ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE780 : ทัวร์เม็กซิโก ปิระมิดชิเชนอิทซา - ตุรกี - คิวบา 16 วัน 12 คืน (TK)

DE780 : ทัวร์เม็กซิโก ปิระมิดชิเชนอิทซา - ตุรกี - คิวบา 16 วัน 12 คืน (TK)

Brisas Trinidad Del Mar Hotel
Emporio Hotel & Suite Cancun
Galeria Plaza Reforma Hotel
H10 Panorama Hotel
Hacienda Uxmal Hotel
Imperial or Casa Granda Hotel
Mayaland Hotel
Santa Maria Camaguey
Sheraton Gateway Los Angeles Airport Hotel

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE780-00616 พ.ย.-02 ธ.ค. 61Turkish Airlines (TK)196,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพมหานคร - อิสตันบูล
20.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ ได้ที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน U (แถว U 14-18) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์ สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส (TK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
23.00 น. ออกเดินทางสู่ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบิน TK 69 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินมีบริการ อาหารค่ำและอาหารเช้า
วันที่ 2อิสตันบูล - ลอสแองเจลิส
05.20 น. เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี แวะเปลี่ยนเที่ยวบินเป็น TK 1389 อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินตามอัธยาศัย
06.00 น.

นำท่านชม สนามแข่งม้าของชาวโรมัน หรือ “ฮิปโปโดรม” (Hippodrome) หรือ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่างๆของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ     ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณ ในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมตซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้นคือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สองคือ เสางู และเสาต้นที่สามคือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและยิ่งใหญ่กว่า โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia) ของจักรวรรดิ ไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่าแห่งนี้สร้างประจันหน้ากับโบสถ์เซนต์โซเฟีย อย่างไรก็ตาม โบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน

นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย (ST. Sophia) ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบแซนไทน์ ได้รับการยกย่องให้เป็น  1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์   แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา

ได้เวลานำท่านกลับสู่ สนามบิน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวันภายในสนามบินตามอัธยาศัย ทางทัวร์จัดค่าอาหารให้ท่านละ 20 USD
13.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินอิสตันบูล สู่ สนามบินลอสแองเจลิส (ใช้เวลาบินประมาณ 13.50 ชั่วโมง)

********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******


สายการบินมีบริการอาหารเช้า และ อาหารกลางวันบนเครื่องบิน
16.50 น. เดินทางถึง สนามบินลอสแองเจลิส นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
ที่พัก Sheraton Gateway Los Angeles Airport Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่ 3ลอสแองเจลิส - เม็กซิโกซิตี้
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
05.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาตินครลอสแองเจลิส (LAX) เพื่อนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก โดยสายการบินแอร์โรเม็กซิโก 
07.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก (MEX) โดยเที่ยวบิน AM 18 (ใช้เวลาบิน 3.15 ชั่วโมง) 
13.05 น. เดินทางถึง กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาแห่งชาติ (National Museum of Anthropology) ที่รวบรวมเอาศิลปวัตถุและปิระมิดจำลอง รวมทั้งอารายธรรมเก่าแก่ของชนเผ่าโบราณต่างๆในเม็กซิโกมาไว้ในที่เดียวกัน เช่น มายัน แอซเทค โอเมกา นำท่านชมร่องรอยความรุ่งเรืองของชนเผ่าต่างๆจากข้าวของที่สะสมไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (National Museum of History) ในปราสาทชาปุลเตเปค (Chapultepec Castle) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมือง ทำให้นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเม็กซิโกตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคหลังการปฏิวัติการปกครองแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงจากจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง อิสระให้ท่านเก็บภาพความสวยงามของเมืองเม็กซิโกซิตี้จากมุมสูง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมชมโชว์พื้นเมือง
ที่พัก Galeria Plaza Reforma Hotel  หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
วันที่ 4เม็กซิโกซิตี้ - เตโอติฮัวคัน - วิหารพระแม่มารีแห่งกัวดาลูป 
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเตโอติฮัวคัน (Teotihuacán) (ระยะทาง 48 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.) นำท่านชมปิระมิดโบราณขนาดใหญ่ที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ปัจจุบันนักโบราณคดียังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครเป็นผู้สร้างโบราณสถานแห่งนี้ รวมทั้งจุดประสงค์ในการสร้างและการล่มสลายของอาณาจักรก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด

นำท่านชม ปิระมิดสุริยัน (The Pyramid of the Sun) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณโบราณสถานแห่งนี้ ด้วยความสูง 63.5 เมตร ซึ่งเป็นปิระมิดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากปิระมิดแห่งเมืองโซลูลาแห่งเม็กซิโก และ ปิระมิดแห่งกีซ่าของอียิปต์

จากนั้นนำท่านชม ปิระมิดจันทรา (The Pyramid of the Moon)  ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นได้แค่ครึ่งหนึ่งของความสูง เมืองโบราณเตโอติฮัวคัน แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1987 อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความยิ่งใหญ่อลังการของปิระมิดของชาวมายา

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกัวลาดูป เพื่อนำท่านเข้าชม โบสถ์พระแม่มารี อันศักดิ์สิทธิ์แห่งกัวดาลูป (Basilica De Guadalupe) เป็นโบสถ์ที่ชาวคริสต์เชื่อว่าต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต ซึ่งภายในที่แห่งนี้ประกอบด้วย โบสถ์หลังเก่าและ โบสถ์หลังใหม่ สร้างขึ้นเพื่อการแสวงบุญของคริสต์ศาสนิกชน และเรียกได้ว่าโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งในลิสต์รายชื่อสถานที่แห่งการแสวงบุญที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในโลก

ได้เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเม็กซิโกซิตี้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย

นำท่านชม โซกาโล (Zócalo) หรือบริเวณจัตุรัสกลางเมืองของกรุงเม็กซิโกซึ่งเป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี (Palacio Nacional) และมีสิ่งก่อสร้างสวยงามสไตล์โคโลเนียล อาทิเช่น โบสถ์ Cathedral Metropolitanจัตุรัส Plaza de la Constitución โรงละคร Bellas Artes อาคารที่ทำการไปรษณีย์ เป็นต้น

นำท่านเข้าชม โบราณสถาน Templo Mayor ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างหลักของเมืองโบราณชื่อ Tenochtitlan ของชาวแอซเทค ก่อนที่จะถูกทำลายโดยสเปน

นำท่านผ่านชม อนุสาวรีย์นางฟ้าแห่งอิสรภาพ (Ángel de la Independencia) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเม็กซิโกซิตี้ เป็นอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ด้านบนมีรูปปั้นนางฟ้าสีทอง ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพครบรอบหนึ่งร้อยปีของเม็กซิโก เมื่อปี ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454)

ได้เวลานำท่านชม โชชิมิลโก (Xochimilco) เป็นสถานที่ที่ถูกขนานนามให้เป็น “ตลาดน้ำสไตล์เม็กซิกัน” ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเม็กซิโกซิตี้ ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือท้องแบนที่มีสีสันสวยงาม (Trajineras) เพื่อล่องลัดเลาะไปตามคลองเล็กๆ พร้อมเพลิดเพลินไปกับดนตรีพื้นเมืองจากเหล่ามาริอาชี่ (Mariachi) และซื้ออาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึกพื้นเมืองจากเรือพ่อค้าแม่ค้าได้ด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก Galeria Plaza Reforma Hotel  หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
วันที่ 5เมริดา - อูซมาล - คาบาห์
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
06.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเม็กซิโกซิตี้ เพื่อเช็คอิน
08.05 น. ออกเดินทางจาก สนามบินเม็กซิโกซิตี้ (MEX)  สู่ สนามบินเมริดา (MID) โดยสายการบินแอร์โรเม็กซิโก เที่ยวบินที่ AM420 (ใช้เวลาบินประมาณ 2 ช.ม.)
10.00 น.

เดินทางถึง สนามบินเมริดา

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณอูซมาล (Uxmal Archaeological sites) (ระยะทาง 79 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ช.ม.) เมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1996 เนื่องจากเป็นเมืองโบราณที่คงความสมบูรณ์ของโบราณสถานที่สร้างโดยชนเผ่ามายาโบราณ เมืองอูซมาลสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณ 850-925 ปีก่อนคริสตกาล และถูกปกครองโดยตระกูลชุย ซึ่งเป็นผู้ปกครองชาวมายาในแถบตะวันตกของคาบสมุทรยูคาทาน ปัจจุบันเมืองโบราณแห่งนี้ยังคงสภาพของกลุ่มอาคารโบราณกว่า 15 กลุ่มอาคารที่กระจัดกระจายในระยะความยาวกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งห้องต่างๆออกเป็นหลายห้องทั้งสำหรับ พระ และ ชนชั้นปกครอง ซึ่งแต่ละห้องสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจและความยิ่งใหญ่ของผู้อาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเข้าชม เมืองโบราณอูซมาล (Uxmal) เป็นภาษาของเผ่ามายา แปลว่า สร้างสามครั้ง ในสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Puuc style  คือสร้างให้ฝาผนังส่วนล่างเป็นแบบเรียบๆ แต่เหนือขึ้นไปสลักด้วยรูปหน้ากากของพระเจ้าองค์ต่างๆที่เผ่ามายานับถือบูชา สิ่งที่แปลกไปจากที่อื่นๆในรัฐยูคาตานคือ อูซมาลไม่มี cenote “ซีโนตี้” หรือบ่อน้ำ ที่นอกจากมีไว้สำหรับเก็บน้ำแล้ว ยังใช้เป็นที่บวงสรวงอีกด้วย ชาวมายาในแถบนี้สร้างที่เก็บน้ำสำหรับฤดูร้อน แทนบ่อน้ำที่มายาเผ่าอื่นใช้ ที่ประตูทางเข้ามีท่อน้ำที่มีลักษณะเป็นหน้ากากแต่มีที่สำหรับเก็บน้ำด้านใต้ นอกจากนี้ตามหมู่อาคารจะมีรูปสลักเทพเจ้าแห่งน้ำฝน Chac Mool อยู่มากมายก็เนื่องจากขาดแคลนน้ำ จึงต้องมีการขอพรขอน้ำจากพระเจ้า 

นำท่านชม ปิระมิดแห่งเวทย์มนต์ (Pyramid of the Magician) ซึ่งสร้างเป็นชั้นๆทั้งหมด 5 ชั้น เป็นปิระมิดที่สูงเด่นที่สุดในเมืองโบราณแห่งนี้ โครงสร้างทั้งหมดเป็นหินชอล์คสีชมพูซึ่ง ยังคงมีสภาพดี ตามตำนานเล่าว่า ปิระมิดแห่งนี้สร้างขึ้นภายในคืนเดียวโดยคนแคระที่มีอำนาจของนักมายากล แต่ความจริงปิระมิดถูกสร้างขึ้นถึงห้าครั้ง แต่ละครั้งก็สร้างคร่อมลงไปบนโครงสร้างที่มีอยู่เดิม

จากนั้นนำท่านชม วังแห่งเจ้าผู้ครองนคร (Governor’s palace) ซึ่งสร้างอยู่ใกล้กับปิระมิดแห่งเวทย์มนต์ อาคารแห่งนี้มีด้วยกันสามแห่งเชื่อมด้วยรอยโค้งหรือ arches จมูกที่โค้งยาวใหญ่เหมือนงวงช้างของเทพเจ้า Chac Mool เห็นเด่นแต่ไกล เป็นลักษณะพิเศษของสถานที่นี้

จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสนันเนรี (Nunnery Quadragle) เป็นหมู่อาคารยาวที่สร้างล้อมรอบจัตุรัส ซึ่งสามารถขุดค้นและคงสภาพสถาปัตยกรรมได้อย่างสมบูรณ์ นำท่านชมความยิ่งใหญ่และความมหัศจรรย์ของเมืองโบราณเก่าแก่กว่าพันปี อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย 

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณคาบาห์ (Kabah) เมืองโบราณอีกแห่งของชาวมายา เป็นเมืองโบราณที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากอูซมาลในเขตผืนแผ่นดินยูคาทาน สถาปัตยกรรม และหมู่อาคารโบราณในเมืองนี้เรียกได้ว่ายังคงความสมบูรณ์และสวยงามยิ่ง

นำท่านชม วิหารเทพเจ้าแห่งฝน (Temple of Chac Mool) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวมายาที่อาศัยในบริเวณนี้บูชามาก เนื่องจากที่ราบสูงยูคาทานเป็นพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้งและขาดน้ำ ชาวมายาจึงบวงสรวงและบูชาเทพเจ้าแห่งฝนเพื่อขอฝน

จากนั้นนำท่านชมหมู่ อาคารวิหารโบราณ ที่มีการแกะสลักรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆสำหรับประกอบพิธีบูชายัญ หรือ พิธีกรรมของชาวมายาในอดีต อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าอัศจรรย์และความสวยงามของเมืองโบราณของชาวมายาในอดีตได้ตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
ที่พักระดับ 4 ดาว Hacienda Uxmal Hotel  หรือเทียบเท่า 
วันที่ 6เมริดา - ชิเชน อิทซา (เมืองมรดกโลก และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่)
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมริดา (Merida) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและยังเป็นเมืองหลวงของรัฐยูกาตัง หรือ รัฐยูคาทาน (Yucatan) 1 ใน 31 รัฐของประเทศเม็กซิโก โดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรยูคาทาน (Yucatan Peninsula)

นำท่านชม พลาซ่า แกรนด์เด (Plaza Grande) จัตุรัสใจกลางเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นจุดศูนย์กลางของย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมริดา นอกจากนี้แล้ว พลาซ่า แกรนด์เด ยังเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะกลางที่ถูกล้อมรอบด้วยอาคารประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจ โดยสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่บนจัตุรัสแห่งนี้ได้แก่ วิหาร พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย  พระราชวังเก่า และหอนาฬิกา

ได้เวลานำท่านผ่านชมถนน กาซ่า มอนเตโค่ (Casa Montejo) ถนนสายต้นไม้ที่มีความสวยงามและยังเป็นถนนที่สำคัญที่สุดของเมือง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานที่สำคัญ รวมไปถึงเหล่าอาคารที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเมริดาอีกด้วย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองชิเชน อิทซา (Chichen Itza) (ระยะทาง 119 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

นำท่านเข้าชม เมืองโบราณชิเชน-อิทซา (Chichen-Itza Archaeological Site) เมืองหลวงของชาวมายันหรือชาวมายาในเขตยูคาทานในช่วงก่อนคริสต์ศตวรรษที่มีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทางด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาตร์ จนกระทั่งชาวสเปนได้เข้ามาล่าอาณานิคมในแถบทะเลแคริบเบี้ยนใน ช่วงศตวรรษที่ 13 ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมากและได้รับการขึ้นทะเบียนจาก องค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1988 รวมถึงได้รับการโหวตคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่เมื่อวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 อีกด้วย

นำท่านชม ปิระมิดแห่งเทพเจ้าคูคุลคาน (เทพเจ้าสูงสุดของ ชาวมายาซึ่งเป็นผู้สร้างมนุษย์) ซึ่งถือเป็นปิระมิดแห่งสุดท้ายและเป็นปิระมิดที่กล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของอารายธรรมมายาด้วย

จากนั้นนำท่านชม วิหารชัค มุล (รูปปั้นซึ่งเป็นศิลปะแบบมายา) และมีห้องโถงที่เต็มไปด้วยเสาหลายพันต้นและลานกว้างที่ใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชนในอดีต ชิเชน อิทซา เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารจำนวนมากซึ่งพวกมายาได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าผู้ทรงกระหายพระโลหิต ตัววิหารรูปร่างคล้ายปิระมิดยอดตัด ก่อสร้างซ้อนกันเป็นชั้นๆ บนเนื้อที่ราว 6.4 ตร.กม. วิหารที่ใหญ่สุดมีชื่อว่า  มหาวิหารแห่งนักรบ  สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไปใช้เป็นที่ทำพิธีสังเวยเทพเจ้า 

อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความมหัศจรรย์ของ ปิระมิดแห่งชิเชน อิทซา 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
ที่พัก Mayaland Hotel หรือเทียบเท่า 
วันที่ 7ชิเชน อิทซา - เมืองโบราณตูลัม - แคนคูน 
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณตูลัม (Tulum Archeological Site) (ระยะทาง 200 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชั่วโมง) หรือชื่อเดิมรู้จักกันในภาษาพื้นเมืองว่า “เมืองซามา (Zama) หรือนครแห่งแสง (City of Dawn)” ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่เคยรุ่งเรืองในสมัยอาณาจักรมายาช่วงศตวรรษที่ 13 -15 เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้ง อยู่ติดกับชายทะเลและเป็นเมืองท่าที่สำคัญในอดีต แต่ต้องล่มสลายลงภายหลังจากที่ตกเป็นอาณานิคมของสเปน

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเข้าชม เมืองโบราณตูลัมแห่งอาณาจักรมายา (Tulum Ruins of Mayan City) เมืองโบราณซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาติดกับทะเลแคริบเบี้ยน นับเป็นหนึ่งในเมืองโบราณแห่งสุดท้ายก่อนที่อารายธรรมมายาจะสูญสิ้นลงในช่วงศตวรรษที่ 15 หลังการรุกรานของชาวสเปนซึ่งล่าอาณานิคมประเทศเม็กซิโกอยู่ในขณะนั้น อาณาจักรมายา เป็น อาณาจักรโบราณในอเมริกากลาง มีพื้นที่บริเวณประเทศเม็กซิโกคาบเกี่ยวกับเบลีซและกัวเตมาลา และมีความรุ่งเรืองช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลจนถึง ค.ศ. 1502 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นครวากา ซึ่งปัจจุบันคือ เปรู ชาวมายาใช้อักษรภาพในการบันทึก มีความสามารถทางดาราศาสตร์ จนสามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน รู้จักทำปฏิทินใช้ รู้จักประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ รู้จักค้าขาย เกลือ หยก และเครื่องปั้นดินเผา แต่ชาวมายาไม่รู้จักใช้ล้อและไม่รู้จักการถลุงแร่ ซึ่งแสดงว่าชาวมายาดำรงชีวิต เหมือนมนุษย์หินที่รู้จักใช้เพียงไม้ กระดูกสัตว์ หินปูน และหินทรายในการสร้างเมือง

นำท่านชม Temple of Fresco หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของเมืองโบราณแห่งนี้ ซึ่งชาวมายาใช้เพื่อเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์

จากนั้นอิสระให้ท่านถ่ายรูปกับ El Castillo ซึ่งชาวมายาสร้างไว้เป็นปราสาท หรือเสมือนป้อมปราการไว้ต่อสู้กับผู้รุกราน มีความสูงทั้งสิ้น 7.5 เมตร

อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าอัศจรรย์ของสิ่งก่อสร้างอีกแห่งของชาวมายาโบราณ

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองแคนคูน (Cancun)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ในโรงแรม
ที่พัก Emporio Hotel & Suite Cancun หรือเทียบเท่า 
วันที่ 8แคนคูน - ฮาวานา (ประเทศคิวบา)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินแคนคูน เพื่อเช็คอิน
10.51 น. ออกเดินทางจาก สนามบินแคนคูน สู่ สนามบินโฮเซ มาร์ติ (Jose Marti Airport) กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา
13.15 น. เดินทางถึง สนามบินโฮเซ มาร์ติ (Jose Marti Airport) กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา

นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
บ่าย

นำท่านเที่ยวชม เมืองใหม่แห่งกรุงฮาวานา (Modern Havana) อันเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญเพื่อย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ของคิวบา นำท่านถ่ายรูปกับอนุสรณ์สถานโฮเซ มาร์ติ (Jose Marti Memorial) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างเป็นทาวเวอร์รูปดาว สูง 109 เมตร เพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษชาวคิวบา

จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสแห่งการปฎิวัติคิวบา (Revolution Square) และ จัตุรัสแห่งเกียรติยศ (Dignity Square)

ชม ถนนมาเลคอน (Malecon) ถนนเลียบชายฝั่งที่มีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งหากมาในช่วงเย็นๆจะพบว่ามีผู้คนออกมาทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการปาร์ตี้สังสรรค์ ตกปลา หรือแม้แต่การลงเล่นน้ำทะเล นอกจากนี้แล้วบนถนนมาเลคอนยังเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญๆเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ รวมไปถึงป้อมปราการเก่าแก่ที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ที่พัก H10 Panorama Hotel หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 1)
วันที่ 9ฮาวานา
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ กรุงฮาวานา หรือ ลาอาบานา (La Habana) เมืองหลวงและเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศคิวบา ปัจจุบันกรุงฮาวานาได้กลายเป็นมีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณย่านเมืองเก่าฮาวานาและป้อมปราการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1982

นำท่านเดินทางสู่ ย่าน คาซา บลันคา Casa Blanca (Statue of Jesus Christ) ให้ท่านได้ถ่ายภาพกับรูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเนินเขา ริมอ่าวฮาวานา หันพระพักตร์สู่เมืองฮาวานา ซึ่งท่านมองเห็นได้ในระยะไกล

นำท่านชม ย่านเมืองเก่าฮาวานา (Old Havana) ย่านท่องเที่ยวหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวสเปนในช่วงปี ค.ศ.1519 เป็นย่านที่มีความโดดเด่นในเรื่องอาคารสถาปัตยกรรมบาโร๊ค (Baroque Style) และสไตล์นีโอคลาสสิค (Neoclassic Style) ซึ่งอาคารหลายหลังได้ชำรุดทรุดโทรมลงไปในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่ในช่วงหลังๆก็ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้ง

นำท่านเดินเล่นสู่ จัตุรัสวิหาร (Cathedral Square)

นำท่านเข้าชม วิหารฮาวานา ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ในกรุงฮาวานา

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านสู่ พลาซ่า เดอ อาร์ม หรือ จัตุรัสเก่าแก่ที่สร้างเป็นป้อมปราการล้อมรอบเมือง เพื่อใช้ป้องกันการรุกรานจากข้าศึกและโจรสลัดในอดีต

นำท่านเที่ยวชมความงดงามของ เมืองเก่าฮาวานา ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลก ความสวยงามและสมบูรณ์ของหมู่อาคารที่ได้รับอิทธิพลในสมัยโคโลเนียล ยังคงสีสันและสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและการล่าอาณานิคมในอดีตของชาวยุโรปได้เป็นอย่างดี

นำท่านชม จัตุรัสซานฟรานซิสโก (San Francisco Square) ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่ในการค้าขายและเปลี่ยนสินค้า และเป็นที่เก็บสินค้าในการค้าขายทางเรืออีกด้วย อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองมรดกโลกฮาวานาตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านชม บ้านของ เช เกวารา (Che Guevara House) อีกหนึ่งวีรบุรุษชาวอาร์เจนตินาอันเป็นที่รักยิ่งของชาวคิวบา แพทย์และนักปฏิวัติเพื่ออุดมคติในการปฏิรูปการปกครองของคิวบา  

นำท่าน ถ่ายรูปกับ คาปิโทลิโอ (Capitolio) อาคารรูปโดมสูง อดีตใช้เป็นที่ทำการรัฐสภา และเป็นอาคารทรงโดมสูงที่สร้างคล้ายคลึงกับอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตันดีซี ของสหรัฐอเมริกา

จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์บ้านเฮมิงเวย์ (Hemingway Home Museum) หรือ เออร์เนสต์ มิลเลอร์ เฮมิงเวย์ (Ernest Miller Hemingway) นักเขียนชาวอเมริกันชื่อดังของโลกที่หลงใหลในประเทศคิวบา จนตัดสินใจย้ายมาอยู่ในคิวบานานกว่า 5 ปีและในปี พ.ศ. 2497  เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในฐานะผู้สื่อข่าวสงครามโลกครั้งที่ 2  นำท่านชม ประวัติและของสะสมของนักเขียนรางวัลโนเบลท่านนี้ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่นพร้อมชมโชว์พื้นเมือง Tropicana Show
ที่พัก H10 Panorama Hotel  หรือเทียบเท่า (พักค้างคืนที่ 2)
วันที่ 10ฮาวานา - ซานตา คลารา - เซียนฟวยโกส - ตรินิแดด
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซานตา คลารา (Santa Clara) (ระยะทาง 278 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ช.ม.) เมืองหลวงของจังหวัดวิลลาคลารา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับห้าของคิวบา

นำท่านชม อนุสารณ์สถาน เช เกวารา (Che Guevara Memorial) นักปฏิวัติลัทธิมากซ์ นายแพทย์ นักเขียน ผู้นำนักรบกองโจร นักการทูต และนักทฤษฎีการทหารชาวอาร์เจนตินา เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งจากการปฏิวัติคิวบา ภาพใบหน้าของเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่พบได้ทั่วไปของวัฒนธรรมต่อต้านและการกบฏ และเป็นตราต้นแบบที่รู้จักกันเป็นสากลภายในวัฒนธรรมประชานิยม อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและชมประวัติวีรบุรุษแห่งคิวบา

เช เกบารา ออกจากคิวบาในปี ค.ศ. 1965 เพื่อจะก่อให้เกิดการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ในประเทศอื่นอีก ครั้งแรกในคองโก-กินชาซาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ และครั้งต่อมาในโบลิเวีย ที่นี่เขาถูกกองทัพโบลิเวียซึ่งมีซีไอเอ สนับสนุนอยู่จับ และถูกประหารชีวิตโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม เชได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ส่วนภาพถ่ายของเขาที่มีชื่อว่า นักรบกองโจรผู้เป็นวีรบุรุษ (Guerrillero Heroico) และถ่ายโดยอัลเบร์โต กอร์ดา ก็ได้รับการยกย่องจากสถาบันวิทยาลัยศิลปะแมริแลนด์ว่าเป็น "ภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก" 

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ทางทหารแห่งเมืองซานตาคลารา (Armored Train) ซึ่งได้เก็บรวบรวมรถไฟ และ รถที่ใช้ในการทำสงครามซานตาคลารา (Battle of Santa Clara) ในปี 1958 ได้เวลานำท่านชมสวนไวดอล (Vidal park) อันเป็นที่ตั้งของหมู่อาคารแบบโคโลเนียลที่ยังคงความสวยงามจวบจนปัจจุบัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเซียนฟวยโกส (Cienfuegos) (ระยะทาง 70 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ช.ม.) เป็นเมืองทางชายฝั่งตอนใต้ของประเทศคิวบา เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเซียนฟวยโกส

เมืองเซียนฟวยโกส ชื่อเมืองนี้ตั้งตามชื่อของนายพลโฮเซ่ เซียนฟวยโกส (Jose Cienfuegos) ซึ่งเป็นผู้ปกครองเมืองนี้ในช่วงแรก  เมืองนี้มีส่งออกน้ำตาลเป็นสินค้าออก และโคลัมบัสเดินทางมาสำรวจพบสถานที่แห่งนี้เป็นคนแรก ต่อมามีการตั้งถิ่นฐานใน ค.ศ. 1738 จนอาณานิคมของชาวฝรั่งเศสได้สร้างเมืองนี้ขึ้นใน ค.ศ. 1819 ในศิลปะแบบนีโอคลาสสิค มีการวางผังเมืองไว้อย่างดีเยี่ยม องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเซียนฟวยโกส เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2005

นำท่านชม เมืองเก่าและจัตุรัสโฮเซ่ มาร์ติ (Jose Marti Park) ซึ่งล้อมรอบไปด้วยหมู่อาคารเก่าแก่มากมาย นำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมือง

จากนั้นนำท่านเดินเล่นบน ถนนพราโด (Prado Promenade)

นำท่านถ่ายรูปกับ โรงละครเก่าแก่ที่สุดในคิวบา Tomas Terry Theater  อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองตรินิแดด (Trinidad) (ระยะทาง 80 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ช.ม.)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม 
ที่พัก Brisas Trinidad Del Mar Hotel หรือเทียบเท่า
วันที่ 11ตรินิแดด - กามากูเอย์
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเที่ยวชม เมืองตรินิแดด (Trinidad) เมืองเล็กๆ ใน จังหวัดซังตีสปีรีตุส ประเทศคิวบา ที่ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 1988 กำลังจะครบรอบ 500 ปี ของการก่อตั้งเมืองในปี 2015 แม้จะก่อตั้งมานานเกือบ 5 ศตวรรษ แต่วิถีชีวิตและสภาพบ้านเมืองของตรินิแดด ยังคงมนต์เสน่ห์ในแบบเดิมๆ ราวกับหยุดเวลาเอาไว้ ส่วนอาคารเก่าแก่ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น และตกแต่งอย่างหรูหราด้วย เพดานสไตล์มูเดจาร์ กระเบื้องเคลือบจากประเทศฝรั่งเศส และพื้นหินอ่อนจากอิตาลี ล้วนเป็นผลมาจากความมั่งคั่งในยุคที่อุตสาหกรรมน้ำตาลกำลังเฟื่องฟูในสมัยศตวรรษที่ 19 นำท่านชมจัตุรัสหลัก (Main Square) ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่อาคารเก่าแก่มากมาย ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ยิ่ง

จากนั้นนำท่านชม จัตุรัสซานตาแอนนา และ จัตุรัส สามแยก (Santa Ana & Three Crosses Square) ได้เวลานำท่านเข้าชมโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งตรินิแดด (Holy Trinidad Church) นำท่านชมหอคอยอิสนากา (Iznaga Tower) สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 โดยเศรษฐีชาวคิวบา “นาคัส อิสนากา” ซึ่งสร้างหอคอยแห่งนี้ขึ้นเพื่อใช้ในการควบคุมและดูทาสที่มาจากแอฟริกา ที่เข้ามาทำงานในไร่อ้อยกว่า 30,000 คน ซึ่งหอคอยแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันน่าสะเทือนใจในการมาเป็นทาสในไร่อ้อยของทาสชาวแอฟริกันในสมัยอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลของคิวบารุ่งเรือง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองกามากูเอย์ (Camaguey) (ระยะทาง 265 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ช.ม.) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดกามากูเอย์  ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศคิวบา เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เมืองดั้งเดิมมีชื่อว่า ซานตามารีอาเดลเปร์โตเดลปรินซีเป เดิมเมืองนี้เป็นเมืองติดชายฝั่งทะเลก่อตั้งราว ค.ศ. 1515 แต่ถูกโจรสลัดโจมตีอย่างต่อเนื่อง จึงได้ย้ายเมืองเข้ามาในเกาะ เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณานิคมเวสต์อินดีสของสเปนเมื่อตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 และในปี 2008 เมืองเก่าแห่งกามากูเอย์ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
ที่พัก  Santa Maria Camaguey  หรือเทียบเท่า
วันที่ 12กามากูเอย์ - บายาโม - ซานเตียโก เดอ คิวบา
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านชม เมืองกามากูเอย์ (Camaguey) เป็น 1 ใน 7 เมืองที่ก่อตั้งขึ้นโดยชาวสเปนที่เข้ามาล่าอาณานิคมในคิวบาในยุคแรกๆ ประมาณปี ค.ศ. 1528 และได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบทั้ง นีโอคลาสสิค, อาร์ตเดโค, นีโอ–อาร์ตนูโว และ Rationalism ตลอดจนความสามารถในการอนุรักษ์ศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของเมืองนี้ทำให้องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองนี้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 2008

นำท่านชม เมืองเก่าแห่งกามากูเอย์ ชม พลาซา ซานฮวน เดอ ดิออส (Plaza San Juan De Dios) จัตุรัสที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดในคิวบา โดดเด่นด้วยสีสันของอาคาร โบสถ์ และ โรงพยาบาลซานฮวน เดอ ดิโอส สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1728 ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์ในสไตล์บาโรค- โคโลเนียล

จากนั้นนำท่านชม พลาซา เดอ คาร์เมน (Plaza Del Carmen) จัตุรัสที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่อาคารโคโลเนียลสีพาสเทล

จากนั้นนำท่านชม Centro Storico, Casa Natal del Mayor (Ignacio Agramonte) และ Inglesia de Nuestra Senora de la Merced โบสถ์เก่าแก่ในกามากูเอย์ที่สร้างขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1601 อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ตามอัธยาศัย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบายาโม (Bayamo) (ระยะทาง 170 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ช.ม.) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดแกรนด์มา ทางตะวันออกของประเทศคิวบา เป็นเมืองเล็กๆที่เป็นเมืองขึ้นของสเปนในยุคล่าอาณานิคมเช่นเดียวกัน ดังนั้นสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างที่สำคัญของเมืองจึงได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโคโลเนียล

นำท่านชม โบสถ์อิเกรเซียส ปาโรคูเอล มายอร์ เดอ ซาน ซาวัลดอร์ (Iglesia Parroquial Mayor de San Salvador) เป็นโบสก์เก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1514 และได้รับการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่ปี 1740 ด้านหน้าโบสถ์คือพลาซ่า เดล ฮิมโน เนชั่นแนล (Plaza del Himno National) สถานที่แห่งแรกที่ได้มีการขับร้องเพลงชาติคิวบา “La Bayamesa” ในปี 1868

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ Torre de San Juan Evangelista สร้างขึ้นในช่วงการแรกของการสร้างเมืองบายาโม และถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1869 นำท่านชมสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของคิวบา Anthem Square, Nico Lopez Park, Cespedes Park

ได้เวลานำท่านเดินทางสู่ เมืองซานเตียโก เดอ คิวบา (Santiago De Cuba) ระยะทาง 129 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ช.ม. 

 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
ที่พัก Imperial or Casa Granda Hotel  หรือเทียบเท่า
วันที่ 13ซานเตียโก เดอ คิวบา - ฮาวานา
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านชม เมืองซานเตียโก เดอ คิวบา (Santiago De Cuba) เมืองใหญ่เป็นอันดับสองของคิวบา ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศคิวบา และเป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งของคิวบา เป็นเมืองที่ห้า ที่ถูกสเปนค้นพบในช่วงการล่าอาณานิคม นำท่านชมพิพิธภัณฑ์บ้านผู้พิชิต (Casa de Diego Velazquez) เป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในคิวบา เริ่มสร้างขึ้นในปี 1516 แล้วเสร็จในปี 1530 และได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 19

จากนั้นนำท่านชม สวนเชสเปเดส (Cespedes park) ลานกว้างที่เป็นศูนย์กลางทางการเมือง ศาสนา และสังคม

นำท่านชม โบสถ์ซานติอาโก (Santiago Church) ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ได้เวลานำท่านชมค่ายทหารมอนคาดา (Moncada Barracks) ตั้งชื่อตาม นายพลกิลเลอมอง มอนคานา (Guillermon Moncana) วีรบุรุษแห่งสงครามอิสรภาพ ในวันที่ 26 กรกฎาคม ฐานที่ตั้งถูกโจมตีโดยกลุ่มปฏิวัติติดอาวุธที่นำโดย ฟิเดล คาสโตร การโจมตีในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการปฏิวัติคิวบา วันที่มีการโจมตีถูกนำมาเป็นชื่อที่ใช้เรียกว่า Movimiento 26 หรือ M26-7 ซึ่งในที่สุดสามารถโค่นล้มการปกครองแบบเผด็จการของฟูเซนซิ โอ บาติสตา (Fulgencio Batista) ในปีค.ศ. 1959

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านชม ปราสาท San Pedro de la Roca del Morro Castle ป้อมปราการป้องกันเมืองท่าซานติอาโก เดอ คิวบา ป้อมปราการแห่งนี้ออกแบบ โดย Giovanni Battista Antonelli วิศวกรรมทหาร ชาวอิตาลี ในปีค.ศ. 1637 และได้ก่อสร้างในนามของผู้ว่าราชการของเมือง สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของโจรสลัดและข้าศึกศัตรูในสมัยก่อน เดิมป้อมแห่งนี้เป็นป้อมปราการขนาดเล็ก แต่ได้มีการบูรณะและสร้างให้ใหญ่ขึ้นระหว่างปี 1590 – 1610 เนื่องด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างมีความสมบูรณ์มากที่สุด เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมทางทหารแบบสเปน-อเมริกัน ผนวกกับงานวิศวกรรมในยุคเรเนซองส์ จึงทำให้องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้ป้อมปราการแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1997 อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของป้อมแห่งนี้ตามอัธยาศัย

16.00 น นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน ซานเตียโก เดอ คิวบา เพื่อเช็คอิน
18.45 น. ออกเดินทางจาก สนามบินซานเตียโก เดอ คิวบา สู่สนามบิน โฮเซ่ มาร์ติ กรุงฮาวานา โดยเที่ยวบิน CU 203 (ใช้เวลาบินประมาณ 2.30 ชั่วโมง)
20.10 น. เดินทางถึงสนามบิน โฮเซ่ มาร์ติ กรุงฮาวานา จากนั้นนำท่านสู่ โรงแรมที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
ที่พัก H10 Panorama Hotel หรือเทียบเท่า 
วันที่ 14ฮาวานา - อิสตันบูล
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
06.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน โฮเซ่ มาร์ติ เพื่อเช็คอิน
09.20 น.

ออกเดินทางจาก สนามบิน โฮเซ่ มาร์ติ ประเทศคิวบา สู่ กรุงอิสตันบูล โดยเที่ยวบิน TK183 (ใช้เวลาบินประมาณ 16.40 ชั่วโมง) 

********* บินข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *******

สายการบินมีบริการอาหารค่ำ และ อาหารเช้าระหว่างเที่ยวบิน

วันที่ 15อิสตันบูล
09.00 น.

เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล กระเป๋าเชคทรูสู่กรุงเทพมหานคร

นำท่าน เข้าชมพระราชวังโดลมาบาชเช่ (Dolmabahce Palace) พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ  บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย
บ่าย

นำท่านล่องเรือชม ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็น ช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black sea) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตรจนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้ ว่ากันว่าจนกระทั่งถึงยุคของการนำเอาเรือปืนใหญ่มาใช้ และไม่เคยปรากฏว่ากรุงอิสตันบูลถูกถล่มจนเสียหายอย่างหนักมาก่อนเลย ทั้งนี้เป็นเพราะป้อมปืนดังกล่าวนี้เอง ปี ค.ศ. 1973 มีการเปิดใช้สะพานบอสฟอรัสซึ่งทำให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างฝั่งเอเชียและยุโรปสะดวกมากขึ้น ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็น พระราชวังโดลมาบาชเช่ หรือ บ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น

จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ มาร์เกต (Spice Market) หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี แอปปลิคอทหรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย

16.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองอิสตันบูล 
20.10  น. ออกเดินทางสู่ ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ TK 64  (ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง) สายการบินฯ มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าระหว่างเที่ยวบิน
วันที่ 16กรุงเทพมหานคร
09.40 น.เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ196,900 บาท
เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ราคาท่านละ186,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ24,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน TK (กระเป๋าเดินทางน้ำหนัก ไม่เกิน 20 กก./ใบ)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท   (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ ตามระบุ, ค่าวีซ่าคิวบา
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง พร้อมรวมค่าทิป เรียบร้อยแล้ว
  • ค่าวีซ่าอเมริกา (ลูกค้าจะต้องยื่นวีซ่า และ สัมภาษณ์ด้วยตัวเองเท่านั้น ทางบริษัทมีบริการกรอกเอกสารเพื่อยื่นวีซ่า และมีค่าวีซ่า + ค่าธรรมเนียม 7,000 บาท  )  สำหรับโปรแกรมนี้สามารถใช้วีซ่าอเมริกาเข้าเม็กซิโกได้
  • ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม แนะนำให้ท่านดูแลกระเป๋าด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันการสูญหาย
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มิได้ระบุ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • สำหรับการยื่นวีซ่าประเทศอเมริกา ทางผู้เดินทางจะต้องดำเนินการยื่นขอด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกฎของทางสถานฑูต ท่านสามารถเข้าไปทำการสมัครเพื่อขอยื่นวีซ่าได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov/visas.html 
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 100,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังได้รับการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (หากไม่ได้มีการยื่นวีซ่าล่วงหน้า) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 90 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45-59 วัน หักค่ามัดจำ 50,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 60-89 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน หักค่ามัดจำ 50,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี) (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 30-59 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-29 วัน หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์ (เมษายน-ธันวาคม ปีใหม่ 1-29 วัน)
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% 


    ***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก
    วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***

     
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง(หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 20 ท่าน ราคาทัวร์ เพิ่มท่านละ 4,000 บาท)
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
  • ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น
  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง ( TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตราฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)
  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯจะพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ท่าน โดยชดใช้ตามกฎของสายการบินเท่านั้น นั่นหมายถึงจะชดเชยตามน้ำหนักกระเป๋า คูณ ด้วยค่าชดเชย USD 20 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงไม่ควรโหลดของมีค่าทุกประเภทในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะหากเกิดการสูญหาย ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การชดเชยค่าเสียหายตามรายระเอียดข้างต้นเท่านั้น
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน
 
  1. หนังสือเดินทาง อายุใช้งานได้ เกิน 6 เดือนขึ้นไป และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 แผ่น
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาด 3.5 x 4.5 เซนติเมตร ใบหน้าขนาด 3 ซม. จำนวน 2 รูป พื้นฉากหลังรูปต้องเป็นพื้นสีขาวเท่านั้น (อย่าถ่ายเอง เพราะพื้นเป็นสีเทา ใช้ไม่ได้) ห้ามสวมแว่นสายตา (รูปห้ามเกิน 6 เดือน...สถานฑูตมีการเทียบรูปกับหน้าวีซ่าที่เคยได้)
  3. สำเนาบัตรประชาชน 
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน (กรุณาถ่ายหน้าแรกที่มีรายละเอียดบ้านเลขที่มาด้วย)
  5. สำเนาทะเบียนสมรส (กรณีผู้หญิง หากมีการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น ...นาง... ต้องแนบมา)
  6. สำเนาทะเบียนหย่า (กรณีผู้หญิง ถ้าหย่าและหากมีการใช้คำนำหน้าเป็น ....นาง...ต้องแนบมา)
  7. สูติบัตร (กรณีเด็กต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องแนบสูติบัตรมา) 
  8. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: (หากเด็กไม่ได้เดินทางพร้อม พ่อและแม่) ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ 
    - เด็ก เดินทางกับบุคคลอื่น บิดาและมารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอม ซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้น และให้ระบุว่า ยินยอมให้เด็กเดินทางกับใคร (ระบุชื่อ) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัว
    - เด็ก เดินทางกับบิดา มารดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า มารดายินยอมให้เด็กเดินทางกับบิดา (ระบุชื่อบิดา) 
    - เด็ก เดินทางกับมารดา บิดาต้องทำหนังสือแสดงความยินยอมซึ่งออกให้โดยที่ว่าการเขตหรืออำเภอเท่านั้นและให้ระบุว่า บิดายินยอมให้เด็กเดินทางกับมารดา (ระบุชื่อมารดา)  
  9. หลักฐานการทำงาน (จดหมายรับรองการทำงาน) ทำเป็นภาษาอังกฤษ
    จดหมายรับรองการทำงานให้ระบุ  TO WHOM IT MAY CONCERN (ไม่ต้องระบุสถานฑูตและประเทศ)
    - กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของกิจการ : ใช้หนังสือจดทะเบียนบริษัทฯ ที่มีรายชื่อผู้ประกอบกิจการ (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
    - กรณีผู้เดินทางเป็นเจ้าของร้านค้า : ใช้ทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อผู้เป็นเจ้าของร้านค้า
    - กรณีพนักงานบริษัท : ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาการว่าจ้าง เงินเดือน 
    - กรณีที่เป็นข้าราชการ : ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงาน 
    - กรณีเกษียณอายุราชการ: ถ่ายสำเนาบัตรข้าราชการบำนาญ
    - กรณีเป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันศึกษา นั้นว่ากำลังศึกษาอยู่ ระบุชั้นปีที่ศึกษา 
  10. หลักฐานการเงิน :  (กรุณาเตรียมให้ถูกต้อง)
    - หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Certificate) ของบัญชีออมทรัพย์ (Saving account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า 
    สำเนาสมุดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน นับขึ้นไปจากเดือนที่จะยื่นวีซ่า มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน และยอดแสดงในบัญชีต้องไม่ก้าวข้ามเดือน (ปรับสมุดและสำเนา 15 วันก่อนยื่นวีซ่า)

    หมายเหตุ : หากสมุดบัญชีแสดงยอดรวมที่มีการกระโดดข้ามเดือน (ยอดไม่ต่อเนื่อง) เช่นจากเดือน 1 ข้ามไปเป็นยอดของ เดือน 3 (เดือน 2 ไม่มี) ท่านต้องไปขอ Bank statement จากทางธนาคารแทนการถ่ายสำเนาสมุดบัญชี
    ************* Bank certificate และสำเนาสมุด/Statement ต้องเป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์เล่มเดียวกันเท่านั้น **************

    - บัญชีฝากประจำ (Fixed) สามารถแนบประกอบได้ แต่ท่านต้องแนบบัญชีออมทรัพย์ (Saving) มาด้วย
    หากต้องการใช้บัญชีฝากประจำ ต้องเตรียมดังนี้
    - หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Bank Certificate) ของบัญชีฝากประจำ (Fixed account) ออกโดยธนาคาร ระบุชื่อเจ้าของบัญชีให้ครบถ้วน มีอายุไม่เกิน 20 วันนับจากวันที่จะยื่นวีซ่า
    - สำเนาสมุดบัญชีฝากประจำ มียอดเงินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อการรับรอง 1 ท่าน 

    หมายเหตุ หากต้องการรับรองการเงินให้คนภายในครอบครัว ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
    - หนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Certificate) ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี รับรองค่าใช้จ่ายให้ใคร (ต้องระบุชื่อผู้ถูกรับรองในจดหมายด้วย) 
    - กรุณาแนบสูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส หรือหลักฐาน เพื่อแสดงสถานะ และความสัมพันธ์ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
    กรณีนายจ้างรับรองค่าใช้จ่ายให้ลูกจ้าง
    - จดหมายรับรองจากนายจ้างระบุว่าเป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
    - หนังสือรับรองเงินฝาก ดังข้อ 11.1 และ 11.2 
     
     (สถานฑูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวันในทุกกรณี ไม่ต้องแนบมา)


Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy