ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE866 : โปรแกรมทัวรจอร์เจีย เทือกเขาคอเคซัส โบสถ์เกอเกติ 8 วัน 5 คืน (KC)

DE866 : โปรแกรมทัวรจอร์เจีย เทือกเขาคอเคซัส โบสถ์เกอเกติ 8 วัน 5 คืน (KC)

ASTORIA HOTEL
GUDAURI INN HOTEL
TSKABULTO SPA RESORT HOTEL
WORLD PALACE HOTEL

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพ -  อัลมาตี้ ALA - ทบิลิชิ TBS
07.00 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยให้การต้อนรับและดูแลในการตรวจเอกสารการเดินทาง เคาน์เตอร์ของ สายการบินแอร์ อัสตาน่
10.15 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอัลมาตี้ (ALA) ท่าอากาศยานนานาชาติของคาซัคสถาน โดย สายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC932 (ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง 15 นาที)
16.30 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอัลมาตี้ (ALA) ท่าอากาศยานนานาชาติของคาซัคสถาน ห่างจากกรุงอัลมาตีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตร (รอเปลี่ยนเครื่อง) สู่ เมืองทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย

19.30 น.ออกเดินทางสู่ เมืองทบิลิชิ ประเทศจอร์เจีย โดยสายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC139 (ใช้เวลาบินโดยประมาณ 4 ชั่วโมง 10 นาที  พักผ่อนรับประทานอาหารบนเครื่องบิน)
21.40 น.

เดินทางถึง สนามบินนานาชาติทบิลิซิ TBILISI  (TBS) ประเทศจอร์เจีย

นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และรับกระเป๋าสัมภาระ มัคคุเทศก์ท้องถิ่นรอต้อนรับ ณ ทางออกของผู้โดยสายขาเข้า จากนั้นนำท่านดินทางเข้าสู่ตัว เมืองทบิลิซี และเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่พัก ASTORIA HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
วันที่ 2ทบิลิชิ - กูดาอูรี - Georgian Military Highway - เทือกเขาคอเคซัส - โบสถ์สมินดาซาเมบา
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางไปตามเส้นทางหลวงของจอร์เจียที่มีชื่อว่า Georgian Military Highway ถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่จอร์เจียอยู่ภายใต้การควบคุมจากสหภาพโซเวียด เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการข้ามเทือกเขาคอเคซัสจากรัสเซียมายังที่ภูมิภาคนี้ 

ถนนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นทางที่จะ นำท่านขึ้นสู่ เทือกเขาคอเคซัส (The Caucasus Mountain) เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย 

ระหว่างทางนำท่านแวะ ชม ป้อมอันนานูรี (Anauri Fortress) ป้อมปราการอันเก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16-17 ชมร่องรอยของซากกำแพงที่ล้อมรอบป้อมปราการแห่งนี้ไว้เปรียบเสมือนม่านที่ซ่อนเร้นความงดงามของโบสถ์ 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นโบสถของชาวเวอร์จิน ภายในยังมี หอคอยทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน จากมุมสูงของป้อมปราการนี้จะมองทัศนียภาพที่สวยงามของ อ่างเก็บน้ำชินวารี (ZHINVALI)ที่ซึ่งทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มไว้ใฃ้และชื่นชมทัศนียภาพทิวทัศน์ ของภูเขาล้อมรอบสถานที่แห่งนี้

จากนั้นออกเดินทางต่อไปตามเส้นทางหลวง ริมฝั่งแม่น้ำ Aragvi ผ่าน Jvari Pass ที่ระดับความสูง 2,395 เมตร บนเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ เพื่อเดินทาง สู่ เมืองคัสเบกิ (KAZBEGI) ความสูงที่ 1,700เมตร หรือในปัจจุบันเรียกว่า เมืองสเตปันสมินดา (Stepansminda) ชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2006 นี้แต่คนมักจะเรียกติดปากกันอยู่ว่า คัสเบกิอยู่ เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงทบิลิซี ประมาณ 157 กิโลเมตร ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัสที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย มีภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวของยอดเขาคัสเบกิอีกด้วย 

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น 
บ่าย

จากนั้นเปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ นั่งรถจิ๊ป 4X4 1คัน ขึ้นได้ประมาณ 6 ท่านเท่านั้น 

เพื่อขึ้นเขาไปชม โบสถ์สมินดา ซาเมบา ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 30 นาที

สู่เนินเขา ที่ตั้งของ โบสถ์สมินดา ซาเมบา Tsminda Sameba หรือ โบสถ์เกอเกติ (GERGETI TRINITY CHURCH)  คือโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย โบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์เก่าแก่นี้ สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 บนยอดเขาที่มีความสูงถึง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติของเทือกเขาคอเคซัสรอบทิศและโบสถ์เล็กๆที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาจึงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่สมัยที่จอร์เจียยังอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตซึ่งตั้งอยู่อย่างสวยงามและโดดเด่น บนเนินเขาซึ่งล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ที่ระดับความสูง 2,170 เมตร 

***หมายเหตุ เนื่องด้วย เดือนพฤศจิกายน – ถึงเมษายน ของทุกปีจะเป็นช่วง WINTER ของประเทศจอร์เจีย หิมะจะตกเป็นจำนวนมากและแต่ละปีความความหนาวเย็นของน้ำแข็ง หิมะก็ไม่เท่ากัน ทำให้ทางขึ้นเขาสู่โบสถ์สมินดา วาเมบานั้นปิดเพราะถนนลื่น ก่อให้เกินอันตราย รถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปได้ โดนหน้างานในแต่ละครั้งจะคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ****

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับ สู่ เมืองกูดาอูรี GUDAURI  

ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก  GUDAURI INN HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
วันที่ 3กูดาอูรี  - เมืองกอรี - พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน - เมืองคูไตซี
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกอรี (GORI) (ระยะทาง 150 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ทุกวันนี้ เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นบ้านเกิดของ “โจเซฟ สตาลิน” (Joseph Stalin) ชาวจอร์เจียที่ในอดีตเป็นผู้ปกครองสหภาพโซเวียต ในยุคศตวรรษที่ 1920 ถึง 1950 และมีชื่อเสียง เรื่องความโหดเหี้ยมในการปกครองในเมืองกอรีแห่งนี้ 

นำท่าน ชม อุพลิสชิเค่ (ULISTSIKHECAVE – TOEN) หนึ่งในเมืองถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจีย มีการตั้งถิ่นฐานในดินแดนแถบนี้กันมานานแล้วกว่า 3000 ปีก่อน ในอดีตช่วงยุคโบราณก่อนยุคกลาง (Hellenistic and Late Antique periods) ช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ.500 เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม และช่วงที่เมืองนี้มีความเจริญสุดขีดคือ ในช่วงคริสตวรรษที่ 9 ถึง 11 ก่อนจะถูกรุกรานโดยชาวมองโกลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และถูกปล่อยให้เป็นเมืองร้างไป ท่านจะได้พบกับศาสนสถานที่มีห้องโถงขนาดใหญ่ที่ชาวเพเก้น (Pagan) ใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมซึ่งเป็นลัทธิบูชาไฟ เป็นลัทธิของคนในแถบนี้ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเข้าเมื่อ 1700 ปีก่อน และยังมีห้องต่างๆ ซึ่งคาดว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ของชาวคริสต์ ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของสตาลิน (MUSEUM OF STALIN) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมทั้งเรื่องราวต่างๆของท่านสตาลิน และยังมีการแสดงถึงประวัติชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น
บ่าย

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน นั้นนำท่านเดินทาง สู่ เมืองคูไตซี (KUTAISI) พาท่านย้อนกลับไปเมื่อสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ ของอาณาจักรโคลซิส (Colchis) หรืออาณาจักรจอร์เจียนโบราณนั่นเอง

ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก
ที่พัก TSKABULTO SPA RESORT HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
วันที่ 4KUTAISI - อารามจีลาติ - มหาวิหารบากราติ - เมืองบาทูมี่ - Piazzal Square
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านชม ตลาดผลไม้ และ ขายข้าวของต่างๆยามเช้า ให้ได้รู้จักผลไม้อันขึ้นชื่อของจอร์เจีย สินค้าพื่นเมือง 

จากตัวเมืองไปไม่ไกลนักเป็นแหล่งมรดกโลกด้านวัฒนธรรมของจอร์เจียแห่งแรก นั้นคือ อารามจีลาติ”  (GELATI CATHEDRAL) อารามหลวง ของเมือง ถูกค้นพบในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ซึ่งทางองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อารามจีลาติเป็นมรดกโลกเมื่อ ปี ค.ศ.1994 ภายในบริเวณอารามแบ่งเป็นสองส่วนคือโบสถ์เซนต์ นิโคลาส  (St. Nicholas) และ โบสถ์เซนต์ จอร์จ (St.George) ในโบสถ์เซนต์นิโคลัสนั้น มีภาพเขียนสีเฟรสโกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาที่สวยงามตระการตามากมายหลายภาพ และยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และที่สำคัญตรง บริเวณโดมขนาดใหญ่ของโบสถ์ซึ่งเป็นภาพพระแม่มารีนั้น ใช้กระเบื้อง โมเสกสีทองประดับประดากว่า 2 ล้านชิ้น งดงามมากๆ

และสถานที่สำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของ จอร์เจียคือ “มหาวิหารบากราติ” ตั้งอยู่ในเมืองคูไตซี เช่นกัน แม้จะถูกทำลายไปบ้างจากพวกเติร์ก แต่บางส่วนก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ สร้างในปีศตวรรษที่ 11 สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมยุคกลางอย่างเด่นชัด แม้ว่าตัวโบสถ์จะได้รับความเสียหายทั้งจากศัตรูผู้รุกรานและภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ แต่ก็ได้มีการบูรณะมาโดยตลอด และสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบเนื่องจากโบสถ์ตั้งอยู่บนเนินเขา Ukimerioni ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้โดยรอบ

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น 
บ่าย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไป ยัง เมืองบาทูมี่ (BATUMI) (ระยะทางประมาณ 140 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.) เมืองนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเล บนชายฝั่งตะวันออกของทะเลดำ เป็นเมืองหลวงของ  อัตจารา (Ajara) เป็นสาธารณรัฐอิสระที่ปกครองตนเองอยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศจอร์เจียครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้างปละมีสภาพภูมิทัศน์ที่หลากหลายแตกต่างกัน มีทั้งบริเวณเทือกเขาสูงที่อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี ไปจนถึงเนินเขาที่เขียวชอุ่ม เป็นหนึ่งในเมืองที่มีทิวทัศน์สวยที่สุดของจอร์เจีย มีความงามของธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ พื้นที่ด้านหนึ่งของเมืองที่ถูกล้อมด้วยทิวทัศน์ของทะเลดำ เมืองบาทูมิ (Batumi) เป็นเมืองที่มีท่าเรือสำคัญขนาดใหญ่ รวมถึงถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทาง 

นำท่านชมบรรยากาศของบ้านเรือนเก่า ในย่าน Old Town และ Batumi ชม Piazzal Square สร้างขึ้นในปี 2009 เป็นอาคารที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังชาวจอร์เจีย Vazha Orbeladze สร้างด้วยสไตล์สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน และในปี 2011 ที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ได้เริ่มปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของเมืองประกอบไปด้วยภัตตาคาร , โรงแรม , ไนท์คลับ ฯลฯ 

ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก WORLD PALACE HOTEL @BATUMI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
วันที่ 5ชมวิธีการเก็บไวน์ - CHARDAKHI - วิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว นำทุกท่านเข้า ชม Iago’s Wine Cellar ในแบรนด์ Iago Bitarishvili’s wine cellar  ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Chardakhi  ดูวิธีการเก็บไวน์ การบ่มไวน์ ดูห้องเก็บไวน์ที่ประกอบด้วยสองส่วนคือ ห้องเก็บไวน์ด้านบนและด้านล่างซึ่งสร้างขึ้นในสไตล์ดั้งเดิมที่ประกอบด้วย GVEVRI โรงทำไวน์หิน เป็นสถานที่สำหรับจัดเก็บไวน์ มีห้องให้ลิ้มรสไวน์สำหรับแขกที่เข้ามาชม และอีกห้องจะเป็นลักษณะแบบเตาอบขนมปังแบบดั้งเดิม ,โรงกลั่น CHACHA ฯลฯ และทุกท่านยังสามารถมีส่วนร่วมในการเก็บเกี่ยวองุ่นและได้ซื้อกลับไปเป็นของฝากแก่เพื่อนๆ และคนที่คุณรักได้อีกด้วย พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงฉบับพื้นเมือง ณ ที่นี้ 

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ  Iago’s Wine Cellar
บ่าย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทลิบิซี TBILLISI  เพื่อชมวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี

(HOLY TRINITY CATHEDRAL) ที่เรียกกันว่า HOLY SAMEBA เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออร์โธดอกจอร์เจียตั้งอยู่ในทบิลิซีเมืองหลวงของจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออร์โธดอกในโลก

 
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร 
ที่พัก ASTORIA HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
วันที่ 4TBILISI - มิสเคด้า (MTSKHETA) - มหาวิหารจวารี - วิหารสเวติสเคอเวรี
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองทบิลิซี ถูกสร้างโดยกษัตริย์วาคตัง จอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) เมื่อครั้งคริสตศรรษที่ 5 หรือเมือประมาณ 1,500 ปีก่อน เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป

นำท่านเที่ยวชม เมืองทบิลิซี (OLDTOWN: METECHI) ชมป้อมนาริกาลา(NARIGALA FORTRESS) และอนุสาวรีย์มารดาแห่งจอร์เจีย (Kartlis Deda, Mother Georgia) ป้อมนาริกาลาเป็นปราการหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือนครทบิลิซี สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ผ่านผู้ปกครองมาหลายยุคหลายสมัยที่ต่างผลัดกันเข้ามารุกรานนครเล็กๆ บนเส้นทางสายไหมแห่งนี้ ราชวงศ์อุมัยยัด (Umayyad Dinasty) ของชาวอาหรับได้ต่อเติมป้อมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ต่อมาพวกมองโกลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า NARIN QALA แปลว่าป้อมน้อย (Little Fortress) นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าป้อมนาริกาลาเป็นป้อมแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด

จากนั้นนำทุกท่าน สู่ สะพานแห่งสันติภาพ (THE BRIDGE OF PEACE)”เป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจในเมือง Tbilisi ออกแบบโดย สถาปัคนิกชาวอิตาเลื่ยนชื่อ Michele De Lucchi สะพานมีความยาวที่ 150 เมตร ลักษณะการออกแบบร่วมสมัย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2010 โครงสร้างนั้นถูกออกแบบและสร้างที่อิตาลี และนำเข้ามาโดยรถบรรทุก 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมือง Tbilisi ที่ตั้งนั้นอยู่บนแม่น้ำ Mtkvari River สามารถมองเห็นได้หลายมุมจากในเมือง และยังมี illuminating ที่จะแสดงแสงสีจากไฟ LED ที่ติดตัวรอบตัวสะพานเป็นเวลา 90 นาทีก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตคาคารท้องถิ่น

นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองมิสเคด้า (MTSKHETA) ศูนย์กลางทางศาสนาของประเทศจอร์เจีย เมืองที่เก่าแก่ที่สุดของจอร์เจียอายุกว่า 3,000 ปี ตั้งอยู่ห่างจากกรุงทบิลิซี ประมาณ 25 กม.(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที) และในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอิเบเรีย (Iberia Kingdom) ซึ่วเป็นราชอาณาจักรของจอร์เจียในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล ถึงปี ค.ศ.500 แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรจากสมัยนั้นหลงเหลืออยู่แล้ว ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแผ่ในเมืองนี้ช่วงศตวรรษที่ 4 องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียน “โบราณสถานแห่งเมืองมิสเคด้า (HISTORICAL MONUMENT OF MTSKHETA) เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1994 นอกจากนี้องค์การยูเนสโกไดขึ้นทะเบียนโบราณสถานแห่งเมืองมิทสเคต้าให้เป็นมรดกโลก (UNESCO WORLD HERITAGE SITE)

นำท่านชม มหาวิหารจวารี (JVARI MONASTERY) หรือโบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ ของศานาคริสต์นิกายออโธด๊อก สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ชาวจอร์เจียสักการะนับถือวิหารแห่งนี้เป็นอย่างมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ ซึ่งชาวเมืองกล่าวกันว่า นักบุญนีโน่ หรือแม่ชีนีโน่ แห่งคัปปาโดเกีย (เมืองหนึ่งในประเทศตุรกีปัจจุบัน) ได้นำไม้กางเขนนี้เข้ามาและเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็นครั้งแรกในช่วงโบราณกาล 

นำท่าน ชมวิหารสเวติสเคอเวรี (Svetitkhoveli Cathedral) สร้างราวศตวรรษที่ 11 โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวจอร์เจีย ชื่อ Arsukisdze มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ และให้ศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติของจอร์เจียเมื่อปี ค.ศ.337 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโก้อย่างงดงาม

ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร 
20.00 น.นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำการเช็คอิน สู่ ASTANA อัสตานา
23.10 น. ออกเดินทาง สู่สนามบินนานาชาติ ASTANA อัสตานา โดยสายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC120
วันที่ 7กรุงอัสตาน่า (คาซัคสถาน) - หอคอยไบเทเร็ก - KHAN SHATYR
04.25 น. เดินทางถึง กรุงอัสตาน่า ประเทศคาซัคสถาน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม………………………………… (HOTEL HALF DAY)  
เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมและพักผ่อนตามอัธยาศัย
11.30 น.เช็คทเอาท์ ออกจากที่พัก นำท่านออกเดินทาง
กลางวันบริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย

กรุงอัสตาน่า  เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศคาซัคสถาน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีแม่น้ำ Ishim ไหล่ผ่าน โดยได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงในปี ค.ศ.1997 ซึ่ง “อัสตาน่า” เป็นภาษาคาซัคแปลว่าเมืองหลวง โดยประธานาธิบดีนูร์ซุลตาน นาซาร์บาเยฟ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ด้วยความต้องการที่จะสร้างเมืองให้เป็นโลกในอนาคต กรุงอัสตาน่าจึงเต็มไปด้วยตึกสวยงามรูปร่างแปลกตาจากสุดยอดสถาปนิกจากทั่วทุกมุมโลก การมาเยือนกรุงอัสตาน่าเสมือนทำให้นักท่องเที่ยวเหมือนได้หลุดไปสู่โลกในอนาคตที่ไม่มีเมืองใดเหมือน

นำท่านชม หอคอยไบเทเร็ก (Bayterek Tower) ที่ความสูง 97 เมตร ซึ่งเลข 97 แทนปี ค.ศ. 1997 ปีแห่งการสถาปนากรุงอัสตาน่าเป็นเมืองหลวง ตัวตึกเป็นทรงกรวยเหมือนต้นไม้แตกกิ่งโดยมีโดมกลมสีทองด้านบน

จากนั้นนำทุกท่าน อิสระ SHOPPING ที่ KHAN SHATYR ENTERTAINMENT CENTER ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งใหม่ของชาวอัสตาน่า ด้วยรูปลักษณ์อาคารที่โดดเด่นแปลกตา ด้วยสร้างขึ้นให้เหมือนเต้นท์ของท่านข่าน ภายในมีร้านแบรนด์เนมและสินค้าหลากหลายให้ท่านได้เลือกชมและหาซื้อ 

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบิน

20.15 น.ออกเดินทาง สู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินแอร์ อัสตาน่า เที่ยวบินที่ KC 231 (ใช้เวลาในการเดินทาง 7 ชั่วโมง 40 นาที)
วันที่ 8สนามบินสุวรรณภูมิ 
04.55 น.เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด (Economy Class)  , ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
  • ค่าที่พักโรงแรมระดับมาตรฐาน รวมทั้งสิ้น 5 คืน + ครึ่งวันที่คาซัคสถาน
  • ค่าอาหารครบทุกมื้อตลอดรายการ
  • ค่ารถรับ-ส่งสนามบิน และ รายการทัวร์ตลอดรายการ
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศคาซัคสถาน
  • อัตราค่าเข้าชมสถานที่ที่ระบุไว้ในรายการ
  • ประกันภัยในการเดินทาง ในกรณีที่ เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ จะคุ้มครองเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท (คุ้มครอง ผู้เอาประกันภัย อายุระหว่าง 15-75 ปี ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ ระหว่าง 75-85 ปี คุ้มครอง 50 % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ / ส่วนในกรณี ผู้เอาประกันภัยอายุสูงกว่า 85 ปี ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคุ้มครอง) 
  • กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลด ให้ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก.ต่อใบ / กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand carry) 
  • น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 ก.ก.1ใบ 
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ
  • พนักงานยกกระเป๋าตามโรงแรมที่พัก 
  • ทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น 3 USD/วัน, พนักงานขับรถ 2 USD/วัน, ร้านอาหาร, ทิปหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย USD/วัน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือ ค่าใช้จ่ายอื่น ที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม
  • 3 USD / ท่าน สำหรับมัคคุเทศก์ท้องถิ่น  x 7 วัน = 21 USD
  • 2 USD / ท่าน สำหรับคนขับรถต่อวัน  x 7 วัน = 14 USD
  • 3 USD /ท่าน สำหรับหัวหน้าทัวร์ไทย  x 8 วัน = 24 USD
  • รวมค่าทิป 59 USD/ท่านหรือประมาณ 1,880 บาทไทย
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 15, 000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังจากที่มีการจอง พร้อมส่งรายชื่อและหน้าพาสปอร์ตผู้ที่จะเดินทางทันที 
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 20 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง 

    - กรณีที่ต้องการออกตั๋วภายในประเทศ กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
    - หลังจากชำระค่ามัดจำแล้ว สามารถเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางได้ ก่อนที่บริษัทฯ จะทำการออกตั๋วล่วงหน้า 1-2 อาทิตย์ก่อนการเดินทาง
  • ยกเลิกหลังจากวางเงินมัดจำ บริษัทฯจะคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ณ วันนั้น ที่ไม่สามารถ คืนเงินได้ (ตัวอย่างเช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่ามัดจำห้องพัก เป็นต้น) 
  • ยกเลิกหลังจากจ่ายเงินเต็มจำนวน บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมดในทุกกรณีกรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล รับรอง บริษัทจะทำเรื่องยื่นเอกสารไปยังสายการบิน โรงแรม และในทุกๆการให้บริการ เพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งไม่สามารถแจ้งได้ว่าสามารถคืนเงินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือไม่ได้เลย เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาและตัดสินใจของสายการบิน โรงแรมและในทุกๆบริการอื่นๆเป็นสำคัญ
  • กรณีผู้เดินทางไม่สามารถ เข้า-ออก เมืองได้เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 15 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 15 ท่าน ทางคณะทัวร์ ขอเพิ่มท่านละ 2,000 บาท กรณีที่คณะทัวร์ทุกท่านต้องการออกเดินทาง พร้อมมีไกด์ อำนวยความสะดวก **
    }ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน หรือต่ำกว่ามาตรฐานของการยืนยันการเดินทาง ทางผู้จัดรายการ ขอพิจารณายกเลิกการเดินทาง หรือ เรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มเต็ม ตามความเหมาะสม
    }บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ 
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน  เครื่องบินรีเลย์  ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่น ๆ ที่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ อุบัติเหตุต่าง ๆ
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  • เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ
  • กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธเข้าเมือง โดยด่านตรวจคนเข้าเมือง
  • สำหรับ ผู้โดยสาร ที่ไม่ได้ถือ PASSPORT ไทย หรือ PASSPORT ต่างด้าว ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบเรื่องเอกสาร (VISA) หรือ การแจ้งเข้าแจ้งออกประเทศไทยเอง ทางบริษัทฯ ทัวร์ จะไม่รับผิดชอบในกรณี ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยปฏิเสธในการเข้าและออก 
  • หากท่านจองรายการทัวร์ ของเรา ถือได้ว่าท่านได้ยอมรับและตกลงตามในรายการทัวร์ทุกอย่างตามที่แจ้งไว้ตามเอกสารด้านบนแล้ว 

หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางและมีหน้าที่เหลือไว้ประทับตราไม่น้อยกว่า 2 หน้า
** กรณี ถือหนังสือเดินทางต่างชาติ โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม **

**ในกรณีที่ผู้โดยสาร มีไฟล์ทเดินทางภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับวันเดินทางที่ท่านได้ทำการจองไว้กับทางบริษัทฯ กรุณาแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนการชำระเงินค่าตั๋วดังกล่าว ถ้าเกิดข้อผิดพลาด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี**

1.หนังสือ passport ตัวจริง
2.รูปถ่าย 2 นิ้ว พื้นหลังขาว จำนวน 2 รูป
3.สำเนานามบัตรแสดงสถานที่ทำงานและตำแหน่งงานชัดเจน
4.สำเนาทะเบียนบ้าน 


Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy