ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE699 : ทัวร์อินเดีย แคชเมียร์ ทัชมาฮาล 7 วัน 6 คืน (AI)

DE699 : ทัวร์อินเดีย แคชเมียร์ ทัชมาฮาล 7 วัน 6 คืน (AI)

Country Inn Hotel
COUNTRY INN SUITE
DELUXE HOUSE BOAT
The Retreat

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 11 เมษายน 2561  กรุงเทพ - เมืองหลวงเดลลี - เมืองอัครา  
06:00 น. คณะเดินทางพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 10 แถว W เคาน์เตอร์ สายการบิน AIR  INDIAN พิเศษ!! บริการอาหารว่างขนมปังแสนอร่อย + น้ำดื่ม 1 ขวดเล็กค่ะ
08:55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี โดย สายการบิน AIR  INDIAN เที่ยวบินที่ AI 333
12:00 น. ถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี เมืองเดลลี (เวลาประเทศอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1:30 ชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อย เดินทางสู่ภัตตาคาร 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำชม วัดอัคชาร์ดาม (วัดอัคชาร์ดามจะปิดทุกวันจันทร์) 

วัดอัคชาร์ดาม สร้างขึ้นโดยองค์กร BAPS ในเดลลีซึ่งผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกันใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 5ปี ใช้ช่างศิลปะและสถาปนิกจำนวน 7,000 คน เป็น สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สวยงามน่าดูชมจากทุกมุมมอง ชื่อเต็มว่า สวามินารายัน อัคชาร์ดาม ซึ่งหมายถึง สถานที่พำนักอันเป็นนิรันดรของท่าน Bhagwan สวามินารายัน  (1781-1830) ผู้นำด้านจิตวิญญาด้านวัฒนธรรมอินเดีย ใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองเดลลี มีพื้นที่ 100 เอเคอร์ วัดอัคชาร์ดาม มีการจัดแสดง เรื่องราวประวัติศาสตร์ของชนชาติอินเดีย ประวัติของท่านสวามินารายัน ศิลปะประเพณีวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของชนชาติอินเดีย ภูมิปัญญา สถาปัตยกรรม และความเชื่อจิตวิญญาณ วัดสวามินารายัน อัคชาร์ดาม ได้รับแรงบันดาลใจโดยสาวกประมุขสวามิมหาราช เพื่อเติมเต็มความหวังของท่านศาสดา วัดอัคชาร์ดามวางศิลากฤษ์เมื่อวันที่ 8  

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอัครา เมืองที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล และเคยเป็นศูนย์กลางปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล เดินทางประมาณ 3 – 4   ชั่วโมง

อัคระ อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า "ฮินดูสถาน"  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ เมืองอัคระมีประชากรทั้งหมด 1,686,976 คน (ปีค.ศ. 2010) ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 19 ในประเทศอินเดีย อัคระ นั้นยังใช้เป็นชื่อของเขตอำเภอซึ่งเมืองอัคระนั้นตั้งอยู่อัคระ เคยถูกกล่าวถึงในมหากาพย์มหาภารตะ โดยถูกเรียกว่า "อัครวนา" แปลตามศัพท์สันสกฤตว่า "นครชายป่า"และยังเกี่ยวข้องกับพระฤๅษีอังคีรส หนึ่งในสิบมหาฤๅษีของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู แต่ถ้าพูดถึงการสร้างเป็นเมืองนั้น ตำนานกล่าวว่าเกิดขึ้นในสมัยเจ้าเชื้อสายราชบุตรชื่อ “ราชปฎลสิงห์” เมืองนี้เคยผ่านสมรภูมิครั้งใหญ่ๆ เมื่อราวหนึ่งพันปีก่อน มีการเปลี่ยนผู้ครองเมืองเป็นระยะ กษัตริย์องค์แรกที่ย้ายเมืองหลวงจากเดลีไปยังอัคระได้แก่ "สุลต่านสิกันดร โลที" เมื่อ ค.ศ. 1506 (ยุคกรุงศรีอยุธยา ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 1) จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปีค.ศ. 1517 "สุลต่านอิบราฮิม โลที" พระโอรส ปกครองอัคระต่อมาอีก 9 ปีจนกระทั่งพ่ายแพ้ในยุทธการแห่งปณิปัต ในปี ค.ศ. 1526.จากนั้นมาระหว่างปีค.ศ. 1540 ถึงค.ศ. 1556 เจ้าเชื้อสายอัฟกานิสถานได้เข้าปกครองเมืองแทนเริ่มจากเจ้าเชอร์ชาห์สุรี และเจ้าเหมจันทร์วิกรมทิตย์  ราชาแห่งชาวฮินดู ก่อนที่จะเริ่มโด่งดังในฐานะเมืองหลวงของจักรวรรดิโมกุล อันยาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 1556 ถึงค.ศ. 1658 อันเป็นช่วงกำเนิดของโบราณสถานสำคัญในปัจจุบัน อาทิเช่น ทัชมาฮาล ป้อมอัคระ และฟาเตห์ปูร์ สิครี  ซึ่งโบราณสถานโมกุลทั้งสามแห่งนี้ได้ถูกยกขึ้นเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม
ที่พัก The Retreat   ระดับ 4  ดาว  หรือใกล้เคียง
วันที่ 12 เมษายน 2561เมืองอัครา - เมืองเดลลี 
เช้า  รับประทานอาหารที่โรงแรม

นำท่านชม ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของมหาราชาซาจาร์ฮาลที่มีต่อนางอันเป็นที่รักยิ่งมหารานีมุมตัส มาฮาล

ทัชมาฮาล สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ เจ้าชายขุร์รัม ชึ่งต่อมาคือสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน พระราชสมภพในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) พระบิดา คือ สมเด็จพระจักรพรรดิชะฮันคีร์ จักรพรรดิองค์ที่สี่แห่งราชวงศ์โมกุล ตามตำนานกล่าวว่า พระองค์ได้พบกับอรชุมันท์ พานุ เพคุม ธิดาของรัฐมนตรี เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ทรงหลงใหลและหลงรักนาง เจ้าชายขุร์รัมจึงซื้อเพชรด้วยเงิน 10,000 รูปีและบอกแก่พระบิดาของพระองค์ว่าพระองค์มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับบุตรีของรัฐมนตรี พิธีเสกสมรสถูกจัดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี เมื่อพ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) จากนั้นมาทั้งสองก็มิเคยอยู่ห่างกันอีกเลยหลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน ขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2171 พระองค์มอบความไว้วางใจแก่ อรชุมันท์ พานุ เพคุม และเรียกนางว่า มุมตัซ มาฮาล "อัญมณีแห่งราชวัง" พระมเหสีติดตามพระองค์แม้แต่ในสนามรบ แนะนำพระองค์ในเรื่องราชการของประเทศ และพระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระมเหสียิ่งนัก ครั้นในปี พ.ศ. 2174 (ค.ศ. 1631) พระมเหสีมุมตัซสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันโศกเศร้าอยู่ถึงสองทศวรรษ ราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปเพื่อการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์ 

ชม อภิมหาราชวังอัคราฟอร์ท ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา สร้างในปี 1564 ตามบัญชาของพระเจ้าอักบาร์ กำแพงป้อมสร้างจากหินทราย มีตำหนักต่างๆ ถึง 500 หลัง เป็นศิลปะแบบเบงกาลีและคุชราตี

มหาราชวังอัคราฟอร์ท  ปัจจุบันเหลืออยู่หลังเดียว คือ ชาหังคีรีมาฮาล เป็นที่ประทับของชายาฮินดูของพระเจ้าอักบาร์ ลักษณะสถาปัตยกรรมจึงเป็นแบบอินเดียแท้ ครั้นถึงสมัยพระเจ้าชาห์ จะ ฮาน ทรงมีบัญชาให้รื้อถอนตำหนักอื่นๆลงทั้งหมด เพื่อสร้างวังที่ประทับใหม่ ลักษณะเป็นศิลปะแบบฮินดูผสมกับอิสลาม รวมถึงหอแปดเหลี่ยม มุสซามานบูรช์ ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ซึ่งชาห์ จะ ฮาน ถูกคุมขังเอาไว้ และเฝ้ามองทัชมาฮาลไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ เดิมทีป้อมอัครานั้นเป็นเพียงป้อมปราการที่สร้างขึ้นด้วยอิฐ โดยราชบุตรแห่งวงศ์ศิกวะ โดยหลักฐานแรกที่พบนั้นย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1080 จากการยึดครองของกองทัพของวงศ์กัสนาวิท ต่อมาสุลต่านแห่งเดลี องค์ที่ 1 "สิกันดร โลดิ" ด้ย้ายมาประทับและปกครองแคว้นที่ป้อมแห่งนี้แทนกรุงเดลี และเปรียบอัคราดั่งเมืองหลวงแห่งที่สอง พระองค์สิ้นพระชนม์ลงในปีค.ศ. 1517 โดยมีรัชทายาท คือ อิบราฮิม โลดี เป็นผู้ครองนครต่อ โดยยังประทับอยู่ที่ป้อมนี้เป็นเวลาถึง 9 ปีจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในยุทธการแห่งปณิปัต ในรัชสมัยของพระองค์ ได้มีการก่อสร้างพระราชวังภายในป้อมหลายแห่ง รวมทั้งบ่อน้ำต่างๆ และมัสยิดด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม 
บ่าย ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

เดลี เป็นศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครองของประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรกว่าสิบล้านคน มีพื้นที่1,500 ตารางกิโลเมตรโดยแบ่งออกเป็นเขตเดลีเก่า (ซาร์จฮานาบาด) กับนิวเดลีใหม่ (นิวเดลี) หมู่บ้านเก่าแก่และหมู่โบราณสถานจะตั้งอยู่ภายในวงล้อมของย่านที่อยู่อาศัยที่ใหม่กว่า ซึ่งที่นี่ก็มีทั้งโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ สวน ร้านค้า การแสดง และอาหาร ทั้งยังเหมาะจะเป็นจุดั้งต้นในการหาข้อมูล วางแผนการท่องเที่ยว และติดต่อขอสำรองตั๋วโดยสารและที่พักด้วยเดลีไม่เพียงเป็นเมืองหลวงที่สิ่งเก่าและสิ่งใหม่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและยังเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมอันหลากหลายจากรัฐต่าง อีกมากมาย และเดลียังเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครองของประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรกว่าสิบล้านคน มีพื้นที่ 1,500 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งออก เป็นเขตเดลีเก่าและใหม่ ( ชาร์จะฮานาบาด ) กับ เดลีใหม่ ( นิวเดลี ) หมู่บ้านเก่าแก่และหมู่โบราณสถาน จะตั้งอยู่ภายในวงล้อมของย่านที่อยู่อาศัยที่ใหม่กว่า  ซึ่งที่นี่ มีทั้งโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ สวน ร้านค้า การแสดง  และร้านอาหาร ทั้งยังเหมาะที่จะใช้เป็นจุดตั้งต้นในการหาข้อมูลวางแผนการท่องเทียว  และติดต่อขอสำรองตั๋วโดยสารและที่พัก

เย็น รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารจีน
ที่พัก Country Inn Hotel   ะดับ 4 ดาว หรือใกล้เคียง
วันที่ 13 เมษายน 2561   เมืองเดลลี - เมืองศรีนากา - แคว้นจามมูและแคชเมียร์   
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
10.15 น. เดินทางสู่ ศรีนาคา เมืองหลวงของแคว้น จามมูและแคชเมียร์ โดยสายการ AIR  INDIAN  เที่ยวบินที่ AI 825 ใช้เวลาบินประมาณ 1.25 ชั่วโมง 
11.45 น.เดินทางถึง สนามบินศรีนาคา แคชเมียร์ “ดินแดนแห่งสวรรค์บนดิน” ถ้ามาแคชเมียร์ ต้องไม่พลาดกับการไปสัมผัสเมืองศรีนาคา เมืองหลวงในฤดูร้อน

เมืองศรีนาคา ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,730 เมตร เมืองที่ได้เชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบและสายน้ำ สวนดอกไม้ ทิวทัศน์แห่งขุนเขาและงานศิลปะที่ประดิษฐ์จากไม้ รวมทั้งการได้ไปชมสวนดอกไม้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นั้นคือการตกแต่งสวนสวยด้วยงานศิลปะที่ผสมผสานจากหลายหลายรูปแบบ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองศรีนากา

นำท่านชม สวนชาลิมาร์ สวนนี้จัดแบบในสมัยราชวงศ์โมกุล เป็นสวนแห่งความรักของมหาราชาชาฮังคี เพื่อพักผ่อนในฤดูร้อน ชมสวน นิชาน ชมต้นเมเปิ้ลอายุ 400 ร้อยกว่าปี ไม้นานาชนิด และดอกไม้ตามฤดูกาลตลอดทั้งปี สวนนี้สร้างโดยอซาฟ คาน ซึ่งงดงามไม่สามารถหาคำบรรยายได้  สวนโมกุล (Mughal Gardens) สวนสวรรค์แห่งดอกไม้ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดอกไม้เมืองหนาวออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม สวนโมกุล ได้แบ่งออกเป็นส่วนๆ 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เซีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธารและแปลงไม้ดอก  แบบแผนของสวนอิสลามในอินเดียเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์โมกุล ราวศตวรรษที่ 14 ถึง ศตวรรษที่ 17 ตั้งแต่สมัยกษัตริย์อักบาร์ ชาร์จาฮาร์จีร์ และชาร์ชาร์ฮาล สิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะพิเศษในสมัยราชวงศ์โมกุลมี 2 ประเภท คือ สวนที่สร้างเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง (pleasure garden) เป็นที่แปรพระราชฐานของกษัตริย์ มักตั้งอยู่ทางตอนเหนือในแคว้นแคชเมียร์ และ อนุสรณ์สถานของราชวงศ์ทางตอนใต้ที่มักตั้งอยู่แถบเมืองอัคกรา และเดลลี 

ชม เทศกาลทิวลิป ประจำปี ศรีนากา จัดช่วงเดือนเมษายน ดอกทิวลิปที่แคชเมียร์มีหลากหลายสายพันธุ์ ประมาณ 60 ชนิด ที่นี่มีจะการศึกษาและขยายพันธุ์ คิดค้นผสมพันธุ์ทิวลิปให้มีสีสันแตกต่างจากเดิมที่มีอยู่

ทิวลิป เป็นดอกไม้ยอดนิยมของ ฤดูใบไม้ผลิ มาตลอด และเป็นดอกไม้ยอดนิยม อันดับ 3 รองลงมาจาก กุหลาบและเบญจมาศ เชื่อกันว่า ถิ่นกำเนิดของดอกทิวลิป มาจากตะวันออกกลาง เมื่อพันกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว ดอกทิวลิปเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ตุรกี และจากความเชื่ออีกเรื่องหนึ่งคือ ชื่อของดอกไม้ชนิดนี้ได้มีคำที่เหมือน กับเครื่องสวมศีรษะของชาวเปอร์เซียที่เรียกว่า turban และสามารถเขียนได้เป็น “toliban” ในภาษาละติน และ “tolipa” และ สุดท้ายจึงกลายมาเป็น tulip   

นำท่านสู่ที่พัก โรงแรมเรือลอยน้ำที่ริมทะเลสาบดาล ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบดาล เป็นเมืองที่มีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติที่เดินทางมาเยือนจากทั่วโลกมาเป็นศตวรรษ  ศรีนาคาตั้งอยู่ใจกลางของหุบเขา แคชเมียร์อยู่ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร มีทิวทัศน์สวยงามยิ่งสามารถเยี่ยมชมได้ทั้งปี  

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำบนเรือ 
ที่พัก พักผ่อนบนเรือ DELUXE HOUSEBOAT ตามอัธยาศัย ทะเลสาบดาล หรือใกล้เคียง
วันที่ 14  เมษายน 2561ศรีนาคา - กุลมาร์ค
เช้า  รับประทานอาหารเช้าบนเรือ

ออกเดินทางสู่ กุลมาร์ค เป็นภูเขาที่สวยงามแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16

เทือกเขากุลมาร์ค เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงาม ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านท้องทุ่งนา ฝูงแกะ แนวเขาที่สลับซับซ้อนและงดงามมาก เทือกเขากุลมาร์คเป็นแหล่งท่องเที่ยวฤดูหนาว สถานที่สำหรับเล่นสกี  และในฤดูร้อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก  2,730 เมตรจากระดับน้ำทะเล  รอบๆ ทิวทัศน์และต้นสนที่สวยงามมาก 

นำท่านขึ้น เคเบิลคาร์ กอนโดลา ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามดุจแดนสวรรค์ จนถึงยอดเขากุลมาร์ก เพลิดเพลินกับกิจกรรมฤดูหนาว เช่นเล่นสกี เล่นเลื่อน ราคาประมาณ 10 เหรียญดอลล่าสหรัฐ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขาหิมะที่สวยงามในทุกทิศทางของกุลมาร์ก (เคเบิลคาร์เฟสที่ 1 รวมในค่าทัวร์ )   (ส่วนเฟสที่สองลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มเองคะ) ไปจนถึงยอดเขากุลมาร์ค ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขากุลมาร์ค ท่านจะพบเห็นหมู่บ้านยิปซี ในข้างล่าง ซึ่งจะอพยพไปอยู่ที่เมืองแจมมูในช่วงฤดูหนาว และจะกลับมาอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อน

ยิปซี คือ คนร่อนเร่พเนจรซึ่งอาศัยอยู่ในหลายประเทศในยุโรป โดยทั่วไปพวกยิปชีจะตั้งค่ายอยู่รวมกันในกองคาราวานครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่ายิปชีมาจากประเทศอียิปต์ ผู้คนจึงพากันเรียกขานพวกเขาว่า “ยิปชี” แต่พวกยิปซีเรียกตัวเองว่า “โรม” (Rom) และเรียกภาษาที่ใช้ว่า “โรมานี” (Romany)ยิปซีมีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียพวกเขามีฐานะยากจน และถูกผลักไสให้อพยพไปทางตะวันตกโดยพวกมองโกล ซึ่งขยายอาณาเขตรุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ เมื่อประมาณ 700 ปีก่อน ยิปชีพยายามก่อตั้งถิ่นฐานขึ้นใหม่ในส่วนต่าง ๆ ของทวีปยุโรป แต่ไม่สำเร็จ เพราะมักถูกข่มเหงและขับไล่ให้ไปอยู่ที่อื่นตลอดมา แม้จนถึงทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ยังคงมองว่ายิปชีเป็นคนแปลกหน้า ส่วนยิปซีเองก็ชอบอยู่รวมกันเฉพาะในหมู่ตน และแยกตัวออกจากคนเชื้อสายอื่น ชนชาติแห่งการร่อนเร่พเนจร หรือชาวยิปซี ผู้มีชื่อเสียงในด้านการเป็นผู้เดินทาง ผู้ทำนาย และผู้ให้ความบันเทิง เรียกอีกชื่อว่าชาวโรม ชาวโรมา โรมเนีย หรือ โรมมาเนีย จากการสืบค้นผ่านทางหลักฐานที่ดีที่สุด คือร่องรอยทางภาษา สรุปได้ว่า ชาวโรม คือกลุ่มชนผู้อพยพมากจากประเทศอินเดีย   

ถ่ายภาพคู่กับ ภูเขาหิมะ สวยงามรอบทิศทาง หากฟ้าเปิดสามารถมองเห็นยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรส   ยอดเขาเคทู เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากยอดเขาเอเวอเรสต์ มีความสูง 8,611 เมตร (28,251 ฟุต) เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาการาโกรัมซึ่งเชื่อมต่อกับแนวเทือกเขาหิมาลัยทางด้านตะวันตก และตั้งอยู่ในบริเวณรอยต่อระหว่างเขตกิลกิต-บัลติสถานของประเทศปากีสถาน กับเทศมณฑลปกครองตนเองตัชคูร์กันทาจิกในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของประเทศจีน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารพื้นเมือง 
บ่าย ชม เทือกเขาหิมาลัย เป็นเทือกเขาในทวีปเอเชีย ที่แยกอนุทวีปอินเดียทางเหนือ ออกจากที่ราบสูงทิเบตทางใต้

เทือกเขาหิมาลัย เป็นที่ที่มียอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เช่น ยอดเขาเอเวอเรสต์ และยอดเขากันเจนชุงคา ในทางศัพทมูลวิทยา คำว่า หิมาลัย มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง "ที่อยู่ของหิมะ" (หิม + อาลย) เป็นจุดกำเนิดของระบบแม่น้ำที่สำคัญของโลกหลายสาย เช่น แอ่งแม่น้ำสินธุ และแอ่งแม่น้ำคงคา-พรหมบุตร แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขงเทือกเขาหิมาลัยทอดยาวพาดผ่านพื้นที่ของ 5 ประเทศ — ปากีสถาน อินเดีย จีน ภูฏาน เนปาล — พื้นที่ลุ่มน้ำของแม่น้ำหิมาลัยเป็นที่อยู่ของผู้คนราว 750 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวบังคลาเทศเทือกเขาหิมาลัยหมายรวมถึงเทือกเขาการาโกรัม ฮินดูกูช และเทือกเขาอื่น ๆ ที่เล็กกว่า เมื่อรวมกันแล้วเทือกเขาหิมาลัยเป็นระบบที่สูงที่สุดในโลก และเป็นบ้านของยอดเขาที่สูงที่สุด ซึ่งรวมถึงยอดเขาเอเวอเรสต์และเคทู

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำบนเรือ 
ที่พัก พักผ่อนบนเรือ DELUXE HOUSEBOAT ตามอัธยาศัย หรือใกล้เคียง
วันที่ 15  เมษายน 2561 ศรีนาคา - โซนามาร์ค  
เช้า รับประทานอาหารเช้าบนเรือ

เดินทางสู่ โซนามาร์ค สูง 2,730 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล  เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไปถ่ายรูปไปตลอดทั้งเส้นผ่านชมป่าวอลนัตใหญ่ที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง และภูเขาหิมะที่ใหญ่โตและ มีรูปทรงแปลกตาตลอดสองข้างทาง

โซนามาร์ค แปลว่า ท้องทุ่งแห่งทองคำ แหล่งท่องเที่ยวอันมีวิวทิวทัศน์อันสวยงามแห่งนี้อยู่ห่างจากศรีนาการ์ไปทางตะวันตก 80 ก.ม. และอยู่บนเส้นทางระหว่างเมืองศรีนาคากับเมืองเลห์ ในบริเวณหุบเขาโซนามาร์กนี้มีธารน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมอยู่ตามลาดไหล่เขา อีกทั้งเทือกเขาหิมะที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีทอง จึงเป็นที่มาของชื่อ โซนามาร์ก  โซนามาร์ค มีจุดสำหรับแคมปิ้งหลายจุดด้วยกันและยังมีเส้นทางเดินเขาหลายระดับความสูงให้เลือกผจญภัยได้ตามใจชอบ เป็นแหล่งกิจกรรมสำหรับคนชอบขี่ม้า

ชมทุ่งหญ้า ป่าสนและชมภูเขาหิมะ

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารพื้นเมือง   
บ่าย  เดินชมความงดงามของธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัยอันหาคำบรรยายไม่ได้ เสมือนได้เดินอยู่บนแดนสวรรค์  หรือ ขี่ม้าชมภูผา สายน้ำ ลำธาร และหมู่บ้าน (ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์) ราคาประมาณ 10 เหรียญดอลล่าสหรัฐ

ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับ แวะถ่ายรูปเก็บความประทับใจตามอัธยาศัย ความงดงามของโปรแกรมมิได้อยู่ที่สถานที่เป็นจุดหมายปลายทาง หากเป็นเส้นทางในการเดินทางที่พาจิตใจให้โบยบินดั่งผีเสื้อน้อยที่แสวงหาน้ำหวานให้กับตัวเอง

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำบนเรือ 
ที่พัก  พักผ่อนบนเรือ DELUXE HOUSEBOAT ตามอัธยาศัย  หรือใกล้เคียง
วันที่ 16 เมษายน 2561     ศรีนาคา - เมืองหลวงเดลลี  
เช้า รับประทานอาหารเช้าบนเรือ

นำท่าน ล่องเรือสิคาราในทะเลสาบดาล เรือสิคาราเป็นเรือพายแบบฉบับเฉพาะที่มีในแคชเมียร์ ชมสวนผักลอยน้ำ วิถีชีวิตชาวบ้านที่ริมน้ำ ภูเขาหิมะที่สวยงามล้อมรอบทะเลสาบ นกนานาชนิด พืช ดอกไม้น้ำ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมเรือ ได้เวลาสมควรเดินทางกลับสู่ สนามบินศรีนาคา
12.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลี โดย สายการบิน AIR INDIAN  เที่ยวบินที่ AI 826    ใช้เวลาบินประมาณ 1.25 ชั่วโมง
13.55 น. เดินทางถึง สนามบินเดลลี  

ชม วัดพระแม่ลักษมี ซึ่งเป็นวัดที่งดงามตามแบบสถาปัตยกรรมรูปแบบฮินดูเป็นที่บูชาพระแม่รัศมีและพระนาราย พระแม่รัศมีนั้นถือว่าเป็นพระแม่แห่งเงินตรา ผู้ใดที่ไปขอพรให้กิจการเจริญรุ่งเรือง มัก ประสพผล วัดนี้สร้างขึ้นโดยมหาเศษฐีตระกูลบิลล่าภายในมีรูปปั้นและรูปหล่อขององค์เทพต่างๆตามความเชื่อของศาสนาฮินดู พระแม่ลักษมี คือเทวีแห่งความงดงาม ความร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์ พระองค์มักประทานความสำเร็จในการประกอบกิจการ การเจรจาต่อรอง การทำมาค้าขาย การประกอบธุรกิจทุกสาขา ตลอดจนประทานโภคทรัพย์ เงินทอง สมบัติ แก่ผู้หมั่นบูชาพระองค์และประกอบความดีอยู่เป็นนิจ     

ชม ประตูเมืองอินเดีย เดินไปตามถนนอันใหญ่โตเพื่อชมอนุสาวรีย์ของประเทศอินเดีย แล้วพักผ่อนด้วยการนั่งปิกนิกบนสนามหญ้าเขียวชอุ่มเยี่ยมชมประตูเมืองอินเดีย อนุสาวรีย์แห่งชาติของอินเดียซึ่งอุทิศให้กับเหล่าทหารผู้เสียสละชีวิต ตื่นตาไปกับการออกแบบสุดอลังการ ชมการเดินสวนสนามของกองทัพและวงโยธวาทิต พร้อมทั้งสนุกกับการปิกนิกและการเล่นเกมบนสนามหญ้าสีเขียว

ประตูเมืองอินเดีย มีซุ้มโค้งสูง 138 ฟุต (42 เมตร) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารอินเดียนับหมื่นนายที่เสียชีวิตในการเข้าร่วมกองทัพอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 นอกจากนี้ยังมีการสลักชื่อทหารกว่า 13,000 นายที่เสียชีวิตในสงครามอัฟกันเมื่อปี 1919 ด้วย ด้านล่างซุ้มประตูเป็นแท่น Amar Jawan Jyoti ซึ่งมีเปลวไฟที่จุดไว้ไม่เคยดับเพื่อเป็นการรำลึกถึงทหารที่ไม่รู้ชื่อซึ่งเสียชีวิตในสงครามต่างๆ ขับรถผ่านชมรัฐสภาซึ่งเป็นตึกที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรม อังกฤษเพื่อเป็นที่ทำการของนายกรัฐมนตรี และเป็นที่ตั้งของกระทรวงต่างๆ  

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคารอาหารไทย EGO THAI (Set Menu)
ที่พัก COUNTRY INN SUITE   ระดับ 4  ดาว หรือใกล้เคียง 
วันที่ 17 เมษายน 2561 เดลลี - กรุงเทพฯ
เช้า  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

ชมหอคอย กุตับ มินาร์   

กุตับมีนาร์ คือ หอคอยที่ตั้งอยู่ในกรุงนิวเดลี เป็นหอที่มีความประมาณ 72.5 เมตร (237.8 ฟุต) โดยหอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินทรายสีแดง และมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 14.32 เมตร  กุตับมีนาร์ (กุตับ-ชื่อของกษัตริย์ กุตับอุดดินไอบัก มีนาร์-หอสูง) หรือเดิมชื่อ ปฤถวีสตัมภ์ (ปฤถวี-ชื่อของกษัตริย์ฮินดู สตัมภ์-เสา) เป็นหอสูงที่น่าจะถือเป็นเครื่องหมายของเดลี เป็นถาวรวัตถุที่มีความงามได้สัดส่วน ภายนอกเป็นหินทรายสีแดง สร้างเป็นลูกฟูกขึ้นไปอย่างเกลี้ยงเกลา ซึ่งได้มีการสร้างต่อกันขึ้นไปหลายทอด หลายยุคสมัย แต่ละลูกฟูกจารึกเป็นอักษรอาระบิกจากบทสวดในพระคัมภีร์โกหร่าน

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี

13.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯโดย สายการบิน AIR INDIAN เที่ยวบินที่ AI 332 
19:35 น. ถึง...ท่าอากาศสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไขในการจอง

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เดลลี- ศรีนากา-เดลลี – กรุงเทพฯ โดยสายการบิน AIR INDIAN
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง ค่าประกันภัยสายการบิน และค่าวีซ่า
  • ค่าที่พักโรงแรม ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ / ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
  • ค่าหัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทาง และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
  • ค่าพาหนะตลอดการเดินทาง
  • น้ำดื่ม 2 ขวด /ท่าน/วัน
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท ต่อท่าน
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น พนักงานขับรถ รวม 35 เหรียญดอลล่าสหรัฐ
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์วันละ รวม 350 บาทต่อท่าน
  • พนักงานบริการยกกระเป๋า ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
  • ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว
  • ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
  • ค่าน้ำหนักเกินพิกัด 20 กิโลกรัม ต่อท่าน
  • ค่าบริการไม่รวมภาษี 7 % และภาษี หัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ทางบริษัทฯ ขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 10,000.- บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน 
  • ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางอย่างน้อย 21 วัน มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้) 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 5,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-15 วัน เก็บค่าบริการทั้งหมด 100 %
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโปรแกรม ราคา และเงื่อนไขทั้งหมดโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  • รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบินเหตุการณ์ทางการเมือง และภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯโดยจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมือง ห้ามผู้เดินทางเข้าประเทศเนื่องจากมีสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้องหรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสียหรือด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน
  • รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย งดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติหรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทางในกรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่าน
  • การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย  
  • แสกนหน้าพาสปอร์ตัวจริง มีอายุการใช้งานคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • แสกนรูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว หรือ 1.5 x 2 นิ้ว
  • กรอกรายละเอียดเพิ่มเติมในแบบฟอร์มที่แนบมาให้โดยสมบูรณ์ครบถ้วน
  • กรุ๊ปคอนเฟริมออกเดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป มีหัวหน้าทัวร์คนไทย**เดินทางไป-กลับ พร้อมคณะ
  • หากคณะเดินทาง 10-14 ท่าน ออกเดินทาง ไม่มีหัวหน้าทัวร์คนไทย หากต้องการหัวหน้าทัวร์คนไทย ทางบริษัทฯ ขอเก็บเพิ่ม 3,000 บาท/ท่าน

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868, 098-828-5266
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy