ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE670 : โปรแกรมทัวร์อินเดีย มุมไบ ถ้ำอชันตา ถ้ำเอลโลร่า 5 วัน 3 คืน (9W)

DE670 : โปรแกรมทัวร์อินเดีย มุมไบ ถ้ำอชันตา ถ้ำเอลโลร่า 5 วัน 3 คืน (9W)

HOTEL AMBASSADOR HOTEL
Hotel holidays Inn

โปรแกรมทัวร์อินเดีย มุมไบ ถ้ำอชันตา ถ้ำเอลโลร่า ... ชมเมืองมุมไบ | ชมมรดกโลก สถานีรถไฟวิคตอเรียเทอมินาส | ชมประตูสู่อินเดีย | ชมถ้ำเกาะช้าง | ชมภาพพระศิวะปราบอันธกาสูธ | ชมวัดสิทธิวินัยยัค | ชมถ้ำอะชันต้า | ชมถ้ำเอลโลร่า | ชมป้อมเดาลาตาบัด

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE670-00220-24 ต.ค. 61JET AIRWAYS (9W)39,800จองด่วน
DE670-00314-18 พ.ย. 61JET AIRWAYS (9W)39,800จองด่วน
DE670-00405-09 ธ.ค. 61JET AIRWAYS (9W)39,800จองด่วน
DE670-00529 ธ.ค. 61-02 ม.ค. 62JET AIRWAYS (9W)40,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพฯ - มุมไบ/บอมเบย์ รัฐมหาราษ (ประเทศอินเดีย)
04.00 น.

คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4  ประตูทางเข้าที่ 7 สายการบิน Jet Airways (9W) โดยเจ้าหน้าที่บริษัท คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. 

05.55 น.  ออกเดินทางสู่ มุมไบ (บอมเบย์) ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน เจ็ท แอร์เวย์  เที่ยวบินที่ 9W 061 สายการบินจะบริการเครื่องดื่มและเสริฟ์อาหารเช้าบนเครื่อง  
08.50 น.

เดินทางถึง (ตามเวลาท้องถิ่น) สายการบินถึงท่าอากาศยาน สนามบินฉัตรปตีศิวะจิ ( CHHATRAPATI  SHIVAJI )  เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ผ่านพิธีการตรวจสอบคนเข้าเมืองและ ผ่านด่านศุลกากรหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง มุมไบ (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าประเทศไทยอยู่1.30 ชั่วโมง)   

มุมไบ กลิ่นอายตะวันตกในฉบับอินเดีย”มุมไบ (Mumbai) หรือ บอมเบย์ (Bombay) ในอดีต มีฐานะเป็นเมืองหลวงของรัฐมหาราษฏระ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหมู่เกาะ 7 เกาะ ที่แยกออกจากแผ่นดิน ก่อนจะเชื่อมต่อกันเมื่อร่องน้ำลำคลองตื้นเขินและกลายเป็นแหลมยื่นออกไปใน ทะเลยาว 22 กิโลเมตร อย่างในปัจจุบันแม้ผ่านพ้นช่วงเวลา ของการตกเป็นอาณานิคมมานานแล้ว แต่เสน่ห์ของความเป็นตะวันตกยังคงหลงเหลือให้เราได้สัมผัสอยู่ตลอดเส้นทางใน เมืองมุมไบ ตึกรามบ้านช่อง และอาคารสำคัญๆ ขนาดใหญ่ ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคยังมีให้เห็นมากมาย..

จากนั้น ท่านชมทัศนียภาพเมือง “มุมไบ”  หรือ นครลอนดอนแห่งอินเดีย

มุมไบ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามครั้งเมื่ออังกฤษยังปกครองอยู่ มีทั้งแบบอังกฤษโกธิค แบบอินเดียผสมอาหรับ เช่น สถานีรถไฟ  The Prince of Wales Museum of Western India หรือ “พิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์” และ “มหาวิทยาลัยบอมเบย์” (University of Bombay) ซึ่งเป็นอาคารที่มี สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่สวยงาม วิคทอเรียเทอร์มินัส ที่ทำการรัฐบาลและอาคารมหาวิทยาลัยมุมไบ ที่สร้างเลียนแบบกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ยังมี “อาคารที่ทำการรัฐบาล” ที่สวยงาม “มหาวิทยาลัยมุมไบที่มีหอนาฬิกาขนาดใหญ่ละม้ายคล้ายหอนาฬิกาบิ๊กเบนในประเทศ อังกฤษ” สูงสง่าอวดสายตาแขกต่างเมือง รวมถึงอาคารร้านค้า และโบสถ์ในคริสต์ศาสนา มุมไบ หรือ บอมเบย์ ยังมีชื่อเสียงโด่งดัง ในฐานะ “ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของประเทศ รวมทั้งยังเป็นเมืองที่ผลิตภาพยนตร์มากที่สุดในโลก ประมาณ 800 เรื่องต่อปี” จนได้เรียกขานกันว่า “บอลลีวู้ด”

เยี่ยมชม มรดกโลก แห่งแรก “สถานีรถไฟวิคตอเรียเทอมินาส” หรือในชื่ออินเดียใหม่ว่า “ฉัตรปตี ศิวาจีเทอมินาส” ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย ก่อสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานกับงานศิลปะแบบอินเดียอันทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย 

สถานที่แห่งสำคัญที่พลาดไม่ได้ก็คือ “ประตูสู่อินเดีย” (Gateway of India) ริมฝั่งทะเลอาระเบียน ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมุมไบ สร้างขึ้นเพื่อเป็น “อนุสรณ์ในการเสด็จมาเยือนมุมไบของพระเจ้าจอร์จที่ 5 และสมเด็จพระราชินีแมรี่” ในปี ค.ศ.1911 เพื่อทรงร่วมงานเดลีดารบัร ความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะของท้องถิ่น กับแบบมุสลิมของรัฐคุชราต ประกอบกับความสูงกว่า 80 ฟุต ของประตูสู่อินเดีย ทำให้ที่นี่เป็นที่หมายสำคัญแห่งแรกๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาสู่มุมไบ...

นำท่านเดินไปยังท่าน้ำตรง GATEWAY OF INDIA เพื่อทำการขึ้นเรือโดยสารมุ่งหน้าไปยัง ถ้ำเกาะช้าง (เรือไม้ขนาดไซด์บรรจุผู้โดยสารได้ถึง 50 ท่านจะออกจากท่าประมาณทุกๆครึ่งชั่วโมงออกจากเกาะไปประมาณ 45 นาที) ภายหลังที่เรือแล่นออกจากท่าน้ำท่านสามารถเก็บบันทึกภาพประตูชัยที่อยู่ติดกับโรงแรมสุดหรูทัชมาฮาล จะได้ชมภาพทิวทัศน์ของท่าเมืองมุมไบตลอดเส้นทางเดินทางท่านจะสามารถเห็นฐานทัพเรือของอินเดียระหว่างทางสู่เกาะด้วย

เยี่ยมชม มรดกโลก แห่งที่สอง ...นำท่านล่องเรือกลางมหาสมุทรอินเดีย สู่ “เกาะช้าง” (Elephant Island) หรือ “ฆรบุรี” ถ้ำช้าง ตั้งอยู่บนเกาะกลางอ่าวหน้าเมืองมุมไบประมาณ 1500 กว่าปี มาแล้ว กษัตริย์ราชวงศ์ไตรกูฏกะปกครองดินแดนที่ราบสูงเผ่าเดคข่านตะวันตกของอินเดียได้มีรับสั่งให้ทำการสร้างถ้ำนี้ขึ้นเพื่ออุทิศถวายเป็นเทวสถานแด่องค์พระศิวะเทพ

จากนั้นนำท่านเคลื่อนย้ายต่อโดยเปลี่ยนเป็นนั่ง “รถไฟจิ๋ว” ( วิ่งโดยไม่มีคนขับเนื่องมาจากใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุม) ระยะทางไม่ถึงกิโลเมตรก็ถึงที่หมายรถไฟจะทำการจอดให้ลงพร้อมเดินขึ้นเขาเพื่อไปเยี่ยมชม ถ้ำช้าง ตลอดทางขึ้นจะมีพ่อค้าแม่ค้านำสินของมาวางขายอยู่เกลื่อนกลาด

ถ้ำช้าง ผนังถ้ำส่วนแรกจะเป็นภาพสลักตอน “ศิวนาฎราช” ลักษณะพระศิวะเจ้าทรงแสดงการฟ้อนรำโดยกระบวนท่านาฏยศาสตร์ 108 ท่าเพื่อให้อัฎจักรทุกสิ่งในจักวาลเคลื่อนที่ไปอย่างสมดุล (คล้ายกับปราสาทพนมรุ้ง) กลางถ้ำมีประติมากรรมรูปมเหศวรตรีมูรติ“ หรือพระศิว3หน้าหรือรูปปั้น3เศียรมีความสูงเกือบ 20 ฟีด (TRIMURTI ) พระพักตร์ตรงกลางเป็นพระศิวะผู้เมตตากรุณาหรือเรียกว่า“ จันทรเศษมูรติ“ พระพักตร์ทางด้านซ้าย จะเป็นพระศิวะปางดุร้ายเรียกว่า“ไภรวะ” พระพักตร์ทางด้านขวา จะเป็นใบหน้าสตรี ซึ่งหมายถึง “ พระอุมาภควดี” ซึ่งเป็นอัครมเหสีของพระองค์)

ถัดมานำท่านชมความงดงามของภาพ “ROYAL  WEDDING “ ระหว่างพระศิวะกับพระอุมา (มีเรื่องเล่ากันว่าก่อนชาติพระอุมาพระนางได้เกิดมาในนามอื่นนั่นคือพระสตี พ่อตาเกิดรังเกียจลูกเขยอีกทั้งพูดจาถากถางดูถูก พระนางสตีจึงทำการโดดเข้ากองไฟเพื่อปกป้องเกียรติของพระสวามี ต่อมาเมื่อพระศิวะทราบจึงแผลงฤทธิ์ทำการสังหารคนที่ทำให้หญิงคนรักต้องจากไป จากนั้นพระองค์ก็แบกศพของนางสตีวิ่งร่ำไห้ไปรอบจักรวาล ประดุจจะขาดใจเมื่อสิ้นนางและพระองค์ก็ไม่ทำการชายตามองหญิงอื่นใดเลยจนกระทั่งพระสตีกลับชาติมาเกิดใหม่ เป็นเทพธิดาแห่งภูเขาหิมาลัยนามว่าพระอุมา“) ชมภาพพระศิวะปราบอันธกาสูธ ( หมายถึงปราบปีศาจแห่งความมืด) ถัดมาด้านข้างตัวถ้ำมีโพรงใหญ่ใต้พื้นเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติเขียวใสคนอินเดียถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะอยู่ใต้ถ้ำ...

ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับเข้าฝั่ง

จากนั้นอิสระ ถ่ายรูปคู่กับ “ประตูชัย” (Gateway of India) ตามอัธยาศัย

ที่พัก Hotel holidays Inn  (เมืองมุมไบ) หรือเทียบเท่า
วันที่ 2บอมเบย์ - ออรังกาบัด (บินภายในประเทศ)
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ “วัดสิทธิวินัยยัค” (Siddhivinayak Temple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ ในศาสนาฮินดู  ให้ท่านได้บูชาเครื่องราง,รูปบูชาขององค์ท่านตามอัธยาศัย 

วัดสิทธิวินัยยัค สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1801 ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์ “พระพิฆเนศ” เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ซึ่งตั้งอยู่ในองค์มณฑปศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังศรัทธา ทันทีที่ท่านก้าวเข้าสู่ภายในวัดที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่มาเคารพสักการะ หลังจากที่ท่านได้สักการะองค์ท่านแล้ว จะมีพิธีกรรมที่ประหลาดอีกอย่างที่จำเป็นต้องทำคือ ให้ท่านได้กระซิบคำอธิษฐานต่อรูปปั้นหนู 2 ตน ที่ถือเป็นพระสหายขององค์ท่านด้วย 

นำท่านชม โดบิกาต (Dhobi Ghat) เป็นสถานที่ซักผ้า (Washing Place) ที่มีชื่อเสียงของเมืองมุมไบในฐานะลานซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะที่นี่ต้องใช้ลูกจ้างในการซักผ้ามากถึงห้าพันคนโดบิกาตมีลักษณะเป็นลานที่ทำเป็นช่องๆ วางแปลนอย่างเป็นระเบียบ คนงานซักผ้าต่างก็ขมีขมันซักผ้าในช่องของตนโดยการทุบๆ สิ่งสกปรกออกจากผ้า ซึ่งผ้าที่นำมาซักจะถูกส่งมาจากโรงแรมต่างๆ ทั่วเมืองมุมไบแม้ว่าโดบิกาตจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และเสียงอึกทึก แต่ก็เป็นสถานที่มีเสน่ห์ เป็นสีสัน และเป็นเอกลักษณ์ของมุมไบที่หาดูไม่ได้ในที่อื่นๆ โดยเฉพาะการสะท้อนภาพวิถีชีวิตในเมืองที่แออัดหนาแน่นอย่างมุมไบ เราจะพบเห็น โดบิกาต กลายเป็นฉากประกอบในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Slum Dog Millionaire, Hisss รวมทั้งหนังที่ชื่อ Dhobi Ghat อีกด้วย

12.30 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

นำท่านชมบ้านท่านมหาตมะ คานธี  “คานธี” มหาบุรุษแห่งสันติภาพสู่ทะเลอาหรับ ซึ่งตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ท่านจะได้เห็นห้องทำงานห้องนอน และของใช้ของท่าน แม้แต่ภาพวันที่ท่านสิ้นลมหายใจสุดท้ายจากกระสุนปืน

จากนั้น นำท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองมุมไบ...ก่อนเดินทางสู่ สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางสู่ เมืองออรังกาบาด

14.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางสู่ ออรังกาบาด
16.40 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองออรังกาบัด โดย สายการบินเจ็ท แอร์เวย์  เที่ยวบินที่   9W 7148
17.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานเมืองออรังกาบัด ตรวจรับสำภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก 
19.00 น. บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร ของโรงแรมอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
ที่พัก  HOTEL  AMBASSADOR  HOTEL  หรือเทียบเท่า (เมืองออรังกาบัด)
วันที่ 3เมืองออรังกาบาด( AURANGABAD ) - อะชันต้า  ( AJANTA CAVES ) “  ถ้ำมรดกโลก “
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่.. ถ้ำอชันต้า ( ระยะทาง 110 กม. ใช้เวลา 2.30 ชม. ) 

มรดกโลกแห่งที่สาม ถ้ำอะชันต้า ( AJAMTA CAVE ) ตั้งห่างจากเมืองออรังกาบาดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 110 กิโลเมตร ถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดีย (ถ้ำจะทำการปิดให้บริการทุกวันจันทร์)

ถ้ำอะชันต้า “ ถ้ำมรดกโลก”  แบ่งออกเป็น 2 ยุคโดยในยุคแรกประมาณศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตศักราช ได้ถูกสร้างออกมาในรูปลักษณะของ” วิหาร” ( วัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติสมาธิ–ของเหล่าพระภิกษุ) และ “เจดีย์“ (เพื่ออุทิศแด่องค์พระพุทธเจ้า) มีหลักฐานเป็นภาพเขียนสีน้ำบนผนังที่ถ่ายทอดถึงเรื่องราวชาดกเข้าใจถึงพุทธประวัติเพราะมีการใช้ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้าโดยตามความเชื่อของชาวเถรวาทยุคที่สองประมาณคริสศตวรรษที่ 5-6 ได้มีการเพิ่มเติมโดยแกะสลักพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์หลายพระองค์บนเจดีย์และบนผนังวิหารในแบบความเชื่อแบบใหม่หรือตามแบบของชาวมหายานถ้ำอะชันต้า( AJANTA CAVES ) ถือเป็นถ้ำที่มีการเจาะเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่จนได้รับเป็น สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกที่มีอายุมากกว่า 2000 ปี และภายในถ้ำก็มีถ้ำมหึมาขนาดใหญ่อีกกว่า30ถ้ำ โดยผนังถ้ำมีภาพจิตกรรมฝาผนังที่มีอายุนับกว่า 1200 ปี

13.00 น.รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น บริเวณใกล้ ถ้ำอะชันต้า
บ่าย

นำท่านเข้าชมสถาปัตยกรรมของ ถ้ำอะชันต้า ตั้งแต่ถ้ำแรก

เกร็ดย่อของถ้ำต่าง ๆ 

ถ้ำเบอร์ 2 เป็นถ้ำของฝ่ายมหายานมีชื่อเสียงด้านภาพวาด ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัวถ้ำเบอร์3เป็นถ้ำเล็กๆไม่มีค่อยมีอะไรน่าสนใจ 
ถ้ำเบอร์ 4 มีความกว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาถ้ำทั้งหมด ด้านหน้ามีรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อีกทั้งพระพุทธรูปปางประทับยืน ส่วน
ถ้ำเบอร์ 5 ยังทำการสร้างไม่เสร็จ
ถ้ำเบอร์ 6 มีพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาที่มีพระสรีระแตกต่างจากถ้ำอื่นอีกทั้งเป็นหินชนิดเดียวกับถ้ำรอบๆองค์พระพุทธรูปมีภาพวาดที่ผนังและเพดาน ทางด้านซ้าย ของถ้ำมีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า MUSICAL  PILLARS (ใช้สันมือกระแทกหรือเคาะที่กลางเสาจะมีเสียงดังกังวาลออกมา) 
ถ้ำเบอร์ 7 ด้านในของถ้ำ มีพระพุทธรูปแกะสลักที่ผนังถ้ำ ลักษณะคล้ายกับครั้งที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ยมกปาฏิหาริย์ แตกต่างจากถ้ำเบอร์ 2 ตรงที่เป็นภาพวาด แต่ที่ถ้ำเบอร์ 7 นี้แกะสลักหินแทน อีกทั้งตรงกลาง ประดิษฐานพระประธานรายล้อมไปด้วยพระพุทธรูป ปางประทับยืน และ เหล่าเทพเทวดา
ถ้ำเบอร์ 9 และ 10 เป็นถ้ำของเถรวาท ภายในเป็นห้องโถงสูงยาว มีช่องรับแสงอยู่ด้านบน 
ถ้ำเบอร์ 11-12-13 ส่วนใหญ่ใช้เป็นที่พักอาศัยไม่มีรายละเอียด เพียงแต่ที่ถ้ำเบอร์ 12 มีองค์พระประธาน 
ถ้ำเบอร์ 14 เป็นถ้ำเล็กๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันมาใช้เป็นสำนักงาน 
ถ้ำเบอร์ 16 เป็นของฝ่าย มหายาน  มีภาพ พระนางชนบทกัลยานี ที่เพิ่งแต่งงานกับ พระนันทะ กำลังเฝ้ารอพระสวามีกลับมาด้วยความโศกเศร้า ภายหลังจากที่พระพุทธ องค์ทรงพาพระนันทะไปบวชภายในยังมีพระประธานในถ้ำเช่นเดียวกัน  ฯลฯ ...จนถึงถ้ำสุดท้าย

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทาง กลับเมืองออรังกาบาด เส้นทางเดิม โดยทางรถ ( ใช้เวลาประมาณ  2.30 ชั่วโมง )

อิสระ ช้อปปิ้ง สิ้นค้าพื้นเมืองของออรังกาบาด

19.00 น.รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตคาร หรือเทียบเท่า 
ที่พัก  HOTEL  AMBASSADOR  HOTEL  หรือเทียบเท่า (เมืองออรังกาบัด) 
วันที่ 4เมืองออรังกาบาด( AURANGABAD ) - ถ้ำเอลโลร่า (ELLORA CAVES ) - ป้อมดาลาตาบาด - ออรังกาบาด
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำเอลโลร่า (ถ้ำปิดวันอังคาร) (ระยะทาง30กม.ประมาณ1ชม.) “ถ้ำของ 3 ศาสนา อินดู พุทธ และ เชน ที่อยู่รวมกัน” เป็นอีกหนึ่งกลุ่มถ้ำที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ในปี 2526 ตั้งอยู่ในเทือกเขาจรนันทรี ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12 ถึง15 โดยการเจาะเข้าไปในภูเขาเช่นเดียวกับกลุ่มถ้ำอะจันต้าที่เรียงตัวจากเหนือไปใต้เป็นระยะทางรวมกันประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในมีภาพแกะสลักของเหล่าทวยเทพที่มีความวิจิตรงดงามหาชมได้ยาก

ระหว่างทางผ่านชม “ป้อมเดาลาตาบัด” ป้อมปราการโบราณรอบภูเขาดัลคีรี ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ยารวะและถูกกษัตริย์อลาอุดดินคัลจิ ชาวมุสลิมยึดได้ใน พ.ศ. 1839 กลายเป็นเมืองหลวงอินเดียภายใต้การปกครองของกษัตริย์มุสลิมอยู่พักหนึ่ง ก่อนถูกทิ้งร้างย้ายไปสร้างเมืองออรังกาบัด ชมซากมัสยิดที่ยังเหลือซากเสาจำนวน 106 ต้น ชมป้อมปราการ พระราชวังบนเสาอายุกว่า 700 ปี สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินออรังกาบัด  

จากนั้น เยี่ยมชมมรดกโลกแห่งที่สี่  ถ้ำเอลโลร่า (ELLORA CAVES ) (ถ้ำจะปิดให้บริการทุกวันอังคาร ) ชมความงามที่ยิ่งใหญ่ของหมู่ถ้ำที่เกิดจากการเจาะแกะสลักภูเขาหินทั้งลูกด้วยฝีมือสาวก 3 ศาสนา ที่แข่งขันกันคือ ศาสนาฮินดู พุทธ และ เชน

ถ้ำเอลโลร่ามีทั้งหมด 34 ถ้ำ โดยมีการแบ่งออกเป็น  ถ้ำทางพุทธศาสนา 12 ถ้ำ ถัดมา 17 ถ้ำคือ เทวาลัยของชาวฮินดู และ วิหารถ้ำลักธิ เชน 5 ถ้ำ  สถานที่ แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี 1983 ถือเป็นถ้ำที่เกิดจากการแกะสลักภูเขาทั้งลูกออกเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ ศาสนา 

นำท่านกราบนมัสการ พระพุทธรูป ที่มีอายุมากกว่า 1200 ปี ภายในถ้ำยังมีภาพแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงอีกมากมาย อาทิ องค์พระศิวะ พระพรหม  พระนารายณ์ พระพิฆเนศ ช้างเอราวัณ อีกทั้งภาพของนางอัปสร เป็นต้น ถ้ำที่ 16 ถือเป็นถ้ำที่อลังการที่สุด เป็นที่ที่มีศิวลึงค์เป็นจุดศูนย์กลาง

12.30 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางกลับสู่ ออรังกาบัด ชม บีบี กา มักบารา (BiBiKa Maqbara) สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก สร้างโดยพระโอรสของออรังเซบ ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึงพระมารดา พระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี สถาปัตยกรรมลักษณะคล้ายทัชมาฮาล

จากนั้นแวะให้ท่านช้อปปิ้ง ซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย อาทิ เช่น เครื่องทองเหลือง ผ้าปักลายโบราณที่จำลอง มาจากผนังถ้ำ อายุ 1,200 ปี และเครื่องประดับลวดลายแปลกตา

ได้เวลาพอสมควรนำท่านกลับสู่ สนามบินเมืองออรังกาบัด

18.20 น. เหิรฟ้าสู่ เมืองมุมไบ โดยสายการบิน เจท แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 9W 7149
19.10 น.

ถึง สนามบิน ฉัตราปตีศิวะจิ (Chhatrapati  Shivaji) ท่าอากาศยานมุมไบ 

อิสระอาหารเย็นภายในสนามบินโดยมี Cash Back กลับให้ท่านคนละ 500 รูปี

วันที่ 5เมืองออรังกาบาด - สนามบินมุมไบ - สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
01.05 น.ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเจ็ท แอร์เวย์  เที่ยวบินที่ 9W 062
06.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ 

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ39,800 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ6,500 บาท

***เด็กราคาเท่ากับผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ39,800 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ6,500 บาท

***เด็กราคาเท่ากับผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ39,800 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ6,500 บาท

***เด็กราคาเท่ากับผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ40,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ7,500 บาท

***เด็กราคาเท่ากับผู้ใหญ่

เงื่อนไขในการจอง

  • ตั๋วเครื่องบิน ไป- กลับ  เส้นทาง กรุงเทพฯ-มุมไบ-ออรังกาบัด-มุมไบ-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัดโดยสายการบินเจ็ทแอร์เวย์
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งและค่าประกันภัยสายการบิน 
  • ค่าที่พักตามที่ระบุ (พักห้องละ 2 -3 ท่าน)
  • รถโค้ชปรับอากาศตลอดการเดินทาง 
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ
  • อาหารไทยเสริม+ขนมแจกบนรถวันละ 2 ครั้งต่อท่าน/ต่อวัน 
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามระบุ
  • หัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท ต่อท่าน (วงรักษาพยาบาลเงินไม่เกิน 5000,000 บาท) แต่ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย ยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น (ไม่ต้องโชวร์ตัว)
  • ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง ( PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาติที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
  • ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว
  • ค่าภาษีหัก ณที่จ่าย 3%ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
  • ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม  
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,พนักงานขับรถ วันละ  5USD/วัน/ท่าน รวมตลอดทริป 25 เหรียญดอล่าห์ ต่อท่าน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ทิปหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความพึงพอใจในบริการของท่าน
  • ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  • กรุณาชำระเงินมัด ท่านละ 10,000 บาท พร้อมส่งสำเนาหน้าหนังสือเดินทาง ทางแฟ็ก หรือ ไลน์ หลังการจองภายใน 3 วันส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางภายใน 25 วัน และส่งมอบเอกสารการเตรียมการยื่นขอวีซ่าตามที่กำหนด 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน คืนค่าทัวร์ทั้งหมด 
  • ยกเลิกการเดินทางภายใน 15 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทัวร์ในทุกกรณี
  • ยกเลิกการเดินทางภายใน 7 – 14 วัน คิดค่าใช้จ่าย 80 เปอร์เซ็นต์ ของราคาทัวร์ในทุกกรณี 
  • ยกเลิกการเดินทางภายใน 1 – 6 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดในทุกกรณี
  • ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำห้องพักโดยตรงหรือผ่านตัวแทนในต่างประเทศและที่อาจขอเงินคืนได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น EXTRA FLIGHT และCHARTER FLGIHT จะไม่มีการคืนเงินเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่า
    จากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าตามความเหมาะสม
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหากมีการ
  • กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่านทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง 
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทางบริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล,การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน รวมถึงกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง รวมทั้งในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง 
    เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว
  • กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก และรายการ-ราคาทัวร์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสายการบินโดยจะยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ”
  • โรงแรมและห้อง ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง( TRIPLE ROOM )ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรมมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3เตียงได้หรืออาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการได้ ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ (TRADE FAIR )เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศและเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และ ความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย ไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทางบริษัทฯ ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
  • ตั๋วเครื่องบินเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถ Refund ได้ทุกกรณี โดยเงื่อนไขของสายการบินกำหนด
  •  กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน 15 ท่าน ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนการเดินทาง
  • รูปถ่ายสี (ถ่ายมาไม่เกิน 3 เดือน ขนาด 2×2 นิ้ว) 2 รูป พื้นหลังสีขาว 
  • หนังสือเดินทางมีอายุมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ต 2 ชุด
  • สำเนาหน้าวีซ่าที่เคยเดินทางไปประเทศอินเดีย 1 ชุด (หากมี)

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy