. 
  • ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 27 ก.ย. 2560)
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน AY (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน,ค่าภาษีน้ำมัน,ค่าประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่า ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 
  • ค่าทิปพนักงานขับรถ ท่านละ 2 EURO / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 16 EURO)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2 EURO / ท่าน / วัน (คิดเป็น 10 วัน เท่ากับ 20 EURO)
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นโปแลนด์ ซึ่งลูกค้าต้องไปยื่นวีซ่าด้วยตนเอง (ชำระ ณ ศูนย์ยื่นวีซ่า ประมาณ 2,300 บาท)
  • ค่ายกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านต้องดูแลกระเป๋าเดินทางด้วยตัวท่านเอง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 35,000 บาท/ท่าน ภายใน 2 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้า)       (สงกรานต์-ปีใหม่ 60 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-45 วัน หักค่ามัดจำ 35,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)       (สงกรานต์-ปีใหม่ 44-59 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-30 วัน หักค่ามัดจำ 35,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)    (สงกรานต์-ปีใหม่ 20-43 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 0-9 วัน หักค่าใช้จ่าย 75-100% ของค่าทัวร์       (สงกรานต์-ปีใหม่ 0-19วัน)
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% 

หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณีไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง (หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 20 ท่าน ราคาทัวร์ เพิ่มท่านละ 4,000 บาท)
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการโดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบินการนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืนในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมืองและจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมายหรือการหลบหนีเข้าเมือง
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบหากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาเล่มสีเลือดหมู
  • ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

 

1.หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
2.รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาว (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา (รูปถ่ายต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน...สถานฑูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้) 
3.สำเนาบัตรประชาชน 
4.สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
5.สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง.....หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
6.สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง.....ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
7.สำเนาใบมรณะบัตร 
8.สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา) 
9.กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ 

  • เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
  • เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา) 
  • เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)  

10.หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)

  • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
  • กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
  • กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน 
  • กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน 
  • กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
  • กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา 

11.หลักฐานการเงิน :  (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง ใช้ทั้ง Bank guarantee และ สำเนาบัญชี เล่มเดียวกัน)

  • หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank guarantee) ของบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
  • สำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน นับขึ้นไปจากเดือนที่จะยื่นวีซ่า มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน และยอดแสดงในบัญชีต้องไม่ก้าวข้ามเดือน (ปรับสมุดและสำเนา 15 วันก่อนยื่นวีซ่า)

************* ข้อ 1 และ ข้อ 2 ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เล่มเดียวกันเท่านั้น **************

หมายเหตุ : หากสมุดบัญชีแสดงยอดรวมที่มีการกระโดดข้ามเดือน (ยอดไม่ต่อเนื่อง) เช่นจากเดือน 1 ข้ามไปเป็นยอดของ เดือน 3 (เดือน 2 ไม่มี) ท่านต้องไปขอ Bank statement จากทางธนาคารแทนการถ่ายสำเนาสมุดบัญชี

- บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบบัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย หากต้องการใช้บัญชีฝากประจำ ต้องเตรียมดังนี้

  • หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank guarantee) ของบัญชีฝากประจำ (Fixed account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
  • สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน 

หมายเหตุ หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Guarantee) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย) 
  • กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง

  • จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
  • หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2 
     
     (สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868, 098-828-5266
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy