ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE919 : โปรแกรมทัวร์อินเดีย เนปาล แสวงบุญ นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตําบล [บินตรง] 8 วัน 7 คืน (FD)

DE919 : โปรแกรมทัวร์อินเดีย เนปาล แสวงบุญ นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตําบล [บินตรง] 8 วัน 7 คืน (FD)

HOTEL GARGEE GRAND
Hotel Om Residency star
HOTEL SUJATA
HOTEL TRIDEV
HOTEL ZAMBALA

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE919-00107-14 ธ.ค. 61Air Asia (FD)29,999จองด่วน
DE919-00228 ธ.ค. 61-04 ม.ค. 62Air Asia (FD)34,999จองด่วน
DE919-00313-20 ก.พ. 62Air Asia (FD)29,999จองด่วน
DE919-00417-24 ก.พ. 62Air Asia (FD)29,999จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1สนามบินดอนเมือง - พุทธคยา - สถูปบ้านนางสุชาดา - แม่น้ำเนรัญชรา - พระมหาเจดีย์พุทธคยา
05.30 

พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง อาคาร 1 ชั้น 3 ประตู 2 เคาน์เตอร์สายการบินแอร์ เอเชียเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอินเอกสารและสัมภาระ

08.40 น.นำท่านเหิรฟ้าสู่ เมืองคยา โดย สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD112
10.10 น.

ถึง ท่าอากาศยานเมืองคยา ประเทศอินเดีย(เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย ประมาณ 1.30ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระ 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ ที่พัก

เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
บ่าย

จากนั้น นำท่านไปชม สถูปบ้านนางสุชาดา ซึ่งปัจจุบันเป็นเนินสูงมีการก่ออิฐล้อมรอบสูงประมาณ 4 เมตร รอบๆเป็นลานกว้างมีร่องลอยการขุดดินหาโบราณวัตถุ สถูปแห่งนี้ถูกสร้างเป็อนุสรณ์สถานโดยพระเจ้าอโศกมหาราชในสมัยพุทธกาล นางสุชาดาคือผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาสพร้อมถาดทองคำให้กับพระพุทธเจ้า ในช่วงที่พระพุทธเจ้าทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกริยาและกลับมาเสวยอาหารปกติ 

แล้วนำท่านชม แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่สำคัญทางศาสนาที่พระศาสดาได้รับการถวายข้าวมธุปายาสพร้อมถาดทองคำจากนางสุชาดาและพระองค์ได้อธิษฐานจิตเสี่ยงทายหากพระองค์ท่านสามารถตรัสรู้ได้ขอให้ถาดทองคำลอยทวนสายน้ำ

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระมหาเจดีย์พุทธคยา

นำท่านกราบ “พระพุทธเมตตา”ซึ่งเป็นพระพุทธปฏิมาอันงดงามยิ่งประดิษฐานณห้องบูชาชั้นล่างสุดของพระมหาเจดีย์พุทธคยา ทางประตูด้านทิศตะวันออกมีอายุกว่า๑,๔๐๐กว่าปี แกะสลักจากหินสีดำเนื้อละเอียดศิลปะสมัยราชวงศ์ปาละ แบบปางมารวิชัย  เหตุที่เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธเมตตา”ด้วยเพราะพระพักตร์เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนเมตตากรุณา ปัจจุบันมีชาวพุทธผู้ศรัทธาเดินทางมาปิดทององค์พระพุทธเมตตา เหลืองอร่ามสุกใสงดงาม

หลังจากนั้นนำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ใต้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ อันเป็นหน่อเนื้อของต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้พระองค์ได้รับการถวายหญ้ากุสะจำนวน๘กำจากโสตถิยะพราหมณ์เพื่อปูเป็นที่ประทับเมื่อใกล้รุ่งของวันเพ็ญเดือน๖จึงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระองค์ตรัสว่า

ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นต้นไม้แทนพระพุทธองค์หากใครได้ไหว้ได้สักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์ก็เท่ากับว่าได้ไหว้สักการะพระพุทธองค์และหลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วมีผู้เลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้นให้ ท่านอิสระช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
ที่พัก HOTEL SUJATA *** หรือเทียบเท่า 
วันที่ 2พุทธคยา - ราชคฤห์ - เขาคิชกูฎ - นาลันทา - มหาวิทยาลัยนาลันทา - หลวงพ่อองค์ดำ
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ หรือเบญจคีรีนครแปลว่าเมืองที่มีเขาทั้ง 5 อันได้แก่เขาคิชกูฏ เขาปัณฑวะเขาเวภาระเขาอิสิคิลิและเขาเวปุลละเมืองราชคฤห์ในสมัยพุทธกาลนั้นเดิมทีเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธที่มีประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธอย่างมากมายมีเจ้าเมืองปกครองในยุคนั้นคือพระเจ้าพิมพิสารที่ถือได้ว่าเป็นโยมอุปฐากของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีส่วนช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาที่สำคัญอย่างมาก ด้วยการถวายพื้นที่สำหรับเป็นพุทธสถานแห่งแรกและเมืองราชคฤห์ยังเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนาอีกมากมาย

จากนั้น เดินทางขึ้นเขาคิชกูฏ บนยอดเขาคิชฌกูฏเป็นสถานที่ประทับจำพรรษาของพระพุทธเจ้าในพรรษาที่๓, ๕, ๗และพรรษาสุดท้ายก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน 

นำท่านเดินทางชม จุดสำคัญต่างๆณยอดเขาคิชกูฏ ซึ่งปรากฏหลักฐานหลายจุดที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติอันประกอบไปด้วย

1.    ถ้ำพระโมคคัลลานะที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องซ้ายผู้เป็นเอตทัคคะที่มีอิทธิฤทธิ์เป็นเลิศและเป็นสถานที่พระโมคคัลลานะมองเห็นอชครเปรตที่มีความสูง25โยชน์ (1โยชน์มีค่าเท่ากับ16กิโลเมตร) ถูกไฟเผาจากหัวถึงหางซึ่งพระพุทธองค์ทรงเล่าถึงอดีตชาติของเปรตตนนั้น
2.    ที่กลิ้งหินของพระเทวทัตเป็นจุดที่สามารถมองเห็นจากบริเวณด้านหน้าถ้ำพระโมคคัลลานะที่ปรากฏก้อนหินเรียงกัน3ก้อนมีช่องระหว่างเขาสามารถเดินเข้าไปได้ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้นเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเพียงทางเดียวซึ่งเชื่อกันว่าพระเทวทัตพยายามกลิ้งหินจากข้างบนโดยหวังปลงพระชนม์องค์พระศาสดาแต่สุดท้ายสามารถทำอันตรายต่อพระพุทธองค์ได้เพียงห้อพระโลหิต
3.    ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร)ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องขวาผู้เป็นเอตทัคคะที่มีปัญญาเป็นเลิศที่สามารถบรรลุอรหันตผลภายใน15วันหลังจากการอุปสมบท
4.    อานันทกุฎีตั้งอยู่ด้านหน้าพระคันธกุฎีกุฏิของพระพุทธเจ้าเพื่อเป็นการตรวจสอบเหล่ากษัตริย์เทวดาและพุทธศาสนิกชนที่ต้องการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
5.    พระคันธกุฎีซึ่งเคยเป็นกุฏิของพระพุทธเจ้ามีขนาดประมาณ2.5 * 3เมตรและเป็นสถานที่แสดงพระธรรมหลายสูตรต่อพระเจ้าพิมพิสารและพุทธศาสนิกชน
นำท่านชมวัดเวฬุวันมหาวิหารหรือป่าไผ่สถานที่กำเนิดวันสำคัญทางศาสนา “วันมาฆบูชา”ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อหน้าพระสงฆ์ที่พระองค์ทรงบวชให้ทั้งหมดและวัดเวฬุวันมหาวิหารยังเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนาเป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้กับองค์พระศาสดาต่อจากนั้น นำท่านชมชีวกอัมพวันวิหารหรือสวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ซึ่งถวายเป็นสังฆาวาสและเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกที่ดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธรวมไปถึงพระพุทธองค์ด้วยเช่นเดียวกันเมื่อครั้งเหตุการณ์พระเทวทัตผลักก้อนหิน

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองนาลันทารัฐพิหาร 

นำท่านชม มหาวิทยาลัยนาลันทา สถานที่กำเนิดของอัครสาวกองค์สำคัญคือพระสารีบุตรผู้เป็นเลิศทางด้านปัญญาโดยมีหลักฐานบ่งชี้คือสถูปที่เป็นอนุสรณ์สถานต่อพระมหาเถระรูปนี้เมืองนาลันทายังได้รับการสมญานามเมืองแห่งความรู้เพราะมีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (โดยประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนาลันทาเริ่มขึ้นโดยถูกสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์คุปตะพระองค์หนึ่งพระนามว่าศักราทิตย์หรือกุมารคุปตะที่ 1 ครองราชย์ประมาณระหว่างปีพุทธศักราช958-998 ได้ทรงสร้างวัดอันเป็นสถานศึกษาขึ้นแห่งหนึ่งที่เมืองนาลันทาและกษัตริย์พระองค์ต่อๆมาในราชวงศ์นี้ก็ได้สร้างวัดอื่นๆเพิ่มขึ้นในโอกาสต่างๆจนมีถึง 6 วัดและสร้างกำแพงล้อมรอบโดยขนานนามว่า “นาลันทามหาวิหาร” ต่อมาเมื่อพุทธศักราช 1742 มหาวิทยาลัยนาลันทาก็พบกับการล่มสลายเมื่อถูกกองทัพมุสลิมเติร์กเข้าครอบครองดินแดนและเผาทำลายวัดและปูชนียสถานตลอดจนฆ่าพระภิกษุนักศึกษาและคณาจารย์ไปอย่างมากมายเมื่อมหาวิทยาลัยนาลันทาล่มสลายไปแล้วชื่อเสียงของเมืองนาลันทาก็ค่อยๆถูกลบเลือนจากคนทั่วไปจนกระทั่งปีพุทธศักราชที่ 2403 เซอร์อเล็กซานเดอร์คันนิ่งแฮม “บิดาแห่งการสำรวจโบราณคดีอินเดีย”ได้ค้นพบมหาวิทยาลัยนาลันทาซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงกองดินสูงเท่านั้นต่อมาจึงได้ขุดสำรวจตามหลักวิชาการโบราณคดีมหาวิทยาลัยก็ได้ปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้ง

จากนั้นนำท่านสักการะ หลวงพ่อดำแห่งนาลันทา (มีลักษณะพระเกตุทรงบัวตูมปางนั่งขัดสมาธิพระหัตถ์ชี้แม่พระธรณีเป็นพยานแกะสลักด้วยหินดำหน้าตักกว้าง60 นิ้วสูงนับจากพระเพลาถึงยอดพระเกตุ 69 นิ้วสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเทวาปาลในปีพุทธศักราชที่1353 ..

.ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองราชคฤห์

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักHOTEL GARGEE GRAND *** หรือเทียบเท่า
วันที่ 3ราชคฤห์ - ไวสาลี - ชมบริเวณคันธเจดีย์ - ชมสังฆาราม และปาวาลเจดีย์ - พระมหาสถูปแห่งเกสเรีย - กุสินารา
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองไวสาลี สถานที่ทำสังคายนาครั้งที่ 2 หลังจากพุทธปรินิพพาน เมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี 1 ใน 6 แคว้นชมพูทวีปในสมัยโบราณเมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี, เวสาลี และ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งชมบริเวณคันธเจดีย์เป็นบริเวณที่กษัตริย์ลิจฉวีได้จัดพิธีต้อนรับพระพุทธองค์ ที่เสด็จมาสู่เวสาลี พระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงสร้างเสาหินพระเจ้าอโศกมียอดเสาเป็นรูปสิงห์หมอบขนาดใหญ่เพียง    ตัวเดียว  (เสานี้ต่างจากเสาอื่นๆ ที่มักมีสิงห์ 4 ตัวหันหลังชนกัน) ที่นี่ถือว่ามีความสมบูรณ์ ที่สุดมีอายุเกือบ 2300 ปีมาแล้ว

นำท่านชม ปาวาลเจดีย์หรือสารีริกธาตุ สถูปซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับแบ่ง 1 ใน 8 ส่วนเมื่อครั้งที่โทณพราหมณ์ได้ทำพิธีแบ่งให้กับ 8 นครภายหลังการถวายพระเพลิงพุทธสรีระโดยเมื่อปีพุทธศักราช 2501 ได้มีการขุดพบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจึงเป็นสถานที่สามารถระบุได้ว่าเป็นสถานที่ตั้งของแคว้นวัชชีและในสมัยพุทธกาลนั้นยังเป็นสถานที่พระยามารได้เข้ามากราบทูลขอให้พระองค์ปลงอายุสังขารเสด็จปรินิพพานณสถานที่แห่งนี้โดยพระพุทธองค์ทรงตรัสในวันปลงอายุสังขาร “สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดาขอท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิดชนเหล่าใดทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ทั้งพาลทั้งบัณฑิตทั้งมั่งมีทั้งขัดสนล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า”

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

หลังอาหารนำท่านชม พระมหาสถูปแห่งเกสเรีย (Kesaria Stupa) สถูปทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามประวัติ กล่าวกันว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมาประทับคืนสุดท้ายที่เมืองไวสาลีภายหลังที่ทรงปลงอายุสังขารว่าพระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพานหลังจากนี้ไป๓เดือนในวันรุ่งขึ้นทรงลาชาวเมืองไวสาลีเพื่อเสด็จไปยังกรุงกุสินารา  ชาวเมืองไวสาลีกลุ่มใหญ่ได้ตามมาส่งพระพุทธเจ้าและจะเดินทางไปพร้อมกับพระองค์โดยปฏิเสธที่จะเดินทางกลับเมื่อพระพุทธเจ้าพร้อมพระสาวกและกลุ่มชาวเมืองไวสาลีเดินทางมาถึงนิคมเกสปุตตะ (Kessaputta) พระพุทธเจ้าทรงเกลี้ยกล่อมให้ชาวเมืองไวสาลีเดินทางกลับแต่ชาวเมืองไม่ยอมกลับ ดังนั้นเพื่อทำให้ผู้ที่เดินทางมาส่งพระพุทธองค์เกิดความสบายใจและพากันเดินทางกลับพระองค์จึงทรงประทานบาตรเพื่อไว้เป็นที่ระลึกคณะชาวไวสาลี และเสด็จมุ่งหน้าสู่กรุงกุสินาราเพื่อเสด็จดับขันธปรินิพพาน หลังจากสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วเชื่อกันว่าชาวเมืองไวสาลีนำโดยเจ้าลิจฉวีได้สร้างสถูปขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับพระพุทธเจ้าพร้อมกันนี้ได้ประดิษฐานบาตรที่พระพุทธเจ้าทรงประทานให้ไว้ในสถูปแห่งนี้จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองกุสินารา

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก HOTEL OM RESIDENCY *** หรือเทียบเท่า
วันที่ 4กุสินารา - ปรินิพพานสถูปหรือสาลโนทยาน - ชมมกุฎพันธเจดีย์ - ลุมพีนี
เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน นมัสการพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ณ วิหารปรินิพพานเป็นพระพุทธรูปที่เป็นศิลปะในสมัยคุปตะ (พุทธศักราช 823 – 1093) โดยช่างฝีมือชาวมธุราที่มีขนาดความยาวประมาณ 7 เมตรสูงประมาณ 1 เมตรประดิษฐานอยู่บนพระแท่นจุณศิลาที่ทำจากทรายแดงของเมืองจุนนะ วิหารแห่งนี้ถูกขุดครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2397 โดยนายพลเซอร์อเล็กซานเดอร์คันนิ่งแฮมและถูกขุดเรื่อยมาจนกระทั่งปีพุทธศักราช 2450 ได้ค้นพบโบราณวัตถุมากมายรวมทั้งพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่ประดิษฐานณสถานที่แห่งนี้

หลังจากนั้น  นำท่านชม มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ทำพิธีถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระซึ่งมีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่ารามภาร์-กา-ฏีลาอยู่ห่างจากที่พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานประมาณ 1 กิโลเมตร

เที่ยง  รับประทานอาหารเที่ยง ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล นำคณะข้ามเขตแดนไปยังประเทศเนปาล

*** โปรดเตรียมหนังสือเดินทางที่ด่านชายแดนอินเดีย-เนปาล***

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
ที่พัก HOTEL ZAMBALA*** หรือเทียบเท่า
วันที่ 5เมืองลุมพีนี - วิหารมายาเทวี - สาวัตถี
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

หลังอาหาร นำท่านชม วิหารมายาเทวี สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา ชมภาพหินแกะสลักขนาดใหญ่ เป็นรูปพระนางสิริมหามายาเทวี ทรงใช้พระหัตถ์เบื้องขวาจับกิ่งสาละไว้ ทรงประสูติพระราชกุมารสิทธัตถะ พระกุมารซึ่งเพิ่งประสูติออกมากำลังประทับยืน มีดอกบัวบานรองรับพระบาทและรอบๆพระเศียรมีรัศมีปรากฏอยู่ 

ชม สระน้ำ ที่สรงพระวรกาย ชม เสาหินพระเจ้าอโศก ณ สถานที่ประสูติ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะปัจจุบันเสาหินพระเจ้าอโศกนี้ไม่มีหัวเสามีแต่เสาล้วนๆ และบนตัวเสายังคงมีการจารึกเป็นอักษรพราหมณ์ ระบุว่าที่แห่งนี้คือสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองสาวัตถี เมืองโบราณในสมัยพุทธกาลมีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล 1 ในแคว้นมหาอำนาจใน 16 มหาชนบทในสมัยพุทธกาลเมืองนี้รุ่งเรืองจากการที่เป็นชุมนุมการค้าขายการทหารเป็นเมืองมหาอำนาจใหญ่ควบคู่กับเมืองราชคฤห์แห่งแคว้นมคธในสมัยโบราณปัจจุบันเมืองนี้เหลือเพียงซากโบราณสถาน

ค่ำ  บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก LOTUSSUTRA HOTEL *** หรือเทียบเท่า
วันที่ 6สาวัตถี - วัดเชตวันมหาวิหาร - บ้านท่านองคุลีมาล - บ้านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี - พาราณสี
เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม วัดเชตวันมหาวิหาร ที่ซึ่งพระพุทธองค์ประทับจำพรรษานานถึง 19 พรรษาเป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดนมัสการพระคันธกุฎี ฤดูร้อน ฤดูหนาว

ชม ธรรมศาลา ที่ใหญ่ที่สุดกุฏิพระอรหันต์ เช่น พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร พระสิวลีพระอานนท์พระราหุลพระองคุลีมาลพระกัสสปะ และอารามฝ่ายพระภิกษุที่เคยจำพรรษาในครั้งพุทธกาล

 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่าย

นำท่านชม บ้านท่านองคุลีมาล และบ้านท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีอยู่ในบริเวณพระราชวังของพระเจ้า ปเสนทิโกศล เลยพระวิหารเชตวันไปประมาณสามกิโลเมตรปัจจุบันยังมีเขตเมืองสาวัตถีให้เห็นเป็นกำแพงล้อมรอบเมืองและภายในเมืองก็จะมีอาคารสิ่งปลูกสร้างในอดีตที่ถูกฝังไว้ใต้ดินเป็นจำนวนมากปัจจุบันทางรัฐบาลอินเดียได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสมบัติของทางการ และกำลังทำการขุดค้นเพื่อหาหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์

นำท่านเดินทางสู่ เมืองพาราณสี ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลเป็นอดีตเมืองหลวงของแคว้นกาสีซึ่งเป็นเมืองที่สถิตขององค์พระศิวะที่มีชื่อเสียงทางด้านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูมาอย่างยาวนานบนแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อในการอาบน้ำล้างบาปตามทรรศนะคติพราหมณ์ตราบจนถึงปัจจุบันสำหรับศาสนาพุทธเมืองพาราณสียังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาที่หลากหลายประเทศมีการส่งพระสงฆ์มาศึกษาพระธรรมวินัยในยุคปัจจุบันในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วพระองค์เคยทรงสนทนากับพวกพราหมณ์ผู้ไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคาเพื่อล้างบาปเป็นใจความว่าถ้าต้องการล้างบาปไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคาขอให้ชำระกายวาจาใจให้บริสุทธิ์คือเว้นทุจริตทางกายวาจาใจและประพฤติสุจริตทางกายวาจาใจนั่นแหละคือการอาบน้ำล้างบาปมีในศาสนาของพระองค์ถ้าประพฤติอยู่ในสุจริตแล้วแม้น้ำดื่มน้ำอาบธรรมดาก็จะกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยอนึ่งถ้าน้ำในแม่น้ำคงคาสามารถล้างบาปได้จริงและอำนวยผลให้ผู้ลงไปอาบไปสวรรค์ได้จริงแล้วพวกกุ้งหอยปูปลาก็มีโอกาสไปสวรรค์ได้มากกว่ามนุษย์เพราะอาศัยอยู่ในแม่น้ำนั้นตลอดเวลาเมืองพาราณสียังเป็นดินแดนที่ดีที่สุดในการศึกษาวิถีชีวิตของชาวอินเดียแท้ว่าเป็นอย่างไรดังคำกล่าวของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการว่า “พาราณสีคืออินเดียแท้ใครมาอินเดียแล้วไม่เห็นพาราณสีก็เท่ากับว่าไม่ได้เห็นอินเดียใครอยากรู้ว่าอินเดียที่แท้จริงเป็นอย่างไรต้องมาดูที่เมืองพาราณสี”

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก HOTEL TRIDEV*** หรือเทียบเท่า
วันที่ 7ล่องแม่น้ำคงคา - ธัมเมกขสถูป - พุทธคยา
เช้าตรู่ 

นำท่าน ล่องเรือในแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เพราะไหลมาจากภูเขาไกรลาส(Mt.Kailash) บนสรวงสวรรค์ (ตามหลักภูมิศาสตร์แม่น้ำนี้ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัยประเทศเนปาล) ชมพิธีบูชาพระอาทิตย์และการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดูริมฝั่งแม่น้ำคงคาและพิธีการเผาศพซึ่งมีมานานกว่า 4,000 ปีโดยกองไฟที่เผาศพไม่เคยดับมอดลงเลย     

จากนั้นเดินทางกลับโรงแรมที่พัก

เช้า 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองสารนาถ ซึ่งเป็น1ในพุทธสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา เริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่พึ่งแก่มหาชนทั้งหลาย

นำท่านชม ธัมเมกขสถูป สถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ก่อน พุทธศักราช 45 ปี อันเป็นวันอาสาฬหบูชา ชมมูลคันธกุฎิ,ธัมเมกขสถูป,ชมพิพิธภัณฑ์สารนาถภายในมีหัวเสามีหัวสิงห์อยู่ 4 หัว และชมพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดคือพระปางปฐมเทศนา

เที่ยง  บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
บ่ายจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพุทธคยา
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
ที่พัก HOTEL SUJATA*** หรือเทียบเท่า
วันที่ 8พุทธคยา - พระมหาเจดีย์พุทธคยา - วัดนานาชาติ - กรุงเทพ
เช้าตรู่ 

นำท่านไปที่ใต้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระมหาเจดีย์พุทธคยาเพื่อสักการะและสวดมนต์ทำสมาธิ ได้เวลาพอสมควรกราบลาพระพุทธเมตตา องค์พระประธานแห่งมหาเจดีย์พุทธยา เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

เช้า

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม วัดทิเบต วัดญี่ปุ่น วัดภูฎาน และวัดไทยซึ่งแต่ละวัดมีความงดงามที่แตกต่างกัน

จากนั้นเดินทางสู่ สนามบิน เมืองคยา

 
10.40  เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD123 **บริการอาหารบนเครื่อง **
14.50 เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ...

อัตราค่าบริการ

เงื่อนไขในการจอง

  • ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด เส้นทาง กรุงเทพ –คยา– กรุงเทพฯ โดย Air Asia
  • ภาษีสนามบินดอนเมืองและที่อินเดีย
  • ที่พัก และอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • รถปรับอากาศ พร้อมพนักงานขับรถผู้ชำนาญเส้นทางนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน30 กิโลกรัม
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท  และกรณีการเสียชีวิต วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางและค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด
  • ค่าทิปคนช่วยยกกระเป๋าตามสถานที่ต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าภาษีหัก  ณ  ที่จ่าย 3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น,คนขับรถท่านละ 40USD
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย ท่านละ 1,500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ประเทศอินเดีย และประเทศเนปาลสำหรับหนังสือเดินทางไทย ท่านละ 4,500 บาท
  • กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและกรุณาเตรียม เงินมัดจำท่านละ 15,000 บาท 
  • สำหรับกรุ๊ปเดินทางเทศกาลปีใหม่ และ 10,000 บาทสำหรับกรุ๊ปทั่วไปพร้อมกับเตรียมเอกสารส่งให้เรียบร้อยภายใน 2-3 วันหลังจากทำการจองแล้ว
  • การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วันท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทต้อง
  • สำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  • หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
  • ราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่น หากลูกค้าชำระมัดจำมาแล้ว ถือว่าเป็นการยืนยันการเดินทางแน่นอน ไม่สามารถคืนเงินได้ทุกรณี
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มที่เกิดขึ้นตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ทั้งนี้ บริษัทฯ  จะคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนค่าทัวร์ที่ชำระแล้วทุกรณี
  • คณะออกเดินทาง 15 ท่านขึ้นไป หากน้อยกว่าจำนวน 15 ท่าน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางหรือเปลี่ยนวันเดินทางอื่นที่สามารถออกกรุ๊ปได้ หรือ หากลูกค้าประสงค์จะเดินทางต้องชำระค่าทัวร์เพิ่มตามบริษัทฯ กำหนด 
  • หากท่านไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปใน
    ลักษณะเหมาจ่าย
  • ตั๋วเครื่องบินเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถ Refund ได้ทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสายการบินกำหนด
  • โรงแรมที่พักเนื่องจากการวางแปลนห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกันจึงอาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) และห้องคู่(Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน/3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจจะไม่ติดกัน
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้า // ออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู) สถานทูตเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าและไม่คืนในทุกกรณี
  • หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้า อายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทาง *กรุณาถอดปก Passport ก่อนส่งเอกสารบริษัทจะไม่รับผิดชอบในกรณีสูญหาย*
  • รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 2x2นิ้ว พื้นหลังสีขาวเท่านั้น จำนวน 2ใบเป็นรูปที่ถ่ายจากร้านถ่ายรูปเท่านั้น รูป (ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ, ไม่ใส่ชุดข้าราชการหรือเครื่องแบบใดๆ ไม่เป็นรูปสติ๊กเกอร์รวมถึงห้ามใช้รูปที่ถ่ายเองและปริ้นท์เอง)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 ชุด ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตรและบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868
         098-828-5266
         095-902-2526
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy