ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE705 : ทัวร์อินเดีย นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตําบล 8 วัน 6 คืน (WE)

DE705 : ทัวร์อินเดีย นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตําบล 8 วัน 6 คืน (WE)


 

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 ::กรุงเทพฯ -  เมืองพาราณสี - ชมพิธี อารตีบูชา
08.30 น.

คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 แถว C  เคาน์เตอร์ สายการบิน THAI SMLIE    เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

(แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียด เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้นค่ะ)

11.50 น.ออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี โดยสายการบิน THAI SMLIE   เที่ยวบินที่ WE 327 
15.15 น.

ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเมืองพาราณสี(เวลาอินเดียช้ากว่าไทยประมาณชั่วโมงครึ่ง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง  

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี  ดินแดนแห่งการแสวงบุญชำระบาปของชาวฮินดู มรดกโลกที่มีชีวิตสี่พันปีของอินเดียและเป็นเมืองหลวงแคว้นกาสี มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,000 ปี จัดเป็นเมืองสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพและถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดีย เป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก

18.00 น.

นำท่านชม พิธี อารตีบูชา” หรือการ “บูชาไฟ”  ริมฝั่ง แม่น้ำคงคา  

อารตี (พิธีบูชาไฟ) ในคัมภีร์ฤคเวทย์ กล่าวถึง การบูชาไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เด่นที่สุด เพื่อขอพรจากพระเป็นเจ้าให้ทรงมอบความสุขและความโชคดีให้แก่ผู้ที่บูชานั้น เครื่องสังเวยที่ใช้ในการบูชาไฟของพราหมณ์ คือ บูชาด้วยอาหารที่หุงต้มแล้ว โดยจัดทำภายในบ้านประกอบด้วย น้ำนม เมล็ดข้าว เนยแข็ง เหล้าโสม (กลั่นจากต้นไม้) ดอกไม้ เป็นต้น เมื่อทำพิธีกรรมให้นำอาหารเหล่านี้ใส่ลงไปในกองไฟ พร้อมสวดสรรเสริญพระเป็นเจ้า บูชาสังเวยไฟด้วยชีวิต เครื่องสังเวยชีวิต เป็นต้นว่าสัตว์ 4 เท้า หรือสัตว์ปีก รวมถึงมนุษย์ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของศาสนาพราหมณ์ในช่วงต้นคริสต์สักราช เรียกในนามศาสนาฮินดู สัตว์ที่ใช้ในพิธีกรรม เช่น แพะ แกะ ควาย ไก่ นก เป็นต้น โดยการนำเลือดสดๆ ใส่ลงไปในกองไฟที่กำลังลุกไหม้ บูชาสังเวยด้วยน้ำโสม (เหล้าโสมที่กลั่นจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง) การเตรียมสถานที่ทำพิธี พระฮินดูผู้ทำพิธีจะพิจารณาเลือกที่ที่จะก่อไฟศักดิ์สิทธิ์ (เรียกว่า กองกูณฑ์) โดยจะใช้มีดปลายแหลม หรือไม้ ทำการขีดลงบนพื้นดิน 3 ขีด เพื่อเลือกสถานที่หลังจากนั้นก็จะขุดดินบริเวณนั้นให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสตกแต่งผิวรอบๆ ให้เรียบ จากนั้นก็จะ นำน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเทราด ในนั้นแล้วรอจนแห้งสนิทต่อมาก็เริ่มพิธีกรรมบูชาไฟ ในอินเดียเวลามีการทำพิธีกรรมบูชาไฟ เครื่องสังเวยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ หญ้าคา เชื่อว่าเป็นหญ้าศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวข้องกับพระเป็นเจ้า จึงต้องนำเอาหญ้าคามาเป็นเครื่องสังเวยด้วย หญ้าคา ในทางศาสนาพราหมณ์มีความเกี่ยวข้องกันคือ อาสนะที่ประทับของพระศิวะบนเขาไกรลาสทำด้วยสิ่งนี้ ชาวฮินดูลัทธิศิวนิกายที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด จะนำหญ้าคามาเพื่อเป็นเครื่องบูชา    

ค่ำบริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารในโรงแรม
ที่พักAMAYAA HOTEL  VARANASI   *** ระดับ 4  ดาว หรือใกล้เคียง
วันที่ 2 :: เมืองพาราณสี - ตำบลพุทธคยา - บ้านนางสุชาดา
เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองสารนาท (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

นำท่านชม สถูปเจาคันธี ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์ที่ปัญจวัคคีย์ได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก

ชม ธรรมราชิกสถูป เป็นสถูปที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาก่อน ชมมูลคันธกุฏี สถานที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12

ชม ยสเจดีย์ สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้กับยสกุลบุตร

นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทายวันสถานที่แสดงปฐมเทศนา ธรรมจักกัปปวัตนสูตรโปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า  

เที่ยงบริการอาหารกลางวันที่วัดไทยสารนาถ อาหารไทย
บ่าย

จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ ตำบลพุทธยาตำบลพุทธคยา  (เดินทางประมาณ 5  ชั่วโมง) พุทธสถานสำคัญใน อำเภอคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพุทธสถานที่มีความสำคัญที่สุด 1 ใน 4 แห่ง ของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นที่ตั้งสถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธสังเวชนียสถานที่มีความสำคัญที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก

บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ในการถ่ายรูป ต้องเก็บโทรศัพท์ไว้ในรถเท่านั้น แต่สามารถใช้กล้องถ่ายรูป  

กราบสักการะ พระพุทธเมตตา ในวิหารมหาเจดีย์พุทธคยา พระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำในสมัยปาละอายุกว่า 1400 ปี  

หลวงพ่อพระพุทธเมตตา ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ประดิษฐานภายในเจดีย์พุทธคยา ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 147เซนติเมตร สูง 165 เซ็นติเมตร  ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ซึ่งได้รอดพ้นจากการถูกทำลายได้ ในศตวรรตที่ 13 มีกษัตริย์ฮินดูนามว่าพระเจ้าสาสังกา ของรัฐเบงกอล ที่ไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นมคธ ซึ่งมีพระเจ้าปุรณวรมา เป็นผู้ปกครองในสมัยนั้น ต้องการประกาศตนเป็นอิสระ จึงได้กรีฑาทัพมาทำลายจุดศูนย์กลางของแคว้นมคธ คือบริเวณดินแดนแห่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ทันที ด้วยหมายจะทำลายขวัญของกษัตริย์และประชาชนเสียก่อน แล้วจึงค่อยยกทัพไปตีเมืองหลวงในขั้นต่อไป เพราะบริเวณพุทธคยานี้มีต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระพุทธเมตตาเป็นหัวใจสำคัญที่ชาวพุทธให้ความเคารพนับถือกราบไหว้บูชากันมาก ทำให้การขยายตัวทางพระพุทธศาสนาได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น  

สักการะ มหาเจดีย์พุทธคยา ที่บูรณะในสมัยพระเจ้าอโศก บริเวณนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโลกหรือเป็นสะดือของโลกสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

พระมหาเจดีย์พุทธคยา ก่อสร้างด้วยหินทรายสีน้ำตาลนวล มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม จัตุรัสยอด แหลมคล้ายยอดพระเจดีย์ทั่วไป มีความสูงประมาณ 170 ฟุต ฐานวัดโดยรอบได้ 121 เมตร พระเจ้าหุวิชกะ ทรงสร้างต่อมาจากสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชและมีการซ่อมแซมบูรณะโดยท่านผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเรื่อยมานอกจากนี้ ยังมีองค์เจดีย์เล็กๆ ลดหลั่นกันไปอยู่โดยรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ จึงทำให้พระเจดีย์มีความงามยิ่งขึ้น มีห้องสำหรับปฏิบัติธรรมอยู่ชั้นบน  

สักการะ สัตตมหาสถาน ในบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์

สัปดาห์ที่ 1 เสด็จประทับภายใต้ร่มไม้มหาโพธิ์ เสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน
สัปดาห์ที่ 2 เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์โดยมิได้กะพริบพระเนตรตลอด 7 วัน  
สัปดาห์ที่ 3 เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมอยู่ที่นี้เป็นเวลา 7 วัน
สัปดาห์ที่ 4 เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ เสด็จไปทางทิศพายัพ แห่งต้นศรีมหาโพธิ์ ประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมตลอด 7 วัน  
สัปดาห์ที่ 5 เสด็จไปประทับใต้ร่มไม้ไทร โดยมีชื่อว่า อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ทรงถูกธิดาทั้ง สามของพญามารวัสตีใช้กริยาอิตถีสตรียั่วพระพุทธองค์ให้หลงแต่ไม่สำเร็จ พระพุทธองค์ทรงขับไล่ธิดาทั้งสามออกไปเสีย   
สัปดาห์ที่ 6 เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิภายใต้ร่มไม้จิก โดยมีชื่อว่า มุจลินท์ ทางทิศอาคเนย์แห่งต้นมหาโพธิ์ ตอนนั้นเกิดฝนตกลงมาเป็นเวลา 7 วัน พญานาคตนหนึ่งมีนามว่า พญามุจลินท์นาคราช เกิดความเลื่อมใสจึงได้แผ่พังพานป้องพระพุทธเจ้าเป็นเวลา 7 วัน เมื่อฝนหยุดตก พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็น
มานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์และจากไป   
สัปดาห์ที่ 7 เสด็จไปประทับภายใต้ร่มไม้เกดโดยมีชื่อว่า ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยพุทธภูมิ

ค่ำบริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักHOTEL TAJ DARBAR ***หรือระดับใกล้เคียง เมืองพุทธคยา
วันที่ 3 ::ตำบลพุทธคยา - เมืองนาลันทา - หลวงพ่อองค์ดำ - เมืองราชคฤห์ - ตำบลพุทธคยา   
เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม  

เดินทางสู่ เมืองนาลันทา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

นำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเดิมเป็นสวนมะม่างของทุสสปาวริกเศรษฐีได้อุทิศถวายแก่พระพุทธเจ้าในยุคหลังที่กษัตริย์อินเดียราชวงศ์คุปตะทรงเข้ารับอุปถัมภ์ ชมสถูปปรินิพพานของพระสารีบุตร 

นำท่านสักการะ หลวงพ่อองค์ดำ ที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนาลันทา

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทาง สู่เมืองราชคฤห์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) มหานครมหาแห่งแคว้นมคธ จัดว่าเป็นนครใหญ่ 1 ใน 6 นครของอินเดียโบราณ ในหนังสือรามเกียรติ์เรียกเมืองนี้ว่า วสุมาตี  

นำท่านชม เขาคิชกูฏ (ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30 นาที) หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชมมูลคันธกุฏี สถานที่สำคัญสุดที่ชาวพุทธเมื่อขึ้นเขาคิชกูฏต้องกำหนดไว้คือการไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิ ณ มูลคันธกุฏี สถานที่ที่เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ชม ถ้ำสุกรขาตา สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลานะ กุฏีของพระอานนท์ นำท่านชม วัดชีวกัมพวัน หรือ วัดสวนมะม่วง โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก และชมเรือนคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร

จากนั้นนำท่านชม วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาเดิมเป็นสวนไม้ไผ่ของพระเจ้าพิมพิสาร พระองค์ถวายเป็นอารามแด่พระพุทธเจ้าและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่นานในพรรษาที่ 2 – 4

เที่ยงบริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม 
บ่าย

นำท่านเดินทางกลับ สู่เมืองคยา

นำท่านชม บ้านนางสุชาดา หรือ สุชาฏากุฏี  ธิดากฎุมพีแห่งตำบลอุรุเวลาเสนานิคมผู้ถวายข้าวมธุปายาสอันประณีตแด่มหาบุรุษก่อนการตรัสรู้ ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่ง แม่น้ำเนรัญชราบริเวณท่าสุปปติฏฐะ สถานที่พระมหาบุรุษได้อธิษฐานลอยถาดทองริมฝั่งแม่น้ำ     

นำท่านชม วัดพุทธนานาชาติ อยู่ในเขตปริมณฑลพุทธคยา เป็นเหมือนมหาสังฆารามที่รวบรวมวัดเล็กวัดน้อยเข้าไว้ในอาณาบริเวณเดียวกัน โดยประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งสายมหายาน และเถรวาท ต่างมีศรัทธามาสร้างวัดขึ้น ด้วยมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมของประเทศตน จะเรียกว่าเป็นอาณาจักรแห่งพุทธศาสนิกนานาชาติก็ว่าได้ ประกอบไปด้วยวัดต่างๆ สายเถรวาท มี วัดไทย วัดพม่า วัดลังกา วัดสงฆ์อินเดีย วัดโพธิ์คำอัสสัม วัดสงฆ์บังคลาเทศ สายมหายานมี วัดจีน วัดธิเบต วัดญี่ปุ่น วัดเวียตนาม วัดเกาหลี วัดภูฏาน วัดสิกขิม เป็นต้น

อิสระช้อปปิ้งตามอัสยาศัย หรือท่านจะ เข้ากราบสักการะ พระพุทธเมตตาหรือต้นพระศรีมหาโพธิ์

ค่ำบริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักHOTEL TAJ DARBAR ***หรือระดับใกล้เคียง เมืองพุทธคยา
วันที่ 4 ::เมืองพุทธคยา - เมืองไวสาลี - พระมหาสถูปแห่งเกสริยา - เมืองกุสินารา 
เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทาง สู่เมืองไวสาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3  ชั่วโมง) เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป

เวสาลี หรือ ไวศาลี คือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของคณะเจ้าลิจฉวี ที่มีปกครองแคว้นวัชชีด้วยระบอบคณาธิปไตยแห่งแรก ๆ ของโลก เมืองนี้เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองที่มั่นแห่งสำคัญของพระพุทธศาสนาในสมัยนั้น โดยพระพุทธเจ้าเคยเสด็จเยี่ยมเมืองแห่งนี้ในปีที่ 5 หลังการตรัสรู้ ตามการกราบบังคมทูลเชิญจากเจ้าผู้ครองแคว้น และในช่วงหลังพุทธกาล เมืองแห่งนี้ได้ตกเป็นของแคว้นมคธโดยการนำของพระเจ้าอชาตศัตรูพระราชาแห่งเมืองราชคฤห์ และหลังการล่มสลายของราชวงศ์พิมพิสารในเมืองราชคฤห์ พระราชาองค์ต่อมาจึงได้ย้ายเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธมายังเมืองเวสาลี ทำให้เมืองแห่งนี้เจริญถึงขีดสุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองนี้ได้เป็นสถานที่ทำทุติยสังคายนาของพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะเสื่อมความสำคัญและถูกทิ้งร้างลงเมื่อมีการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธ ไปยังเมืองปาฏลีบุตรหรือเมืองปัตนะอันเป็นเมืองหลวงของรัฐพิหารในปัจจุบัน ปัจจุบันเมืองเวสาลีเป็นซากโบราณสถานอยู่ที่ตำบลบสาร์ท หรือเบสาร์ท ในจังหวัดไวศาลี ที่เขตติดต่อของอำเภอสดาร์ กับ  ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการจังหวัด เมืองเวสาลี

ชม กูฏาคารศาลาวัดป่ามหาวัน อารามที่กษัตริย์ลิจฉวีสร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ในป่ามหาวันทางเหนือของอาณาจักรวัชชีในป่าหิมาลัยและพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในพรรษาที่ 5

ชม เสาอโศก ที่มีรูปสิงห์อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่สมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุม  

ชม ปาวาลเจดีย์ สถานที่พระยามารได้เข้ามากราบทูลขอให้พระองค์เสด็จปรินิพพานสถานที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขาร

พุทธวาจาในวันปลงอายุสังขาร “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา ขอท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด ชนเหล่าใดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพาล ทั้งบัณฑิต ทั้งมั่งมี ทั้งขัดสน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า”  

ชม มหาสถูปแห่งเกสปุตตนิคม หรือ พระมหาสถูปแห่งเกสริยา ปัจจุบันเกสปุตตนิคมถูกเรียกเพี้ยนไปเป็นเกสเรีย หรือ เกสริยา

พระมหาสถูปแห่งเกสริยา เดิมไม่เป็นที่รู้จักและไม่เป็นจุดสำหรับจาริกแสวงบุญของชาวพุทธ แต่หลังจากกองโบราณคดีอินเดียได้ขุดค้นเนินดินใหญ่พบพระมหาสถูปโบราณ ที่มีความเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1,400 ฟุต สูงถึง 51 ฟุต (เดิมอาจสูงถึง 70 ฟุต) ซึ่งทำให้มหาสถูปโบราณที่ค้นพบใหม่นี้กลายเป็นมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองและพระมหาสถูปบุโรพุทโธ ซึ่งทำให้มีผู้สันนิษฐานว่ามหาสถูปแห่งเกสริยานี้เป็นต้นแบบของมหาสถูปทั้งสอง และนอกจากนี้ ในบริเวณไม่ไกลจากมหาสถูปแห่งเกสริยา นักโบราณคดีอินเดียได้พบเสาหินพระเจ้าอโศกที่สมบูรณ์ที่สุด ที่ยังคงเหลือหัวสิงห์บนยอดเสา เช่นเดียวกับที่เมืองเวสาลีอีกด้วย

เที่ยงบริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร
บ่าย

ออกเดินทางสู่ เมืองกุสินารา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) นครแห่งมหาปรินิพพาน

เมืองกุสินารา เคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นมัลละ 1 ในอาณาจักรแห่งมหาชนบท 16 แคว้นของอินเดียส่วนเหนือ เป็นสถานที่ปรินิพพาน สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ สถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ เป็นฐานแห่งแสงสว่างทางศรัทธาและปัญญาที่มั่นคง

ค่ำบริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักHOTEL LOTUS NIKKO ***หรือระดับใกล้เคียง เมืองกุสินารา  
วันที่ 5 ::เมืองกุสินารา - มหาปรินิพพานสถูป - พุทธวิหารปรินิพพาน - มกุฏพันธเจดีย์  - เมืองลุมพินี 
เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม  

นำท่าน กราบสักการะสังเวชนียสถาน แห่งสุดท้ายที่มหาปรินิพพานสถูป สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย เป็นที่ตรัสเทศนา ปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท ชมพระสถูปปรินิพพาน

นำท่านชม พุทธวิหารปรินิพพาน ซึ่งภายในพระวิหารเป็นปฏิมากรรมพระพุทธปางปรินิพพานเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ที่กำลังเสด็จดับขันธปรินิพพานโดยมีนางมัลลิกา พระอนุรุทธ พระอานนท์อยู่ในภาวะโศรกเศร้า  

ชมสถูป พระอานนท์ ที่สร้างขึ้นบริเวณที่สันนิษฐานว่าพระอานนท์ยืนร้องไห้

ชม พราหมณ์เจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่แจกพระบรมสารีริกธาตุ และกราบสักการะ มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ  นำคณะถวายผ้าป่า ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ 

11.00 น.บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม 
บ่าย

นำท่านออกเดินทางสู่ ลุมพินีวัน (ใช้เวลาเดินทาง 4 – 5 ชั่วโมง) ในเขตประเทศเนปาล ผ่านเมืองโครักข์ปูร์และผ่านเมืองชายแดนโสเนาวลีของอินเดียเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะของเนปาลสถานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ถึงพรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะนำท่านชม มหาสังฆารามอนุสรณ์ สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ 

นำท่าน สวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ สวนลุมพินี

ชม มายาเทวีวิหาร ภายในมีรูปพระนางสิริมหามายาเทวีแกะสลักด้วยหินเป็นรูปพระพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่พร้อมกับพระสนมและข้างหน้าเป็นรูปเจ้าชายสิทธัตถะกุมารกำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ชม สระสรงสนานธารโบกขรณี  

ชม เสาศิลาจารึก ที่พระเจ้าอโศกมหาราช ปักไว้ตรงที่ประสูติ ของพระสิทธัตถราชกุมาร โดยมีอักษรพรหมีจารึกไว้ ชมวัตถุสถานเสนาสนะสงฆ์และเจดีย์ สถานที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาได้สร้างไว้ เป็นพุทธบูชาตลอดมาไม่ขาดสายตั้งแต่โบราณกาล  

นำคณะ ถวายผ้าป่า ณ วัดไทยลุมพินี ซึ่งจัดสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัทแห่งประเทศไทย  

ค่ำบริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักHOTEL NEW  CYSTAL  ***หรือระดับใกล้เคียง เมืองลุมพินี
วันที่ 6 ::เมืองลุมพินี - เมืองสาวัตถี - วัดเชตวัน กุฎิพระพุทธเจ้า - พระโมคคัลลา - พระสิวลี  
เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง)

เมืองสาวัตถี ในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ใน 16 แคว้น เป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายและเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง 25 พรรษา รวมทั้งเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน

ชมวิถีชีวิตชนบทของประเทศอินเดียระหว่างเดินทาง 

11.00 น.บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม เมืองลุมพินี
บ่าย

นำท่านชม วัดเชตวันวิหาร

วัดเชตวันวิหาร เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นวัดที่พระพุทธเจ้ารวมทั้งพระอรหันต์ได้จำพรรษาอยู่นานที่สุดถึง 19 พรรษา สร้างโดยอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐีเป็นชาวเมืองสาวัตถีไปค้าขายที่เมืองราชคฤห์ได้พบพระบรมศาสดาที่สีตะวันเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธธรรม เมื่อกลับมาจึงไปขอซื้อป่าไม้ของเจ้าเชตเพื่อสร้างอารามถวาย กล่าวกันว่าต้องขนเงินมาปูพื้นที่ให้เต็มสวนจึงจะซื้อที่ดินมาสร้างวัดถวายแด่พระพุทธเจ้าได้เพราะในสมัยนั้นดินแดนทุกแห่งเป็นของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์  

นำท่าน กราบสักการะต้นโพธิ์พระอานนท์ ซึ่งถือว่าอายุกว่า 2500 ปีซึ่งเป็นอายุยาวนานที่สุดในโลกร่วมกับต้นโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระประเทศศรีลังกา สักการะมูลคันธกุฏีของพระพุทธเจ้า กุฎิพระโมคคัลลา กุฎิพระสารีบุตร กุฎิพระสิวลี กุฎิพระอานนท์ และสถูปที่บรรจุสารีริกธาตุของพระอรหันต์ ชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่

จากนั้นนำท่าน ชมบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เศรษฐีองคมนตรีที่ปรึกษาเศรษฐกิจของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชมบ้านปุโรหิตบิดาขององคุลีมา, เนินดินที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์  

นำคณะ ถวายผ้าป่า ณ วัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี    

ค่ำบริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักTULIP INN LUCKNOW ***หรือระดับใกล้เคียง  เมืองลักเนาว์
วันที่ 7 ::เมืองสาวัตถี -  เมืองลัคเนาว์  - กรุงเทพฯ    
เช้า

บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังจากนั้นเดินทางสู่ เมืองลัคเนาว์

เมืองลัคเนาว์  เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย มีประชากรหนาแน่นมาก ประมาณ 2.7 ล้านคน และถือเป็นเมืองสายหลักของชุมนุมทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปรัฐอื่นๆ อีกมากมาย ลัคเนาว์ยังเป็นสถานที่จุดประกายการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของอินเดียยุคใหม่ นับตั้งแต่การทำข้อตกลงลัคเนาว์ ค.ศ. 1916 (สมัยรัชกาลที่ 7) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างพรรคคองเกรสแห่งชาติ กับพรรคสันนิบาตมุสลิมภายใต้การนำของนายมูฮัมเหม็ด อาลี จินนะห์ เพื่อเรียกร้องให้อังกฤษยอมผ่อนปรนอำนาจในการปกครองให้แก่ชาวอินเดียมากขึ้น และขบวนการคิลาฟัต ซึ่งเป็นขบวนการที่มุ่งจะริดรอนอิทธิพลของรัฐบาลอังกฤษในอินเดียและปกป้องอาณาจักรออตโตมานภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับมหาตมะ คานธี และนักการเมืองปัญญาชนอื่นๆ หลายท่าน

นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินเมืองลักเนาว์ เพื่อเดินทางสู่ เมืองเดลลี

13.20 น.ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI SMILE  เที่ยวบินที่ WE 334
18.40 น.ถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมอิ่มบุญถ้วนหน้า 

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะพร้อมค่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์ข้างต้น
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง) ** ในกรณีที่ท่านจองห้องพักแบบ TRIPLE [ 2 เตียง+1ที่นอนเสริม ] แล้วทางโรงแรมไม่สามารถจัดหารห้องพักแบบ TRIPLE ได้ ทางบริษัทอาจมีการจัดห้องพักให้ตามความเหมาะสมต่อไป **
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามรายการที่ระบุ
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศอินเดียแบบ E-Visa
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศเนปาล
  • ค่ารถรับส่งและระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • กระเป๋าเดินทางในกรณีที่น้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด 30 กิโลกรัม/ท่าน ส่วนเกินน้ำหนัก เงื่อนไขตามสายการบินกำหนด
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม, ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีดฯลฯ
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% หัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าทิปสำหรับ คนขับรถและมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ต่อท่านละ 40 USD ต่อทริป/ต่อท่าน*
    ** ลูกค้าท่านใดสนใจซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล
    เพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่บริษัทได้ **
    - เบี้ยประกันเริ่มต้น 370 บาท [ระยะเวลา 5-7 วัน]
    - เบี้ยประกันเริ่มต้น 430 บาท [ระยะเวลา 8-10 วัน]
    ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุมากกว่า 16 หรือน้อยกว่า 75 ปี
    [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 3 ล้านบาท]
    ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุน้อยกว่า 16 หรือมากกว่า 75 ปี
    [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, รักษาต่อเนื่อง 2 แสน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
  • กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและกรุณาเตรียมเงินมัดจำ 10,000 บาท
    (ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น) หากต้องยื่นวีซ่า ต้องเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าให้เรียบร้อยภายใน 2-3
    วันหลังจากทำการจองแล้ว(ใช้เวลาขอวีซ่าไม่ต่ำกว่า 7วันทำการ)
  • การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน ท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 30 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 10,000 บาท
  • แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทางทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทยและทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (10ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
  • กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่นค่าตั๋วเครื่องบินค่าห้องค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
  • กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้วทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วหรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอกเช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  • กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  • กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่าหรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  • กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
เรื่องตั๋วเครื่องบินและที่นั่งบนเครื่องบิน
 
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเคลื่อนวันเดินทางกลับท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบิน และบริษัททัวร์เรียกเก็บและการจัดที่นั่งของกรุ๊ปเป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทางและได้ดำเนินการ ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว REFUNDได้) ผู้เดินทางต้องรอ REFUNDตามระบบของสายการบินเท่านั้น
  • ทางบริษัทได้สำรองที่นั่งพร้อมชำระเงินมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว หากท่านยกเลิกทัวร์ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์การเรียกเก็บค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท แล้วแต่สายการบินและช่วงเวลาเดินทาง
  • หากตั๋วเครื่องบินทำการออกแล้ว แต่ท่านไม่สารถออกเดินทางได้ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง

เรื่องโรงแรมที่พัก
 
  • เนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน จึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) และห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกันและบางโรงแรมอาจมีห้องพักแบบ 3 ท่านจำนวนไม่มากนักจึงขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
  • กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมากและห้องพักในเมืองเต็มบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง *กรุณาถอดปก Passport ก่อนส่งเอกสารบริษัทจะไม่รับผิดชอบในกรณีสูญหาย*
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 2x2นิ้ว พื้นหลังสีขาวเท่านั้น จำนวน 2ใบเป็นรูปที่ถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้น รูป (ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ, ไม่ใส่ชุดข้าราชการหรือเครื่องแบบใดๆ ไม่เป็นรูปสติ๊กเกอร์รวมถึงห้ามใช้รูปที่ถ่ายเองและปริ้นท์เอง)
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 ชุด ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตรและบัตรประชาชน
4. สำเนาทะเบียนบ้าน

**เอกสารที่เป็นสำเนากรุณาเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบด้วย**
  • บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน
  • บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า (โปรแกรมและรายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะอากาศ และเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสำคัญ)
  • บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • กรณีที่คณะไม่ครบจำนวน10ท่านทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย7 วันก่อนการเดินทาง
  • เมื่อท่านทำการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว
  • ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯจะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868, 098-828-5266
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy