ค้นหาโปรแกรมทัวร์

DE434 : ทัวร์ภูฏาน พาโร ทิมพู พูนาคา 5 วัน 4 คืน (B3)

DE434 : ทัวร์ภูฏาน พาโร ทิมพู พูนาคา 5 วัน 4 คืน (B3)

Hotel Olatang
Hotel PhuntshoPelri
Zhingkham Resort

 

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1กรุงเทพฯ - พาโร - ทิมพู
03.30 น.พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 5 เคาน์เตอร์ K สายการบินภูฏานแอร์ไลน์
06.00 น.ออกเดินทางสู่ ภูฏาน โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3701
10.00 น.

(เวลาท้องถิ่นภูฏาน ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ช.ม.)  ถึง สนามบินพาโร

Paro International Airport  เมืองหน้าด่านในหุบเขาแสนสวย ที่มีภูมิประเทศเหมาะที่สุดในการก่อสร้างสนามบินของภูฏาน  เพลินชมอาคารที่พักผู้โดยสาร ซึ่งออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม อันมีเอกลักษณ์ทางศิลปะที่น่าทึ่ง ด้วยการใช้วัสดุเป็นเครื่องไม้ เข้าสลักเชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้ตะปู  ประดับลวดลายด้วยสีสันของภาพจิตรกรรม  และการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง  ส่วนที่เป็นหลังคาจะใช้การซ้อนแผ่นไม้ แล้วทับไว้ด้วยก้อนหินใหญ่เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมและหิมะตก

ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรหลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลก เงินงุลดรัม (Ngultrum) ที่สนามบินพาโร 

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร (Paro National Museum)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร (Paro National Museum)ซึ่งกษัตริย์ จิกมี่ ดอร์จิ วังชุก รัชกาลที่ 3  ผู้เป็น “บิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” ได้รวบรวมศิลปวัตถุเก็บไว้ใน “ป้อมกลมหอรบโบราณ” หรือ “ตาซอง” (Ta Dzong) (ที่สร้างขึ้นตั้งแต่พ.ศ.2192 ร่วมสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา) พระองค์ได้จัดทำป้อมกลมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ใน พ.ศ.2511 ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้ป้อมโบราณเสียหาย จึงได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่ขึ้นมาแทนที่ ชมหน้ากากที่ใช้สวมแสดงในงานเทศกาลสำคัญจากทั่วประเทศ  ชมงานพุทธศิลป์ของการทำผ้าพระบท (ตังกา) ภาพแผนภูมิศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธนิกายวัชรยาน (มันดาลา)  เครื่องแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ อาวุธ  เครื่องดนตรี  คัมภีร์ทางศาสนา ความรู้ทางชีววิทยาบนเทือกเขาหิมาลัย จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชม“พาโร ซอง” (ParoDzong) ที่สร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำพาชูเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของชาวภูฏาน

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Olathang โรงแรมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ ราชอาคันตุกะ ในสมัยที่ภูฏานเปิดประเทศสู่ชาวโลก
บ่าย

หลังอาหารนำท่านเดินทางด้วยรถมินิบัส สู่ เมืองหลวงทิมพู (Thimphu) (ระยะทาง65 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ช.ม.) ผ่านชมทางหลวงแผ่นดินสายหลักของประเทศ เข้าสู่เขตช่องเขาตามแนวแม่น้ำพาชู 

แวะถ่ายรูป สำนักสงฆ์ตัมโช (Tamchoe Monastery) ที่มีสะพานแขวนทอดข้ามแม่น้ำซึ่งสร้างโดยพระโยคีลามะ ในศตวรรษที่ 15 ชื่อ ThangtongGyalpo ที่เดินทางมาจากทิเบตเพื่อต้องการมาหาแร่เหล็ก และท่านได้คิดค้นการทำโซ่เหล็กเป็นครั้งแรก (มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์พาโร)

นำเดินทางต่อไปผ่านชม เจดีย์สามองค์ ริมฝั่งแม่น้ำ  ซึ่งเป็นเจดีย์แบบทิเบต ภูฏาน และเนปาลที่จุดบรรจบของแม่น้ำพาชูกับแม่น้ำทิมพูชูที่บริเวณด่านชูซอม (Chuzom)

เดินทางต่อท่ามกลางทิวทัศน์แสนสวยแปลกตาสู่นครหลวงทิมพู ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,350 เมตร  (ดอยอินทนนท์ 2,565 เมตร  เมืองมรดกโลกลี่เจียง 2,200 เมตร จงเตี้ยน(แชงกรีลล่า) 3,300 เมตร)

หลังจากนั้นนำเข้าชมภายใน “ทิมพู ซอง” (ThimpuDzong ) 

ทิมพู ซอง”  (ThimpuDzong ) หรือมีชื่อเป็นทางการว่า  “ตาชิโช ซอง” (TashichoDzong)  ซึ่งเป็นป้อมปราการที่ตั้งของสำนักพระราชวัง   และทำเนียบรัฐบาล มีห้องทำงานมาก กว่า 100 ห้อง   ในส่วนของมหาอารามนั้นจะมีตำหนักที่ประทับฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ในส่วนของซองแห่งนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้เฉพาะในส่วนของบริเวณวัด ซึ่งที่ในโบสถ์มีพระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี พระโพธิสัตว์  ท่านคุรุปัทมสัมภวะ และท่านซับดรุง งาวัง นัมเกลซึ่งเป็นผู้รวบรวมชนเผ่าจนเกิดเป็นประเทศภูฏาน

ชมการตกแต่งภาพจิตรกรรมผาผนังและผ้าพระบทที่เล่าเรื่องราวในพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องราวของการแสดงบารมีในปางต่างๆของ  “พระปัทมสัมภวะ”  หรือ  “พระปทุมสมภพ”  (แปลว่า ผู้กำเนิดจากดอกบัว) เป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้าตามแนวคิดของนิกายมหายาน

พิเศษ จากนั้นเชิญท่านร่วมทำบุญในแบบภูฏานพร้อมทั้งรับศีลรับพรจากพระสงฆ์ระดับรินโปเช ซึ่งเชื่อว่ามีการกลับชาติมาเกิดหลายครั้งเพื่อปฏิบัติพุทธบารมี

นำชม นาฏศิลป์ภูฏาน ในชุดระบำหน้ากากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และ ชมการเต้นรำพื้นเมืองของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พักHotel PhuntshoPelri หรือเทียบเท่า
วันที่ 2ทิมพู - ปูนาคา 
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้า นำท่านออกเดินทางเข้าสู่เขตเทือกเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าสนกึ่งป่าดงดิบ จนถึงช่องเขา “โดชูลาพาส” ( Dochula Pass) หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง 3,145 เมตร

นำชมสถูป “ดรุค วังเกล” (DrukWangyelChorten)

ดรุค วังเกล” (DrukWangyelChorten)หรือ สถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ ดอร์จิ วังโม วังซุก (ร.4) เพื่อ ถวายพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์ 108 องค์ และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสงบสุขที่เกิดขึ้นหลังจากการปราบกบฏอัสสัมที่เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศภูฏานในการต่อสู้กับรัฐบาลอินเดีย

ขอเชิญทุกท่านแวะ ชิมชา กาแฟ และขนมว่างท่ามกลางบรรยากาศแสนสวยสุดแสนโรแมนติค ณ จุดชมวิวบนเขา  ซึ่งในวันที่อากาศสดใสจะมองเห็นยอดเขาโต๊ะที่มียอดแบนราบเหมือนโต๊ะและยอดเขาอื่นๆบนเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงกว่า 7,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

จากนั้นนำเดินทาง ข้ามภูเขาที่สูงเหนือม่านเมฆ   สัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า ชมวิวบนเทือกเขาและเพลินชมหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีการทำนาแบบขั้นบันได  เข้าสู่ เมืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha)

มืองหลวงเก่า ปูนาคา (Punakha) ที่มีภูมิประเทศสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร  และมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมืองทิมพู  ด้วยเหตุนี้กษัตริย์ภูฏานและ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานมาปูนาคาในฤดูหนาว (เดือน พ.ย.- เม.ย.)  ปูนาคาจึงเปรียบเสมือน “เมืองหลวงฤดูหนาว”  (Winter Capital) ในขณะที่ทิมพูเป็น “ เมืองหลวงฤดูร้อน ”(Summer Capital) และเป็นเมืองหลวงทางราชการ

จากนั้นนำท่านสู่ วัดชิมิ (ChimiLhakhang)

วัดชิมิ (ChimiLhakhang) หรือ วัดแห่งการเกิด ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยท่าน Drukpa Kuenley นักบวชลามะผู้ที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์พลังลึกลับและอิทธิปาฏิหาริย์ท่านได้สะกดวิญญาณนางปีศาจร้ายที่แฝงตัวมาในรูปของสุนัขสีแดงเอาไว้ใต้เจดีย์ด้วยเครื่องมือที่เป็นรูปอวัยวะเพศชาย ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า No Dog Temple และยังได้เนรมิตรแพะผสมวัวให้กลายเป็นตัวทาคินอีกด้วย ชาวภูฏานจึงนิยมมาขอพรเพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตและการขอบุตรกันที่วัด “ชิมิลาคัง” ซึ่งในโบสถ์จะมีรูปบูชาของท่าน และจะมีพระลามะทำพิธีให้พรด้วยการใช้เครื่องหมายเพศชายและคันธนูเคาะเบาๆที่ศีรษะ จากนั้นจะรินน้ำมนต์ ซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องใช้ฝ่ามือทั้งสองรับน้ำมนต์มาแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะนำไปลูบที่ศรีษะ

***(ท่านที่มีความประสงค์จะเดินไปนมัสการและขอพรที่วัด ชิมิ จะมีไกด์พาไปถึงที่วัด ใช้เวลาเดินถึงวัดประมาณ 30นาที)

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม Zhingkham รับประทานอาหารพร้อมกับชื่นชมความสวยงามของ ปูนาคาซอง ซึ่งเป็นร้านเดียวที่ได้เห็นวิวนี้
บ่าย

หลังอาหาร ท่านเข้าชม “ปูนาคา ซอง” (PunakhaDzong)

ปูนาคา ซอง” (PunakhaDzong) ซึ่งเป็นซองขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุด เป็นสถานที่เก็บพระอัฐิ ของท่านธรรมราชาซับดรุง งาวัง นัมเกล  ผู้รวมชาติภูฏาน และ ยังเป็นสถานที่ ซึ่งพระเจ้าอุกเยน วังชุก กษัตริย์พระองค์แรก ได้กระทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งภูฏาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม  พ.ศ. 2450 ( ต่อมาจึงกำหนดให้ทุกวันที่ 17 ธ.ค. เป็นวันชาติภูฏาน) ภายในซองแห่งนี้มีพระตำหนักและท้องพระโรงซึ่งใช้เป็นสถานประกอบพระราชพิธีต่างๆ ยังมีศาลาว่าการเมือง ลานสนามหลวง มหาธาตุเจดีย์ หอพระ โบสถ์  วิหาร กุฏิพระลามะที่สร้างขึ้นในซองนี้ถึง 21 แห่ง มีภิกษุสามเณรจำพรรษากว่า 6,000 รูป  แม้จะเคยเกิดไฟไหม้ถึง 6 ครั้ง เกิดน้ำท่วม และแผ่นดินไหว แต่ปูนาคา ซอง ก็ยังคงความงามสง่า “ปูนาคา ซอง”มีตำนานเป็นพุทธทำนายโดย  “คุรุริมโปเช” หรือท่าน “คุรุปัทมสัมภวะ”ว่า ณ ที่แห่งนี้ จะมีบุรุษนาม  “นัมเกล” มาสร้างป้อมปราการเป็นสังฆมณฑล(ซอง) ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าภูเขารูปงวงช้างที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน  ซึ่งคำทำนายนั้นได้กลายเป็นความจริง   เมื่อท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล พระลามะผู้ที่ได้นำพระบรมสารีริกธาตุจากทิเบตเข้ามาประดิษฐานในภูฏาน และได้สร้าง “เซอรี่ดอร์จีซอง”และ“ซิมโทกา ซอง”ในบริเวณช่องเขาเมืองทิมพู  เพื่อใช้เป็นสำนักเพื่อการประกาศศาสนา  ในปีพ.ศ.2163และพ.ศ.2172ตามลำดับ หลังจากนั้นจึงมาสร้าง“ปูนาคา ซอง”ขึ้นในปีพ.ศ.2182  ณ จุดบรรจบลำน้ำโม (โม=ผู้หญิง)  กับลำน้ำ โป (โป=ชาย)ที่รวมกันเป็นแม่น้ำ ปูนาซัง   ซึ่งในบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งสำนักของนักบวชโยคีมาก่อน  ท่านได้รับแรงศรัทธาอย่างมากมาย จึงได้รับยกย่องให้เป็น “ซับดรุง” หมายถึง “ ผู้พิชิตที่ศัตรูจะต้องสยบแทบเท้า”จากนั้นก็ได้สร้าง “ตาชิโช ซอง” ที่ทิมพูอีกหนึ่งแห่งในปีพ.ศ.2184  แล้วก็ได้ประกาศการเป็นพระสังฆธรรมราชาเพื่อการเผยแผ่ศาสนานิกายนิงมาปาหรือดรุ๊กปาและได้รวมชาติของชนเผ่าต่างๆจนเกิดเป็นราชอาณาจักรภูฏานในเวลาต่อมา 

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พักZhingkham Resort หรือเทียบเท่า
วันที่ 3ปูนาคา - ทิมพู - พาโร
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทาง ข้ามเทือกเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงาม  กลับสู่เมืองหลวงทิมพู แวะพักผ่อนอิริยาบท ดื่ม ชา กาแฟ ชมวิวเทือกเขาหิมาลัย สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธงมนต์สะบัดตามแรงลม และสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาบนยอดเขาตามความเชื่อของชาวภูฏาน  ที่โดชูลาพาส (Dochula Pass)

จากนั้นเดินทางผ่าน ช่องเขาเข้าสู่ ทิมพู

แวะชม ซิมโทกาซอง (SimtokhaDzong)

ซิมโทกาซอง (SimtokhaDzong) ซึ่งเป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติ  ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษา “ซองคา” ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติและใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาสำหรับสามเณรลามะขอเชิญชมความเก่าแก่ของวัด  สักการะพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ภายในโบสถ์

เที่ยง รับประทานอาหารอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

ทางบริษัทได้จัดเตรียม ชุด  “ คีรา”  และ  “โค”   ชุดประจำชาติของภูฏานให้ท่านได้สวมใส่เที่ยวในเมืองทิมพู 

นำชมวิวบนเนิน เขา Kuenselphodrang

เขา Kuenselphodrang เหนือตัวเมืองในจุดที่มีฮวงจุ้ยดีที่สุดในประเทศภูฏาน พร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง Big Buddha สูง 51.50 เมตรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยา ประเทศอินเดียนำชมอนุสรณ์สถาน  Memorial Chorten  หรือมหาสถูปที่พระเจ้าจิกมี  ดอร์จี  วังชุก  กษัตริย์องค์ที่3 หรือพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่ (King of Modernization) ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปีค.ศ.1952 - 1972  ทรงมีพระประสงค์จะสร้างสถูปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจาและใจ ของพระพุทธศาสนา แต่ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ

(หากรายการทัวร์ไม่ตรงกับวันเสาร์ - อาทิตย์ จะนำผ่านชม ไปรษณีย์ทิมพู  หากตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์  จะนำท่านชม ตลาดนัดพื้นเมือง Weekend Marketภูฏาน)

จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม สวนสัตว์พื้นเมืองชมตัว “ทาคิน” 

ทาคิน ” สัตว์ประจำชาติของภูฏาน (National Animal of  Bhutan) เป็นสัตว์บนภูเขาสูง ที่มีลักษณะผสมระหว่าง แพะกับวัว  ที่มีถิ่นอาศัยอยู่โดยเฉพาะในภูฏานและบางส่วนของมณฑลเสฉวนของจีนเท่านั้น  

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง พาโร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พัก Hotel Olatang หรือเทียบเท่า
วันที่ 4พาโร
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่าน เดินเท้า(หรือขี่ม้า)ขึ้นสู่ยอดเขา  ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น 2 ช่วง ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000 - 3,000 เมตร ในเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธมหายาน  ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก 

ขอเชิญแวะพักเหนื่อย ชมภาพมหัศจรรย์ ของ วัดตั๊กซัง ที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูง  ดื่มชากาแฟที่จุดชมวิว Taktshang Cafe ในช่วงที่ 1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน)   

จากนั้นท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง (เดินประมาณ2ช.ม.) เข้าสู่ วัดตั๊กซัง (TaktshangLhakhang) หรือวัดถ้ำเสือซึ่งเป็นวัดถ้ำ 13 วัด ที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผาที่ดูเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆ  นับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์ 1 ใน 10 ของโลก  และมีความสำคัญที่สุดของชาวภูฏาน ซึ่งทุกคนจะต้องขึ้นไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต 

วัดตั๊กซัง ตามตำนาน ที่เชื่อกันว่า ถ้ำเสื้อหรือรังเสือ (Tiger Nest) แห่งนี้คือสถานที่ๆ กูรู ริมโปเช หรือท่านปัทมสัมภวะ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งคำสอนแบบ วัชรญานตันตระที่เดินทางโปรดสัตว์มาจากทิเบต ได้ขี่นางเสือ (หมายถึงศัก - ติ หรือพลังปัญญาจากเพศหญิงที่แปลงสภาพเป็นนางเสือ) ขึ้นไปสร้างสมบุญบารมีนั่งวิปัสสนากรรมฐานบำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำนานถึง3เดือน ก่อนที่ท่านจะได้ประกาศคำสอนสู่สานุศิษย์เพื่อเผยแผ่พระศาสนาสู่ดินแดนพุทธภูมิภูฏาน ในพุทธศตวรรษที่12การเดินขึ้นไปถึงวัดตั้กซัง ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ อากาศบนที่สูงเบาบางซึ่งอาจจะทำให้เหนื่อยง่าย ท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กรุณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแล

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ Takshang café
บ่าย

หลังจากกลับลงจาก วัดตั๊กซัง นำท่านเดินทางสู่ “วัดคิชู (Kichu Temple)”

วัดคิชู (Kichu Temple) อายุ 1,300 ปี วัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน  ที่ตามประวัติว่าสร้าง ตั้งแต่สมัยที่ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต ซึ่งกษัตริย์ซองเซนกัมโป ที่ชาวทิเบตยกย่องว่า เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต และโปรดให้สร้างวัดขึ้น 108 แห่ง เพื่อตอกหมุดสะกดอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ขวางกั้นการประกาศ พระธรรมจักรบนเทีอกเขาหิมาลัย  โดยที่พระองค์ทรงมุ่งหมายที่จะให้สัจธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปทั่วดินแดนแห่งนี้  จุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง วัดจัมเบ สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) นำเข้าชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน กัมโป ซึ่งตรงบริเวณพื้นไม้เบื้องหน้าพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี มีร่องรอยบุ๋มลึกอย่างชัดเจน  เนื่องจากมีผู้แสวงบุญจำนวนมากมายืนก้มลงกราบพระแบบ  “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี  ขอเชิญชมต้นสนไซเปรสไม้ประจำชาติต้นเก่าแก่ที่หน้าวัด 

จากนั้นอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย และอิสระช็อปปิ้งที่เมืองพาโร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำณ ภัตตาคาร ของโรงแรม
ที่พัก Hotel Olathang หรือเทียบเท่า
วันที่ 5พาโร  - กรุงเทพฯ
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองพาโร

10.35 น.ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3700
16.05 น.ถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม

เงื่อนไขในการจอง

  • โรงแรมที่พัก 4  คืน  พร้อมอาหารเช้า  ตามโปรแกรมท่องเที่ยวด้านบน
  • อาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม
  • หัวหน้าทัวร์
  • ไกด์ท้องถิ่น (พูดภาษาอังกฤษ)
  • รถรับ - ส่งสนามบิน  และตลอดการเดินทางตามโปรแกรมด้านบน
  • รายการท่องเที่ยวตามโปรแกรมด้านบน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
  • น้ำดื่มวันละ 3 ขวดต่อ 1 ท่าน
  • ค่าวีซ่าภูฏานและค่าภาษีท่องเที่ยวรัฐบาลภูฏาน
  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดและภาษีสนามบินภูฏาน (สายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ หรือ ดรุ๊กแอร์)  
  • ประกันภัยการเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากที่ระบุในโปรแกรมด้านบน
  • ทิปไกด์และคนขับรถ 
  • สแกนหน้าสำเนาพาสพอร์ตผู้เดินทาง   ควรส่งยื่นวีซ่าอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการเดินทาง
  • การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 2 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง
  • กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 30,000.- บาท  หากมีการยกเลิกภายหลัง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำค่า ทัวร์ส่วนที่เหลือ กรุณาชำระ 14 วันก่อนการเดินทาง หรือเมื่อส่งเอกสารยื่นวีซ่า 
  • เมื่อทำการออกตั๋วเครื่องบินแล้วและมีการยกเลิกไม่ว่ากรณีใดๆทางบริษัทไม่สามารถทำการรีฟันด์ตั๋วได้ เนื่องจากเงื่อนไขของสายการบิน
  • กรุณาทำการจองที่นั่งล่วงหน้าอย่างต่ำ 15 วัน ก่อนเดินทาง เนื่องจากเวลาดำเนินการในการทำวีซ่าใช้เวลาประมาณ  10  วัน 
  • รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมเนื่องจากความล่าช้าของสายการบินโรงแรมที่พักในต่างประเทศเหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติฯลฯบริษัทฯจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้าม นำเข้าประเทศ  เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย  หรือด้วยเหตุผลใดๆก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว  ทางบริษัทฯไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมดหรือบางส่วน
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
  • บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติหรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • ม้าสำหรับขึ้นวัดตั๊กซังมีจำนวนจำกัด ทางบริษัททำการจองล่วงหน้าก่อนเดินทางถึงทางขึ้นวัดทุกครั้ง แต่ในช่วงการท่องเที่ยวอาจจะมีจำนวนไม่พอให้บริการแก่นักท่องเที่ยว 
  • ทางบริษัทฯ จะขอเก็บเงินค่ามัดจำเป็นจำนวน 30,000 บาท ต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน (ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ , ดรุ๊กแอร์) สำหรับการจองทัวร์ส่วนที่เหลือจะขอเก็บทั้งหมดก่อนเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด
  • หากมีการยกเลิกจะต้องแจ้งทางบริษัทก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วันทำงาน มิฉะนั้นบริษัทฯจะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด
  • หากผู้โดยสารท่านใด วีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนออกตั๋วโดยสารเครื่องบิน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าเดินทาง 

Address

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Bueng Kum, Bangkok 10240

จันทร์ - ศุกร์ : 09.00 - 17.30 น.
เสาร์ : 09.00 - 16.00 น.

Contact Us

Tel : 02-379-1168
Hotline : 092-269-6868, 098-828-5266
Fax : 02-379-1163 (Auto)

Social Network

Facebook : @DoubleEnjoyTravel
Line : @DoubleEnjoy
Instagram : @DoubleEnjoy
Youtube : Double Enjoy Travel

 

Add line DoubleEnjoy