ทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดักห์ 2567/2024 เที่ยวอินเดีย

ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE585 : โปรแกรมทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดักห์ 9 วัน 7 คืน (TG)

DE585 : โปรแกรมทัวร์อินเดีย เลห์ ลาดักห์ 9 วัน 7 คืน (TG)
Thai Airways (TG)

Pangong Retreat Camp
Radisson Blu Hotel Airport
Stone Hedge Hotel Lladakh
The Grand Dragon Ladakh

เดลี | เมืองเลห์ | วัดลิคีร์  | วัดอัลชิ | เมืองลามายูรู | วัดลามายูรู | อารามบาสโก | เนินเขาแมกเนติก | จุดชมวิวซันกัม | ทะเลสาบแปงกอง | วัดเฮมิส | วัดธิคเซย์ | เมืองเชย์ | พระราชวังเชย์ | พิพิธภัณฑ์สตอคพาเลส | นูบรา วัลเลย์ | สัมผัสกับการขี่อูฐ | ประตูชัยอินเดีย | กุตับ มีนาร์ | ตลาดจันพาธ

กำหนดการเดินทาง

รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาสถานะ
DE585-00413-21 ก.ค. 67Thai Airways (TG)99,900จองด่วน
DE585-00510-18 ส.ค. 67Thai Airways (TG)99,900จองด่วน
DE585-00612-20 ต.ค. 67Thai Airways (TG)105,900จองด่วน
DE585-00721-29 ต.ค. 67Thai Airways (TG)105,900จองด่วน

รายละเอียดการเดินทาง

​วันที่ 1กรุงเทพมานคร - เดลี
04.30 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ เคาน์เตอร์เชคอิน แถว D ประตู 2  เคาน์เตอร์สายการบินไทย อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
07.35 น. ออกเดินทางสู่เมืองเดลี (DEL) ประเทศอินเดีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG323 (ใช้เวลาบินประมาณ 4.30 ชั่วโมง) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบิน มีบริการ อาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน
10.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลี (เวลาอินเดียช้ากว่าไทยประมาณชั่วโมงครึ่ง) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางชมสวามีนารายัณอักษรธาม (Swaminarayan Akshardham) เป็นโบสถ์พราหมณ์และศูนย์รวมด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม ตั้งอยู่ในนิวเดลี ประเทศอินเดีย หนึ่งในวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่สะท้อนให้เห็นสถาปัตยกรรมและขนบธรรมเนียมของอินเดีย ทั้งยังให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนเกี่ยวกับมรดกและความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณของชาวฮินดู อักษรธามมนเทียร (Akshardham Temple) และ เดลีอักษรธาม ภายในหมู่อาคารเป็นการแสดงถึงวัฒนธรรม จิตวิญญาณ และสถาปัตยกรรมของศาสนาฮินดูทั้งแบบจารีตและแบบร่วมสมัย มนเทียรได้รับแรงบันดาลใจมาจากโยคีจี มหาราช และสร้างสรรค์โดยประมุขสวามีมหาราช ก่อสร้างโดยบีเอพีเอส[3] (BAPS) สวามีนารายัณอักษรธามสาขาเดลีนั้นคล้ายเคียงกับอักษรธามแห่งก่อนที่คานธีนคร, รัฐคุชราต ภายในแสดงนิทรรศการและเรื่องราวเกี่ยวกับสวามีนารายัณ ผู้ออกแบบได้ใช้เทคโนโลยีและการสื่อสานสมัยใหม่ในการสร้างสรรค์นิทรรศการต่าง ๆ สร้างขึ้นทั้งหมดจากหินทรายสีชมพู Rajasthani และหินอ่อนสีขาว Carrara ของอิตาลี ซึ่งเป็นวัสดุที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความบริสุทธิ์และความสงบสันติ วัดแห่งนี้มีความสูง 43 เมตร (141 ฟุต) และยาว 108 เมตร (356 ฟุต) ในเนื้อที่ 40 เฮกตาร์ (100 เอเคอร์) ตามแนวทางสถาปัตยกรรมฮินดูแบบดั้งเดิม วัดแห่งนี้ไม่ใช้โลหะเหล็ก ดังนั้นจึงไม่มีการรองรับจากเหล็กหรือคอนกรีต 

ค่ำรับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
พักที่  Radisson Blu Hotel Airport**** หรือเทียบเท่า
วันที่ 2เดลี - เลห์
เช้ารับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
07.30 น.นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองเดลี 
10.15 น. ออกเดินทางสู่เมืองเลห์ (IXL)ประเทศอินเดีย โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ SG123 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.25 ชั่วโมง) 
11.40 น.เดินทางถึงสนามบินเลห์ นำท่านสู่โรงแรมที่พัก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย 

นำท่านเดินทางสู่เมืองเลห์ (Leh) เป็นเมืองในดินแดนลาดักของประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงร่วมของลาดัคห์ และยังเป็นเมืองหลวงทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรลาดักอีกด้วย ตั้งอยู่บนความสูง 3,524 เมตรจากระดับน้ำทะเล เลห์เป็นจุดแวะพักที่สำคัญบนเส้นทางการค้าตามแนวลุ่มแม่น้ำสินธุระหว่างทิเบต แคชเมียร์ อินเดีย และจีนมานานหลายศตวรรษ สินค้าหลักที่ขนส่ง ได้แก่ เกลือ ธัญพืช ผ้าแพชม์หรือผ้าขนสัตว์แคชเมียร์ Charas หรือเรซินกัญชาจากลุ่มน้ำ Tarim สีคราม เส้นด้ายไหม และผ้าบานารัส ประชากรส่วนใหญ่ในเลห์สืบเชื้อสายจากชาวทิเบต พูดภาษาลาดักซึ่งเป็นภาษาทิเบตตะวันออก ส่วนชาวมุสลิมเป็นประชากรที่อพยพเข้ามาในยุคหลัง

นำท่านเดินทางชม ศานติ สตูปา (Shanti Stupa)เป็นสถูปในศาสนาพุทธตั้งอยู่บนยอดเขาในจันสปา (Chanspa) อำเภอเลห์ ลาดัก ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในปี 1991 โดยภิกษุชาวญี่ปุ่น เคียวเมียว นาคามูระ ภายในพระสถูปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าซึ่งอัญเชิญมาประดิษฐานโดยองค์ทะไลลามะที่สิบสี่ ศานติสถูปเป็นแนวคิดของนิชิดัตซุ ฟูจิอิ เพื่อแสดงเป็นสัญลักษณ์แทนสันติภาพในสมัยปัจจุบัน สถูปมีตั้งภาพถ่ายของทะไลลามะ และที่ฐานประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ องค์สถูปมีความสูงสองชั้น ชั้นแรกประดับด้วยรูปธรรมจักรกับกวางหมอบ และมีพระพุทธรูปทองคำประทับบนอาสนะแทนช่วงเวลาของ “การหมุนกงล้อธรรมจักร” ชั้นที่สองมีภาพแกะสลักนูนต่ำที่แสดงพระพุทธเจ้าในปางต่าง ๆ ได้แก่ ประสูติ, มารวิชัย และปรินิพพาน ศานติสถูปนี้สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนสันติภาพในโลก รวมถึงฉลองการครบรอบ 2500 ปีของพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างอินเดียกับญี่ปุ่น

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางชม พระราชวังเลห์ (Leh Palace) เป็นอดีตพระราชวังหลวงที่มองเห็นเมืองเลห์ในลาดัก ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นในปี 1600 โดย Singay Namgyal พระราชวังแห่งนี้ถูกทิ้งร้างเมื่อกองกำลัง Dogra เข้าควบคุม Ladakh ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และบังคับให้ราชวงศ์ย้ายไปยังพระราชวัง Stok มีความสูง 9 ชั้น ชั้นบนเป็นที่พำนักของราชวงศ์ ในขณะที่ชั้นล่างเป็นคอกม้าและห้องเก็บของ พระราชวังส่วนใหญ่อยู่ในสภาพทรุดโทรม และแทบไม่เหลือร่องรอยของการตกแต่งภายในเลย พิพิธภัณฑ์พระราชวังเป็นที่จัดแสดงคอลเลกชั่นอัญมณี เครื่องประดับ ชุดพิธีการ และมงกุฎมากมาย ภาพวาดของทิเบตซึ่งมีอายุมากกว่า 450 ปี ด้วยการออกแบบอันประณีตยังคงรักษาสีสันสดใสที่ได้มาจากอัญมณีและหินที่ถูกบดขยี้และผง โครงสร้างรอบๆ ฐานของพระราชวังประกอบด้วย สถูปนัมเกล ที่โดดเด่น

นำท่านเดินชมความงดงามเมืองเลห์ชมร้านค้าต่างๆและผู้คนท้องถิ่นที่ตลาดพื้นเมืองเลห์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
พักที่ The Grand Dragon Ladakh **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
วันที่ 3วัดลิคีร์ – วัดอัลชิ – เมืองลามายูรู – วัดลามายูรู - อารามบาสโก - เนินเขาแมกเนติก - จุดชมวิวซันกัม 
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางชมวัดลิคีร์(Likir Monastery) (ระยะทาง 51 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) วัดนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ ออกมาทางทิศตะวันตกประมาณ 53 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1065 โดยพระลามะ Duwang Chosje และถูกบูรณะในศตวรรษที่ 18 มีการตกแต่งด้วยศิลปกรรมของชาวทิเบตอายุมากกว่า 300 ปี วัดอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ไม่ไกลจากตัวเมืองเลห์มากนัก ภายในวัดยังมีลามะศึกษาพระธรรม ความโดดเด่นของที่นี่ คือ มีพระศรีอริยเมตไตรองค์สีทอง ความสูง75 ฟุต ประดิษฐานอยู่ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง

จากนั้นนำท่านเดินทางชมวัดอัลชิ (Alchi Monastery) เป็นวัดพุทธโบราณที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคลาดักของอินเดีย สถานที่นี้ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู เนื่องจากที่นี่มีศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างอินเดียและทิเบต เชื่อกันว่าอารามแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 โดยนักแปลผู้ยิ่งใหญ่ Rinchen Zangpo ผู้ซึ่งนำศาสนาพุทธมาสู่ลาดักห์ มีเอกลักษณ์เฉพาะในรูปแบบสถาปัตยกรรม เนื่องจากผสมผสานสไตล์อินเดียและทิเบตเข้าด้วยกันเพื่อสร้างรูปแบบลาดักห์ที่โดดเด่น สถานที่แห่งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญของสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาในทิเบตยุคแรก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย 

นำท่านออกเดินทางสู่เมืองลามายูรู (Lamayuru) (ระยะทาง 57 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)

นำท่านเดินทางชมวัดลามายูรู (Lamayuru Monastery) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเลห์ สร้างขึ้นเกือบพันปีมาแล้ว มีมนต์ขลังด้วยความเก่าแก่และแรงศรัทธาของชาวพุทธทิเบตที่มาสักการะ และแวดล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติที่สวยงาม ลามายูรูยังเป็นที่รู้จักในนาม Moonland of Ladakh เนื่องจากการก่อตัวทางภูมิศาสตร์ของภูมิประเทศคล้ายดวงจันทร์ที่แกะสลักไว้ในเทือกเขาหิมาลัย

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางชม อารามบาสโก (Basgo Monastery) (ระยะทาง 75 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม.) สร้างขึ้นด้วยหินทราย ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงและยังเป็นหนึ่งใน 100 มรดกโลกที่กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการผุพังมากที่สุด ถูกสร้างขึ้นมาในลักษณะป้อมกึ่งปราสาท โดยอาคารส่วนที่เป็นป้อมปราการถูกสร้างไว้ที่ยอดเขา อันเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการสอดส่องผู้รุกราน

นำท่านเดินทางชม เนินเขาแมกเนติก (Magnetic Hill) เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติสร้างขึ้นมาได้แปลก และสวยอลังการมาก เป็นถนนวิ่งเข้าไปสู่ภูเขา ถ้าจอดรถเอาไว้ตรงจุดที่เค้ากำหนดไว้ แล้วดับเครื่องยนต์ จะเห็นเหมือนว่า รถจะไหลขึ้นภูเขาได้เอง ซึ่งจริงๆมันเป็นภาพลวงตา ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นทางลงเขา แต่มุมมองทำให้เห็นเหมือนกับขึ้นภูเขา

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวซันกัม (Sangam Viewpoint) จุดชมวิวหลักล้านเป็นจุดที่แม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำซันสการ์และแม่น้ำสินธุมาบรรจบกัน ที่เกิดจากการละลายของหิมะ ซึ่งสีของแม่น้ำทั้งสองสายนั้นแตกต่างกัน ทำให้เห็นจุดที่มาบรรจบกันสวยงามและแปลกตา

ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเลห์ (ระยะทาง 31 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
พักที่ The Grand Dragon Ladakh **** หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)
วันที่ 4เมืองเลห์  - ทะเลสาบแปงกอง (ลาดักห์)
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบแปงกอง (Pangong) (ระยะทาง 223 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.) ระดับความสูง 4,350เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โดยผ่านเส้นทาง Changla Pass บนความสูง 5,360 เมตร จากระดับ น้ำทะเล ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก นั้นหมายถึงบรรยากาศออกซิเจนเบาบาง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม
บ่าย

นำท่านเดินทางถึงทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) เป็นช่วงทะเลสาบที่ไหลผ่าน endorheic ตั้งอยู่ทางตะวันออกของลาดัคห์และทิเบตตะวันตก ที่ระดับความสูง 4,225 ม. (13,862 ฟุต) มีความยาว 134 กิโลเมตร หนึ่งในสามของพื้นที่ทะเลสาบตั้งอยู่ตอนเหนือของแคว้นลาดักห์ ประเทศอินเดีย ส่วนที่เหลืออยู่ในฝั่งทิเบต เป็นทะเลสาบน้ำกร่อยกลางทะเลทรายบนเทือกเขาหิมาลัย และยังเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลก มีระดับความสูงประมาณ 4500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทะเลสาบแปงกองได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบหลากสี โดยมีอิทธิพลมาจากลำแสงของดวงอาทิตย์ที่ตกสะท้อนสู่ยอดเขาสูง-ต่ำด้านหลัง ความงามและเสน่ห์ของทะเลสาบแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในช่วงฤดูหนาว ทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งโดยสิ้นเชิง แม้ว่าจะเป็นน้ำเค็มก็ตาม อิสระให้ท่านถ่ายรูปกับความงามของทะเลสาบแปงกอง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พักที่Pangong Retreat Camp **** หรือเทียบเท่า 
วันที่ 5วัดเฮมิส – วัดธิคเซย์ – เมืองเชย์ – พระราชวังเชย์ – พิพิธภัณฑ์สตอคพาเลส - เมืองเลห์
เช้า 

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางชมวัดเฮมิส (Hemis Monastery) (ระยะทาง 130 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.10 ชม.)  เป็นอารามพุทธหิมาลัย (gompa) ของ Drukpa Lineage ในเมือง Hemis ริมฝั่งแม่น้ำสินธุ เมือง Ladakh ประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ห่างจากเลห์ 45 กม. สร้างขึ้นใหม่ในปี 1672 โดยกษัตริย์ลาดักี  เป็นวัดธิเบตนิกายหมวกแดงอายุรวม 450 ปี เป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดักห์ มีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ และถึงแม้ลาดักห์จะผ่านสงครามมามาก แต่วัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับที่ยากจะหาเจอในอดีต จึงสามารถรักษาวัตถุโบราณต่างๆไว้ได้ และวัดก็ไม่ได้ถูกทำลายยังคงความสวยงาม แล้วที่นี่จะมีงานฉลองเต้นรำหน้ากากที่ใหญ่สุดจัดเป็นประจำทุกปี

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางชม วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ของเลห์ เป็นอารามในพุทธศาสนาในเครือโรงเรียนเกลุกแห่งพุทธศาสนาในทิเบต ตั้งอยู่บนยอดเขาในทิคเซย์ ห่างจากเลห์ไปทางตะวันออกประมาณ 19 กิโลเมตร ในภูมิภาคลาดักทางตอนเหนือของอินเดีย มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระราชวังโปตาลาในเมืองลาซา ทิเบต และเป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในลาดักตอนกลาง อารามตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,600 เมตร ในหุบเขาสินธุ เป็นอาคารสูง 12 ชั้น และเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะทางพุทธศาสนามากมาย เช่น สถูป รูปปั้น ทังกัส ภาพวาดฝาผนัง และดาบ ภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรีอารยะเมตไตรย์ สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จองค์ทะไลลามะที่ 14 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอารย์ความสูง 15 เมตร (49 ฟุต) หรือเทียบเท่าตึกสองชั้น

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย  

นำท่านเดินทางสู่เมืองเชย์ (Shey) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของลาดัคห์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ไปทางทิศใต้ประมาณ 15 ก.ม. อยู่ห่างออกไปทางใต้ของเลห์ นำท่านเดินทางชม พระราชวังเชย์ (Shey Palace) พระราชวัง Shey เป็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมือง Shey ห่างจากเมืองเลห์ในLadakh ทางตอนเหนือ 15 กิโลเมตร ซึ่งถูกสร้างขึ้นราวๆ ต้นศตวรรษที่ 17 สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singay Namgyal ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน ของกษัตริย์แห่งลาดัคห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณีพุทธเจ้านั่งประทับ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางชม พระราชวังสตอค (Stok Palace) ตั้งอยู่ห่างจาก Leh ในหมู่บ้าน Stok 15 กม. พระราชวังแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์อันยาวนานและวิถีชีวิตของราชวงศ์ลาดัก การก่อตั้งนี้เสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2363 โดยกษัตริย์ Tsepal Namgyal เป็นบ้านพักฤดูร้อนที่อุทิศให้กับราชวงศ์ลาดักและทายาทของกษัตริย์เซงเก นัมเกล พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับหุบเขาแม่น้ำ Singey Tsangpo หรือที่รู้จักกันทั่วไปใน ชื่อแม่น้ำสินธุ สถาปัตยกรรมของพระราชวังสามารถสังเกตได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบดั้งเดิม และร่วมสมัย

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเลห์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
พักที่     The Grand Dragon Ladakh **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 6เมืองเลห์ - นูบรา วัลเลย์ - ขี่อูฐ
เช้า 

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่หุบเขานูบรา  (Nubra Valley) (ระยะทาง 159 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม.) ตั้งอยู่ระหว่างทิเบตและแคชเมียร์ เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญสำหรับผู้มาเยือน ซึ่งคนส่วนใหญ่มาเยี่ยมชมระหว่างการเดินทางไปลาดัก ล้อมรอบด้วยภูเขาที่สวยงามและยอดเขาเขียวขจี งดงามราวภาพวาดแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างสองรัฐที่สวยงาม คือ ทิเบตและแคชเมียร์ เป็นที่รู้จักในนาม “หุบเขาแห่งดอกไม้” เพราะหุบเขาแห่งนี้รายล้อมไปด้วยดอกไม้ป่าที่สวยงาม ซึ่งเพิ่มความรุ่งโรจน์และความสวยงามให้กับหุบเขาชนบทลาดักห์ ในฤดูหนาว หุบเขาทั้งหมดจะอยู่ใต้หิมะปกคลุม เรียกว่า ดินแดนแห่งดวงจันทร์ ระหว่างทางท่านจะได้ชมเส้นทางรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลก Khardungla Pass อยู่ที่ระดับความสูง 18,380 ฟุตจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นหนึ่งในถนนที่สูงที่สุดในโลกและเป็นถนนที่สูงที่สุดของอินเดีย นักท่องเที่ยวหลายพันคนมาเยี่ยมชม Khardungla Pass ด้วยความพิเศษในด้านความสูงส่งและยิ่งใหญ่ จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาคาราโครัมในปากีสถานได้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย

นำท่านเดินทางสัมผัสกับการขี่อูฐ (Hunder sand dunes double hump camel ride) (ระยะทาง 86 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.) ตั้งอยู่ในบริเวณของ Nubra Valley ห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 4 ชั่วโมง พื้นที่เป็นทรายเนียนละเอียด ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง นำท่านจี่อูฐชมวิวทะเลทรายกว้างไกล มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงและวัด Diskit นูบรา วัลเล่ย์ อยู่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณสองพันกว่าเมตร ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
พักที่  Stone Hedge Hotel Lladakh **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 7วัดดิสกิต – เมืองเลห์
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางชมวัดดิสกิต (Diskit Monastery) (ระยะทาง 74 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ช.ม.) วัดพุทธทิเบต (ลามะหมวกเหลือง) ในหุบเขานูบร้า สร้างโดย Changzem Tserab Zangpo, สาวก ของท่าน Tsong Khapa (พระลามะ), ผู้ก่อตั้งนิกายลามะหมวกเหลือ, ในศตวรรษที่ 14 ที่นี่เป็นสาขาหนึ่งของวัดติกเซ่ย์ (Thiksey Monastery) ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม วัดดิสกิต เป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในหุบเขานูบรา ภายในประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตยขนาดใหญ่มาก ห่างจากเลห์ไปทางเหนือ 115 กม. อาณาเขตวัดดิสกิต แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนลานและพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตย์ประทับนั่งห้อยพระบาทบนฐานองค์ใหญ่ มีระเบียงกว้างชมวิว 360 องศา เป็นบริเวณที่สร้างใหม่ขยายแยกส่วนมาจากตัววิหาร และส่วนของสังฆกรรมซื่งตั้งอยู่บนเขาอีกลูกใกล้ๆกัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเลห์ (ระยะทาง 115 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.10 ชม.) ระหว่างทางท่านจะได้ชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของแนวเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีความสวยงามและหาชมได้ยาก และอากาศดีมากในช่วงหน้าร้อน แต่ยังคงอุณหภูมิเย็นสบายๆเนื่องจากเมืองตั้งอยู่บนที่สูง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
พักที่The Grand Dragon Ladakh **** หรือเทียบเท่า
วันที่ 8เมืองเลห์ - เดลี
เช้า

รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองเลห์ 

10.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองเดลี (DEL)ประเทศอินเดีย โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ ... (ใช้เวลาบินประมาณ 1.15 ชั่วโมง) 
11.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลี 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันในโรงแรม
บ่าย

นำท่านชมเมืองเดลีใหม่ (New Delhi) ที่มีความใหม่ตามวัฒนธรรมอังกฤษ  เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ชมศิลปะการก่อสร้างเมืองที่อังกฤษ ได้สร้างและมีการวางผังเมืองที่ทันสมัย และสวยงามตามวัฒนธรรมของอังกฤษและติดอับดับหนึ่งในนครหลวงของโลก  นำท่านเดินทางผ่านชมตึกที่ทำการของคณะรัฐบาล ราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan) หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ ที่ต้นถนน Rajpath  นำท่านเดินทางชมประตูชัยอินเดีย (India Gate) เป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่ตั้งอยู่ในนิวเดลี ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารอินเดีย 70,000 นายของกองทัพบริติชอินเดีย ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในยุทธภูมิฝรั่งเศส แฟลนเดอรส์ เมโสโปเตเมีย เปอร์เซีย แอฟริกาตะวันออก กัลลิโปลิ และในสงครามแองโกล-อัฟกัน บนประตูมีการสลักนามเจ้าหน้าที่และทหารอีก 13,300 นายจากทั้งอินเดียและบริเตน[2][3] ถึงแม้จะสร้างเป็นอนุสรณ์สถานสงคราม แต่ลักษณะของประตูอินเดียนั้นสร้างขึ้นตามแบบอย่างของประตูชัย โดยเลียนแบบประตูชัยคอนสแตนตินในโรม มักถูกเปรียบเทียบเป็นประตูชัยฝรั่งเศส ปารีส และประตูสู่อินเดีย ในมุมไบ รอบประตูอินเดียยังเป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพทหารนิรนาม และปัจจุบันถือว่าเป็นอนุสรณ์สถานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย นำท่านเดินทางชมกุตับ มีนาร์ (Gutab Minar) อนุสาวรีย์อันงดงามแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งอยู่ในเขตเมหราวลี ในเดลี ประเทศอินเดีย กุตุบมีนาร์มีความสูง 73 เมตร หรือเทียบเท่าอาคารสูง 5 ชั้น โดยมีฐานบนดินเส้นผ่านศูนย์กลาง 14.3 เมตร และ บนยอดสุดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.7 เมตร ประกอบด้วยบันไดวน 379 ขั้น เป็นสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย อนุสาวรีย์นี้ถือเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเดลี กุตับ มีนาร์ สร้างขึ้นจากหินทรายและหินอ่อนสีแดง หอคอยกุตุบมินาร์ได้รับการออกแบบอย่างประณีตจนแต่ละชั้นมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ชั้นแรกหรือฐานมีมุมสลับทำด้วยหินทรายร่องกลม ชั้นสองมีร่องกลม ส่วนชั้นที่สามมีเพียงร่องเชิงมุม สองชั้นบนสุดทำด้วยหินอ่อนและหินทราย

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางช้อปปิ้งที่ ตลาดจันพาธ (Janpath Market) ตลาดชื่อดังกลางกรุงนิวเดลี ตลาดยอดฮิตอายุกว่า 80 ปี แหล่งรวมนักท่องเที่ยวนักช๊อปปิ้งกลางกรุงนิวเดลี อยู่ใกล้ๆกับย่าน Connaught Place ใกล้สถานีรถไฟฟ้า Rajiv Chowk มีสินค้าตั้งแต่เสื้อผ้าปัก งานหัตถกรรมไม้ โคมไฟ ทองเหลือง ผ้าปักลูกปัดเครื่องประดับทำมือ กระเป๋าแฟชั่นทั้งหลาย รองเท้าปลายแหลมด้านหน้า รองเท้าสไตล์อินเดีย(Jootis) ส่าหรี ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน สีสันแสบตา และอื่นๆอีกมากมาย อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

ค่ำรับประทานอาหารค่ำในโรงแรม
22.30 น.นำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลี (DEL) เพื่อเดินทางกลับ
วันที่ 9เดลี - กรุงเทพมหานคร
01.55 น.ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG316 (ใช้เวลาบินประมาณ 4.25 ชั่วโมง) และสายการบินมีบริการ อาหารเช้า ระหว่างเที่ยวบิน
07.50 น.เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ (BON VOYAGE)

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ99,900 บาท
เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ96,900 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ12,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ27,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ99,900 บาท
เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ96,900 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ12,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ27,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ105,900 บาท
เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ102,900 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ13,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ29,000 บาท

ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ราคาท่านละ105,900 บาท
เด็กอายุ 02-11 ขวบ 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ท่านละ102,900 บาท
ราคาไม่รวมตั๋ว (ผู้ใหญ่) หักคืนท่านละ13,000 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่มท่านละ29,000 บาท

เงื่อนไขในการจอง

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน TG/SG (กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ น้ำหนัก ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน,ค่าภาษีน้ำมัน,ค่าประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาทค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท  (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี) ประกันครอบคลุมการติดเชื้อ Covid 19
  • ค่าภาษีในทุกประเทศ  (ประเทศตามระบุในโปรแกรมทัวร์)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่) 
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่, ค่าวีซ่า E-Visa Single Entry
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง และ ทิปต่างๆ
  • กระเป๋าเดินทางท่านต้องดูแลด้วยตัวท่านเอง เพื่อป้องกันการสูญหาย
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 50,000 บาท/ท่าน ภายใน 3 วันหลังมีการยืนยันกรุ๊ปเดินทางแน่นอน
  • งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 30 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 30 วันล่วงหน้าก่อนการเดินทางหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นมัดจำตั๋วเครื่องบิน, วีซ่าและค่าดำเนินการ (ถ้ามี), ค่าโรงแรม, ค่าตั๋วรถไฟ โดยจะมีรายละเอียดแสดงให้แก่ลูกค้าได้รับทราบ (หมายเหตุ: ช่วง Peak season สายการบินให้มัดจำล่วงหน้า 2-3 เดือน ก่อนการเดินทาง)
  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 15-29 วันก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50% + ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 0-14 วันก่อนการเดินทาง ยึดค่าทัวร์ 100%
  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% 

***หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิก   วีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม***

*ในกรณีลูกค้าดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินเองและมาเที่ยวร่วมกับคณะ (Join Tour) ลูกค้าต้องดำเนินการมาพบคณะทัวร์ด้วยตัวเอง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการมาพบคณะใหญ่ด้วยตัวเอง รวมถึงหากกรณีเที่ยวบินของคณะใหญ่เกิดความล่าช้าหรือยกเลิกเที่ยวบินอันด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทาง 
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน  การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจลาจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง เนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู

ตั๋วเครื่องบิน

  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระ ค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บโดยสายการบิน เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณีที่ยกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆ ยืนยันการเดินทาง แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงาน แล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

โรงแรมและห้อง

  • ห้องพักในโรงแรมเป็นแบบห้องพักคู่ ( TWN/DBL ) ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง(TRIPLE ROOM ) ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของห้องพักและรูปแบบของห้องพักของแต่ละโรงแรม ซึ่งมักมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านไม่ได้ห้องพักติดกันตามที่ต้องการ หรือ อาจไม่สามารถจัดห้องที่พักแบบ 3 เตียงได้
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรป จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศที่มีจะให้บริการในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • ในกรณีที่มีการจัดประชุมนานาชาติ ( TRADE FAIR ) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนหรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

  • กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO )
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

สัมภาระและค่าพนักงานยกสัมภาระ

  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/ Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้ หาก น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมและมีสัดส่วนไม่เกิน 7.5 x 13.5 x 21.5 สำหรับหน่วยวัด “นิ้ว” (Inch) หรือ 19 x 35 x 55 สำหรับหน่วยวัด “เซนติเมตร” (Centimeter)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน (Hand carry)

การชดเชยค่ากระเป๋าในกรณีเกิดการสูญหาย

  • ของมีค่าทุกชนิด ขอแนะนำไม่ควรใส่เข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เช็คไปกับเครื่อง เพราะหากเกิดการสูญหาย สายการบินจะรับผิดชอบชดใช้ตามกฎไออาต้าเท่านั้น ซึ่งจะชดใช้ให้ประมาณ กิโลกรัมละ 20 USD คูณด้วยน้ำหนักกระเป๋าจริง ทั้งนี้จะชดเชยไม่เกิน USD 400 กรณีเดินทางชั้นธรรมดา (Economy) หรือ USD 600 กรณีเดินทางชั้นธุรกิจ (Business) ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้โหลดของมีค่าทุกประเภทลงกระเป๋าใบใหญ่
  • กรณีกระเป๋าใบใหญ่เกิดการสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว (ระหว่างทัวร์ ไม่ใช่ระหว่างบิน) โดยปกติประกันภัยการเดินทางที่บริษัททัวร์ได้จัดทำให้ลูกค้าจะไม่ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีกระเป๋าใบใหญ่สูญหาย 
  • กรณีกระเป๋าใบเล็ก (Hand Carry) เกิดการสูญหาย บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายให้ท่านได้ ดังนั้นท่านต้องระวังทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

Address

53/286 Soi Nawamin 105, Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 18.00 น.

Contact Us

Hotline : 081-873-6566099-191-9288 

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy